E n n e a g r a m T h a i l a n d |
|
อ่านเรื่องเล่า กรณีศึกษา "ศึกษานพลักษณ์เพื่อใคร" ได้ที่นี่ค่ะ http://gotoknow.org/blog/nujjin/121059 จาก : อาตาปี - 31/10/2007 21:55 |
|
จริงอยู่ที่เราควรปรับปรุงตัวเองและไม่ควรแก้ไขที่คนอื่น แต่ว่าส่วนหนึ่งผมคิดว่าการที่เรารู้จักและเข้าใจคนอื่นเพื่อที่จะยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นโดยที่ไม่ได้บังคับให้เขาเปลี่ยนตัวเองจะเป็นส่วนเสริมให้คนเราอยุ่ด้วยกันอย่างมีความสุขนอกจากการเปลี่ยนตัวเองรึเปล่าครับ คือผมมีความคิดอยู่เหมือนกันว่าอยากทราบลักษณ์ของคนรอบข้างเพื่อที่จะเข้าใจเขาอย่างที่เขาเป็นนอกจากจะเปลี่ยนตัวเอง อย่างนี้จะถูกต้องหรือไม่ครับ จาก : นัน - - naphatjara@hotmail.com - 01/11/2007 19:56 |
|
คุณนันคะ " การที่เรารู้จักและเข้าใจคนอื่นเพื่อที่จะยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นโดยที่ไม่ได้บังคับให้เขาเปลี่ยนตัวเองจะเป็นส่วนเสริมให้คนเราอยุ่ด้วยกันอย่างมีความสุขนอกจากการเปลี่ยนตัวเองรึเปล่าครับ" เห็นด้วยค่ะ แต่การรู้จักคนอื่น มีวิธีง่ายๆ ค่ะ เพียงฟังเขา/เธอ อย่างที่เขาเป็นค่ะ ฟังด้วยใจที่นิ่งๆ กลางๆ ไม่ตัดสินสิ่งที่เขาพูด เขาทำ ว่าดี ไม่ดี ถูก ไม่ถูก ฉันชอบ ฉันไม่ชอบ ค่ะ....... โดยอาจจะไม่จำเป็นต้องรู้ลักษณ์ของเขาเหล่านั้นเลย แต่การชวนให้เขาเหล่านั้นมาทำความรู้จักนพลักษณ์ ก็นับเป็นช่องทางเพื่อการพัฒนาไปด้วยกัน เดินไปด้วยกันในทางแห่งการตื่นรู้ ในตัวตนของตนเอง โดยไม่เหงาจนเกินไปนัก .....จะได้มีกัลยาณมิตรคอยเตือนกันด้วยภาษานพลักษณ์ เวลาต่างคน ต่างหลุดไงคะ จาก : อาตาปี - 01/11/2007 20:40 |
|
อ้อ.. อีกนิดนึง.... พอเขาเหล่านั้นรู้จักนพลักษณ์แล้ว และระบุลักษณ์ของตนเองได้แล้ว .... ที่นี้ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าตัวแต่ละคนแล้วหล่ะค่ะ ที่จะดำเนินการแก้ไขตัวเอง ...... จาก : อาตาปี - 01/11/2007 20:44 |
|
เมื่อรู้จักนพลักษณ์แล้วยังไงต่อ เป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับทุกๆคนและชวนให้พิจารณาต่อ เรื่องแรก การอ่านหนังสือ การเข้าคอร์ส การพูดคุย ช่วยให้เรารู้จัก เข้าใจ จำได้ ที่เรียกว่า "ได้ เรียนรู้แล้ว" แต่ การนำไปใช้ การเป็น การมีอยู่ การเห็นในขณะที่ลักษณ์กำลังเกิดขึ้นและดำเนินไป หรือ "การใช้ในชีวิต" นั้น หากหมั่นดูเรื่องนี้ให้ลึกเข้าไป ประกอบกับการฝึกสติฝึกสมาธิ ไม่เพียงแต่ "เรียนรู้" อย่างผิวเผินตามแบบลักษณ์ของเรา ก็อาจช่วยให้เราตอบความสงสัยต่อคำถามในลักษณะนี้ได้ หลายคนรู้สึกว่าเมื่อได้เรียนรู้แล้วเป็นจุดเริ่มต้น บางคนใช้ คำว่าเจอทางออกแล้ว อยากเสนอให้พิจารณาอีกอย่างว่า เราเพียงแต่เจอจุดบอด(มองไม่เห็น)ของเรา เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่มีตั้งต้นไม่ต้องหาทางไปต่อ แต่เห็นเข้าไปในจุดบอดของเราเนืองๆ ด้วยการใช้เครื่องมือ "เล็กๆ" ที่เรียกว่านพลักษณ์ ซึ่งจะเกิดประโยชน์ได้จริงต่อเมื่อเราลงมือกระทำงานอัน "ยิ่งใหญ่" เท่านั้น จาก : อรุณ - 02/11/2007 06:16 |
|
ถามว่าศึกษานพลักษณ์เพื่อใคร.. ทำให้นึกย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของตัวเอง.. จริงๆเริ่มจากความสนใจส่วนตัวก่อน แต่ก็ไม่ได้จริงจังมากมาย มาเริ่มจริงจังเอาจริงๆก็ตอนที่อยากจะทำความเข้าใจคนใกล้ตัว เพราะตอนนั้นมีปัญหากันมากกกกกกซะจนต้องหาตัวช่วย... ที่คิดว่าทำให้ทุกข์น้อยลง เข้าใจเขามากขึ้น.. แต่เอาเข้าจริงๆก็ยังทุกข์อยู่ เพราะที่คาดหวังว่ารู้นพลักษณ์แล้วจะแก้ปัญหาได้... มันแก้ไม่ได้ ตราบใดที่เรายังยึด.. ยึดว่าตัวเราเป็นอย่างไร และตัวเขาเป็นอย่างไร ถ้าจะขุดลึกลงไปจริงๆว่าเพื่อใคร? ก็คงต้องตอบว่าเพื่อตัวเอง.. ไม่ว่าเหตุผลในทางโลกมันจะคืออะไรก็ตาม จะต้องการศึกษาเพื่อให้เราทุกข์น้อยลง หรือเข้าใจคนอื่นมากขึ้น หรือทำให้อยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างสงบสุขขึ้น... แต่ลึกลงไปข้างใน ก็เพื่อตอบสนองอัตตาตัวตนของตัวเอง เพื่อให้ตัวเองมีความสุข.. เพราะยังเห็นว่ามีตัวเรา แต่ถ้าหากเรียนนพลักษณ์แล้วนำไปใช้ได้จริงในชีวิต (และใช้ถูกทาง) จะพบว่านพลักษณ์ช่วยให้เราเห็นและค่อยๆปล่อยวางอัตตาของเราลงได้ทีละน้อย จากตอนแรกเราสนใจตัวเองก่อนว่าเราเป็นลักษณ์ไหน พอรู้ตัวเองแล้วทีนี้ก็มักจะไปจ้องคนรอบข้างว่าเขาเป็นลักษณ์อะไร... ถ้าใครยังติดอยู่ที่ขั้นนี้ก็เป็นการยากที่จะพัฒนาต่อได้ เพราะการเติบโตภายในนั้น.. เข้าใจว่าจะต้องไปถึงระดับที่... ไม่เพียงแต่จะเลิกสนใจอยากรู้ลักษณ์คนอื่น สุดท้ายแล้วไม่ยึดติดว่าตัวเองเป็นลักษณ์อะไรด้วยซ้ำ ทุกอย่างเริ่มต้น (อยากเข้าใจตัวเอง) และจบลงที่ตัวเราเอง (ได้เข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง) ส่วนความเข้าใจคนอื่น.. สำหรับเรา.. มันเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่.. ที่จะเกิดขึ้นตามมาเองโดยที่เราไม่ต้องไปทำอะไรกับมันเลย จาก : vanilla - 02/11/2007 14:00 |
|
แหม.... ยกกระดานสนทนานี้ให้คุณ vanilla ดูแลดีกว่า ..... ตอบได้ตรงใจเป็นที่ซู้ดดดดดด แต่ก็ยังอยากฟังความเห็นของท่านอื่นนะคะ.... ว่ามองว่าเครื่องมือนี้ หรือ "นพลักษณ์" ศึกษาเพื่อใคร ... จาก : อาตาปี - 02/11/2007 20:01 |
|
จากที่ตัวเองได้มีโอกาสศึกษาเรื่องนพลักษณ์ มาเล็กน้อย (ประเภทมือใหม่ หัดขับอ่ะค่ะ) ทำให้เริ่มหันกลับมามอง ด้านใน จิตนเองมากขึ้น มองอย่างตามรู้ ตามเห็นความรู้สึกของตัวเอง ไม่ยึด ไม่ผลัก ยอมรับอย่างที่มันเกิด หมายถึงอารมณ์ความคิด ทั้งด้านบวก และ ด้านลบพอเห็นแล้วปล่อยวางได้ ชีวิตมันก็ไม่หนัก ไม่ทุกข์เกินความจำเป็น เรามีความเห็นว่าศึกษานพลักษณ์ เพื่อ ปลดปล่อยความติดยึดในตัวตนของเรา ถ้านำมาฝึกใช้กับตัวเอง คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือ ตนนั่นแล พอเข้าจตัวเองแวเราก็จะเข้านอื่นได้โดยอัตโนมัติ พอเมตตาตนเองได้ เราก็เมตตาคนอื่นได้ เช่นกัน เอาเป็นว่ศึกษานพลักษณ์ เพื่อเขาใจกฎธรรมชาติ ที่เราไม่เคย รับรู้ แม้กฎดังกล่วจะอยู่คู่โลกนี้มานานแสนนาน และจอยู่คู่ต่อไปอีกในอนาคต กฎแห่การเปลี่ยนแปลง การเกิด และดับไป ของรูปธรรม และ นามธรรม ศึกษานพลกษณ์ แล้วทุกข์ลดลงค่ะ จาก : LekHana - - supaponc@hanabk.th.com - 02/11/2007 20:43 |
|
แหม... พอมาอ่านของคุณเล็ก ฮานา ก็เปลี่ยนใจละ ยกกระดานสนทนาให้คุณเล็กดีก่า....555 อาตาปียกนิ้วโป้งให้หนึ่งทีเลยค่ะ และโมทนาสาธุ ด้วยนะคะ จาก : อาตาปี - 05/11/2007 21:30 |
|
ใช้กับตัวเองอย่างมากครับ ด้วยหวังว่าเมื่อตนเองดี จะทำให้เกิดสิ่งดีๆกับคนรอบข้างไปด้วย จาก : คน 9 ต้องก้าว - 05/11/2007 22:20 |
|
ศึกษาให้รู้จักตัวเองให้แจ่มแจ้งก่อนค่ะ อย่างน้อย ปัญหาความขัดแย้งในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น มักเกิดจากการไม่ได้ตอบสนองดั่งใจตัวเองเป็นขั้นต้นก่อน การรู้นพลักษณ์ ทำให้เกิดการมองย้อนเข้าหาตัว ว่าทำไมจึงคิดนึกอย่างนั้น ปัญหาหรือความขัดแย้ง มันอยู่ที่คนอื่น หรือมุมมองความคิดของตัวเองแน่ ศึกษาช่วงแรกๆ ก็อยากแก้ไขคนอื่นให้ได้ดั่งใจตัวเอง แต่พอศึกษาไปนานๆ ก็เริ่มเข้าใจในความเป็นลักษณ์ของแต่ละคน เริ่มเข้าใจ เห็นใจ ว่า บางทีเขาก็อยากหลุดจากกับดับลักษณ์เหมือนอยากที่เราอยากหลุดเหมือนกัน จาก : มังกร - 06/11/2007 19:35 |
|
ส่วนปลาวาฬ เข้ามาเรียนรู้นพลักษณ์ด้วยความบังเอิญ เมื่อเข้าใจเบื้องต้นแล้วก็สนใจพัฒนาตนเอง ศึกษาตนเองและหาทางดับกิเลสตนเอง ได้จำคำพูดของผู้แนะนำเบื้องต้นได้ว่าอย่าไปกำหนดลักษณ์ให้คนอื่น แต่เมื่อได้สนทนากับผู้ศึกษานพลักษณ์หลายคน พูดถึงคนข้างเคียง เช่นคู่ชีวิต บุตรธิดา เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ว่าเป็นลักษณ์โน้นลักษณ์นี้ ตามภาษาของนักปุจฉาของปลาวาฬ ได้ถามเขาเหล่านั้นหลายคนว่าเจ้าตัวเขารู้จัก ศึกษา หรือยอมรับลักษณ์ของเขาด้วยตนเองหรือเปล่า เขาเหล่านั้นตอบว่าเปล่า แต่เดาว่าเป็นลักษณ์นี้จากการอ่านหนังสือ ที่เล่ามาก็จะบอกว่า การที่ไปกำหนดคนข้างตัวโดยที่คนข้างตัวคนนั้นเขาไม่รู้จักนพลักษณ์ และก็จะไปพยายามบอกว่าอยู่กับลักษณ์โน้นลักษณ์นี้และจะไปแก้ไขเขา ไปใช้วิธีการโน้นนี้กับเขา จะทำให้เสียเวลาแก้ไขและพัฒนาตนเองไปเปล่าๆ ดังนั้นอยากจะเน้นย้ำว่า ควรเข้ามาศึกษานพลักษณ์ ก็เพื่อพัฒนาตนเองน่ะค่ะ จาก : ปลาวาฬสีฟ้า - 11/11/2007 22:03 |
|
รูจักกับนพลักษณ์ด้วยความบังเอิญเหมือนกันค่ะ คือไปร้านหนังสือ กำลังเซ็งๆเห็นหนังสือปั้นคนให้เก่งคน เอาล่ะเราก็สนใจแล้วล่ะวันมันหนังสืออะไรกัน แปลกๆดี ก็หยิบขึ้นมาดู เนื้อหาตอนแรกก็ไม่เข้าใจหรอกค่ะ รู้ค่ะว่ามีการแบ่งคนออกเป็น9ประเภท เราก็อ่านแต่ประเภทของเราแล้วก็คนรอบข้างแล้วก็ฮาๆ หัวเราะ บอกว่าหนังสือนี้มันาทยแม่นดี หลังจากนั้นก็ไม่ได้สนใจอีก ทิ้งไปนานสองปี พอตอนหลังจัดห้องเจอหนังสือเล่มนี้อีก ก็เลยอ่านซำใหม่ คราวนี้เลยเร่มรูสึกว่ามันก็มีประโยชน์เหมือนกันนะไปหนังสือเล่มนี้ จากนั้นเราก็เริ่มตามศึกษาค่ะ ตอนแรกก็แบบว่ามีความคิดชั่วร้ายคือ เราจะได้รู้จักคนอื่น รู้จักจุดอ่อนคนอื่น คราวนี้แหละทุกคนก็อยู่ในกำมือเรา คุมได้หมด แต่พอตอนหลังศึกษาไปเรื่อยๆก็เริ่มเข้าใจว่าจุดหมายที่แท้จริงของนพลักษณ์คือการพัฒนาตัวเองให้พบกับความสุข เราก็เริ่มเบนเข็มค่ะ ค่อยๆพัฒนาตัวเอง พอเราเริ่มพัฒนาตัวเองได้แค่นิดเดียว เราก็รู้สึกว่า อืมมม มันก็เริ่มดีขึ้นนะ สำหรับเราแล้ว เริ่มต้นศึกษาเพื่อตัวเองและก็จบลงเพื่อตัวเองค่ะ จาก : payoon - 12/11/2007 22:04 |
|
^ ^ จุดเริ่มต้นเหมือนกันเลยครับ ปั้นคนให้เก่งคน ^^ จาก : ลักษณ์ 6 คนหนึ่ง - 12/11/2007 22:52 |
|
จุดเริ่มต้นเหมือนกัน ..... แล้วจุดปัจจุบันเป็นอย่างไรคะ คุณลักษณ์ 6 คนหนึ่ง จาก : อาตาปี - 14/11/2007 11:34 |
|
ขอนอกเรื่องหน่อยนะคะ แบบว่า เห็นทั้ง "ปลาวาฬสีฟ้า" และ "พะยูน" เลยคิดไปว่า เอ๊ะ กระดานสนทนา ตรงนี้เป็น "น่านน้ำทะเลใจ" แหง๋เลย อิ อิ อิ จาก : อาตาปี - 16/11/2007 15:46 |
|
^ ^ ^ 555... แหม... ใครว่าคนห้าแห้งแล้ง ไร้ซึ่งจินตนาการนะเนี่ย.. ไม่จริ๊ง ไม่จริง ใช่มั้ยคะ อิอิ ^^ จาก : vanilla - 16/11/2007 20:20 |
|
ก็มีบ้างนะ .... เติมน้ำจิ้มให้กะชีวิต จะได้ไม่แห้งแล้งเกินไปไงจ๊ะ คุณ vanilla จ๋า จาก : อาตาปี - 25/11/2007 11:06 |
|
..... บางคนจะมองว่าเรื่องของจิตวิญญาณเป็นเรื่องที่ยากและไม่อยากพูดถึง...แต่ถ้าหากเราพิจารณากันให้ลึกลงไปว่า..."มนุษย์" เรานั้นต้องการอะไรในชีวิต...ลึกสุดแห่งความต้องการคือ การได้รับการตอบสนองทางด้านจิตวิญญาณแห่งความมนุษย์ ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าการเกิด "ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง หรือ self-esteem"...เท่านั้น ..... ถามว่ามนุษย์เราทุกวันนี้มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันในระดับไหน...หากพิจารณาอย่างถ่องแท้ที่น้อยคนที่จะปฏิสันฐานต่อกันลึกถึงระดับจิตวิญญาณ....หากจะมองกันหรือนับถือกันเพียงแค่ในระดับผิวเผิน รูปลักษณ์และเกียรติยศ....หากแต่ไม่ลึกลงไปถึงในระดับจิตวิญญาณ....แต่หากเมื่อใครได้มีการพัฒนาในระดับจิตวิญญาณบ่อยๆ...บุคคลนั้นจะสัมพันธ์กับบุคคลอื่นอย่างไร้เงื่อนไข....ใดใด...เพราะเขาจะมองคน...ถึงความเป็นคนลึกลงไปจนถึงระดับจิตวิญญาณ...ของคนคนนั้น.... ...... จาก : อาตาปี - 02/12/2007 19:54 |
|
สวัสดีค่ะ คุณอาตาปี เราเริ่มเห็นทุกข์บางอย่างในตัวเองแล้วค่ะ มีความรู้สึกว่า ..ไม่รู้จะหาทุกข์ให้ตนเองด้วยการหาตนเอง รู้จักให้เจอทำไม ระหว่างหานี่ทุกข์ตลอด แต่ ก๊อ พบว่า เราเองน่ะ ร้ายยิ่งกว่านั้นค่ะ ลึกๆแล้วมีความพยายามที่จะให้ตัวเองเป็นทุกข์ตลอดอยู่ ..โดยมิรู้ตัวด้วยเนอะ จาก : ผู้เยี่ยมชม - 05/12/2007 07:05 |
|
สวัสดีค่ะ เป็นคนใหม่ของลักษณ์แต่มั่นใจว่าเป็นลักษณ์ 2 นะเราไม่เคยมีความทุกข์ข้ามวันเลยหรือเพราะเราปฏิบัติกรรมฐานมั้ย จาก : vava - - vava_4239@hotmail.com - 28/04/2008 19:49 |
|
ดีใจที่ได้พบเพื่อน ลักษณ์เดียวกัน (ล.2 ) แล้วเคยสังเกตุหรือเปล่าคะว่า ความทุกข์ที่ว่า เกิดจากอะไร จาก : pk - 24/05/2008 18:30 |
|
เราเป็นคนจริงจังในการเรียนและการทำงานมาก ชอบการแข่งขันและต้องการเป็นที่หนึ่งเสมอ ตั้งความหวังไว้สูงในทุกเรื่อง ขี้อิจฉาแต่ไม่ริษยาใครนะ จิตใจอ่อนไหวง่าย คิดมาก คิดเยอะ หลายรอบ ชอบหลอกตัวเองพอพอกับการหลงตัวเองเลย ชอบคำชม และมักทำอะไรให้ผู้อื่นเห็นว่าเราเก่งนะ เราทำได้นะ เรามีความสามาถนะ ภาพรวมแล้วเรานิสัยไม่ค่อยดีเลย แต่เราเป็นอย่างนี้จริงๆ เราอยากแก้ไขอย่างมาก เพราะหลายครั้งมันทำให้เราเป็นทุกข์อย่างแสนสาหัส มันทรมานกับความรู้สึกเจ็บปวดกับความผิดหวังในสิ่งที่เราคาดหวัง ในทุกๆ เรื่อง ใครที่พอจะมีแนวทางที่จะช่วยให้เราพ้นทุกข์ลงบ้างแม้เพียงสักน้อยนิดก็ยังดี ได้โปรดบอกและแนะนำเราด้วย ถือว่าทำบุญแก่เพื่อนมนุษย์เถอะนะ นี่เราบังเอิญได้ยินคำว่านพลักษณ์จากทางรายการทีวี เราสนใจก็เลยเข้าอินเตอร์เน็ตดู และคิดว่าจะศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ดู น่าสนใจดี แต่เบื้องต้นเรายังแก้ปัญหาเกี่ยวกับตัวเองไม่ตกเลย ขอให้ผู้ที่เห็นทางสว่างช่วยชี้ทางสว่างให้แก่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ด้วย..นะ จาก : แป้งหอม - 10/06/2008 16:42 |
|
อย่างน้อยก็เพื่อตนเองแน่นอน จาก : ผัน - 09/07/2008 14:07 |
|
พยายามศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหา และผลกระทบจากการกระทำของตนเองที่มีกับคนใกล้ชิด โดยเฉพาะกับครอบครัว และลูกน้องที่เราสามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ได้เต็มที่ เวลาผ่านไปนานมากๆ หมายถึงหลายปีที่เรียนรู้นพลักษณ์ บางเรื่องก็แก้ทันก่อนการกระทำแบบเดิมๆ บางเรื่องต้องยอมให้ผ่านไปก่อน แล้วค่อยตามแก้ปัญหา โดยพยายามใช้แนวทางของนพลักษณ์ แต่ใช่ว่าจะสำเร็จทุกครั้ง เพราะความเป็นตัวเรามันยังยึดติดอย่างแน่นหนา โดยเฉพาะความรู้สึกที่คอยคิดว่า เรื่องแค่นี้ทำไมถึงทำไม่ได้ ไม่สำเร็จ มันง่ายจะตายถ้าพยายามมากกว่านี้อีกนิด งานจะต้องออกมาดีกว่าที่เห็น ก็จะพยายามเปลี่ยนความคิดว่า เขาอาจจะทำอย่างดีที่สุดแล้ว แต่เราตั้งความหวังสูงไปหรือเปล่า คราวหน้าคงต้องลองถามดูก่อนว่า จะให้ช่วยอะไรบ้าง การลองคิดในแง่นี้บางทีก็ดีเหมือนกัน เพราะเขากล้าเปิดใจกับเรามากขึ้น ทำได้แค่ไหนเขาจะบอกเราไว้เลย ก็ดูยุติธรรมดีเราจะได้เตรียมหาวิธีการหรือหาคนอื่นมาช่วย เราก็โกรธน้อยลง โมโหน้อยลง เสียงดังน้อยลง แต่มีบ้างที่ทำให้เรารู้สึกเสียศูนย์ไปบ้าง เช่นเคยตัดสินใจเร็ว เด็ดขาด พอเริ่มใช้สติดึงความคิด บางครั้งเหมือนพลาดโอกาสสำคัญๆไป งานหลุดมือไป อาจไม่ใช่สาเหตุจริงๆ แต่เราก็รู้สึกเล็กๆว่าเราน่าจะตัดสินใจเหมือนเมื่อก่อน คิดมากเกินไประมัดระวังตัวเกินไปจนทำให้ส่วนดีของความเป็นคนแปดหายไปหรือเปล่า จาก : sweetgirl - 07/08/2008 21:09 |
|
ตัวเรามันร้ายขนาดนี้เลยหรือ โอ้เเม่จ้าว จาก : ลีน่าจัง - 08/09/2008 20:22 |
|
แรกเริ่มศึกษาเพราะเห็นทุกขุ์แล้วหาทางออกไม่เจอ ทุกข์จากเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุม พอได้รู้จักนพลักษณ์ทำให้เรารู้ว่าเหตุแห่งทุกข์ก็เป็นเพราะความคาดหวังที่ไม่ได้รับการตอบสนองเองแหละ ก่อนนี้เราก็โทษว่าเป็นความผิด ไม่ดี ของคนอื่น ทำให้เราทุกข์(ซวย)ไปด้วย แต่ตอนนี้ดูคลับคล้ายคลับคลาว่าทุกข์เกิดจาก' ตัว***ของ***' นี่เอง ดีนะที่รู้ตอนยังไม่สาย จาก : คนสาม - - parichart_patho@hotmail.com - 29/09/2008 17:10 |
|
แรกเริ่มศึกษาเพราะเห็นทุกขุ์แล้วหาทางออกไม่เจอ ทุกข์จากเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุม พอได้รู้จักนพลักษณ์ทำให้เรารู้ว่าเหตุแห่งทุกข์ก็เป็นเพราะความคาดหวังที่ไม่ได้รับการตอบสนองเองแหละ ก่อนนี้เราก็โทษว่าเป็นความผิด ไม่ดี ของคนอื่น ทำให้เราทุกข์(ซวย)ไปด้วย แต่ตอนนี้ดูคลับคล้ายคลับคลาว่าทุกข์เกิดจาก' ตัว***ของ***' นี่เอง ดีนะที่รู้ตอนยังไม่สาย จาก : คนสาม - 29/09/2008 17:13 |
| สมาคมนพลักษณ์ไทย > จัดตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านนพลักษณ์ (Homepage: www.enneagramthailand.com) กรุณาส่งคำแนะนำติชมได้ที่ info@enneagramthailand.com |