E n n e a g r a m T h a i l a n d |
|
ข้อเขียนนี้ไม่ได้เป็นการตอบ คุณรินนะคะ แต่เป็นการบอกเล่าประสบการณ์ของอาตาปี ในฐานะที่เป็นคนห้า และมีเพื่อนสนิทเป็นคนลักษณ์ 7 อยู่ 5 คน ใน 3 กลุ่มเพื่อน (เพื่อนธรรมศาสตร์ เพื่อนนิด้า เพื่อนนพลักษณ์) เท่าที่วิเคราะห์ดูว่า ทำไมเราถึงอยู่กับคนเจ็ดได้ดี จนคบเป็นเพื่อนสนิท และมีจำนวนเยอะมากขนาดนี้ ....... อาตาปีพบว่า คนเจ็ดน่ารัก ไม่มาจู้จี้กับอาตาปี เธอๆ อยากไปเที่ยว ก็ชวน หากอาตาปีบอกไม่ไป ก็ไม่เซ้าซี้ (อย่างนี้ชอบทีสุด) ถ้าอาตาปีอยากไป เธอๆ ก็ดีใจสุดๆ สนุกกับเราสุดๆ คนเจ็ดชอบเล่า ชอบคุย ชอบพูด อาตาปีไม่ชอบพูด อาตาปีก็แค่คอยฟัง ๆๆๆๆๆ และ ฟัง คนเจ็ดสนุกสนาน มีชีวิตชีวา เวลาอาตาปีอยู่ใกล้ๆ ได้คิดตามสิ่งที่คนเจ็ดพูด แค่นี้ก็สนุกแล้วสำหรับอาตาปี .... นี่เลยเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อาตาปีรักคนเจ็ด ..... คนเจ็ดไม่ค่อยมองโลกในแง่ร้ายให้เรารำคาญหู (ยกเว้นตอนไม่ได้ดี่งใจ) สำหรับคนห้า ความรู้สึกที่ให้ เช่น รับเป็นเพื่อนสนิท .... หากเวลาทอดตัวยาวนานแค่ไหน แม้จะไม่ได้คุยโทรศัพท์กัน ไม่ได้เจอกันเป็นเวลา 2 ปี 5 ปี หากมาเจอกัน หรือโทรคุยกัน ในความรู้สึกของคนห้านั้นยังเท่าเดิมกับที่มีอยู่ตอนแรกค่ะ ไม่เคยลดน้อยลงเลย (แม้จะไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ กันก็ตาม 5555 อันนี้คนเก้างง งง มากมาแล้ว) สิ่งที่ยากคือ น้อยคน ที่จะทำให้คนห้ายอมรับเป็นเพื่อนได้ เพราะคนห้าอย่างอาตาปี จะดูพฤติกรรม ดูนิสัย นาน กว่าจะยอมรับเข้ามาในเกราะของตัวเอง แต่เคยคุยกับเพื่อนสนิทนพลักษณ์ คือ คุณ"ปลาการ์ตูน" เป็นคนเจ็ดสัมพันธ์ใกล้ชิด เธอบอกว่า หากเธอชอบใคร ก็ชอบร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อแรกคบ แต่ถ้าคนนั้นนิสัยแย่ เปอร์เซ็นต์ก็ค่อยๆ ลดลง ลดลง ไปตามเหตุการณ์ ............. ซึ่งสวนทางกับห้ามากๆๆ จาก : อาตาปี - 25/01/2008 23:20 |
|
เรื่องบทบาท การฟัง และการคุย บางครั้งอาตาปี ก็น้อยใจเหมือนกันที่เวลาเราอยากเล่า แต่เพื่อนคนเจ็ดไม่ฟังเราเลย หรือบางครั้งก็ฟังได้แป๊บเดียว ก็ตัดบทเรา.... อันนี้น้อยใจมากกกกกก ..... อาตาปีก็มาใคร่ครวญ ตามดู ความน้อยใจของตัวเอง แทนที่จะเพ่งเล็งประเด็นกับเพื่อนว่า เพื่อนไม่สนใจ .....โธ่.... ก็รู้อยู่แก่ใจว่า คนเจ็ดจดจ่อยากจะตายไป ..... แล้วจะโกรธไปใย น้อยใจไปใย เราบังคับคนอื่นไม่ได้ แต่เราดูใจเรา ทำใจเราให้สงบเย็นได้ นี่คะ แล้วยิ่งเป็นเพื่อนสนิทด้วยแล้ว .... เหยาะ ความรัก ลงไปนิดนึง รักเขา อย่างที่เขาเป็น ... แค่นี้ก็หายน้อยใจแล้วค่ะ สำหรับอาตาปี จาก : อาตาปี - 25/01/2008 23:52 |
|
มีกระทู้เก่าๆ คู่กรณี 7 กับ 5 ลองอ่านดู อาจมีแนวทางบางอย่าง http://board.dserver.org/n/noppaluk/00000473.html จาก : ชญา - 26/01/2008 00:15 |
|
กระทู้นี้ 4 กะ 7 http://board.dserver.org/n/noppaluk/00000425.html จาก : ชญา - 26/01/2008 13:47 |
|
หากอยากจะเข้าใจคน 5 มากขึ้น ลองแวะไปอ่านกระทู้นี้ดูนะคะ http://board.dserver.org/n/noppaluk/00000387.html จาก : ชญา - 26/01/2008 23:20 |
|
ไปอ่านกระทู้อื่นๆที่คุณ ชญา ส่งให้ อ่านแล้วก็ต้องถอนหายใจ เห้อ 7 เองก็มีปัญหาเยอะดีเหมือนกัน คนอื่นก็มองเราอวุ่นวาย และทำให้เรามองเห็นข้อบกพร่องของตัวเองขึ้นเยอะแยะเลยค่ะ อ่านที่คุณอาตาปีตอบแล้วต้องบอกว่าทำให้สบายใจมากขึ้น มากจริงๆนะคะ แบบว่าอืมมม รู้สึกว่าคน5หนักแน่นมั่นคงมากๆๆๆๆๆๆๆๆ แบบว่าคนเจ็บทำได้ยากเหลือเกิน เฮ้อ ปัญหาคนเจ็ดมันเยอะจริงๆ จาก : ริน - 27/01/2008 11:49 |
|
อยากบอกคุณรินนะคะ ในฐานะที่เราเป็นคน7เหมือนกัน แล้วก็มีเพื่อนอยู่ลักษณ์5เช่นเดียวกัน อยากบอกให้คุณรินค่อยๆพยายามทำความเข้าใจคน5นะคะ อาจจะดูเป็นเรื่องยากที่เราจะเข้าใจคน5 เพราะเราไม่ค่อยชอบสนใจเรื่องคนอื่นมากมายนัก เราชอบสนใจเรือ่งตัวเองมากกว่า การที่คุณมีเพื่อนเป็ฯคน5 ในตอนแรกอาจสร้างปัญหา หมายถึงว่า(อันนี้จากประสบการณ์ตรงนะคะ) แรกๆคุณจะรูสึกว่าเพื่อน5เก็บตัวมาก และเมื่อเราเป็นคน7 ซึ่งชอบทำอะไรที่ขัดหูขัดตาคน5บ่อยๆ เช่นเราอาจจะชอบเอาลักษณะนิสัยของ7ที่ชอบออกสังคมไปบังคับให้5ทำอย่างนั้น คน5จะถอยหนีเราไป ตามแบบฉบับ พอเรามารู้ตัวคน5ก็ห่างเราไปแล้ว(กรณีที่7กับ5 มีปัญหากัน ในlinkที่คุณชญาส่งให้ นั่นเป็นปัญหาของพะยูนเองค่ะ) แต่เมื่อคุณลองพยายามเข้าใจและรับส่วนดีๆที่เป็ฯของคน5เข้ามา เช่น ความสงบนิ่งของคน5 ที่เราไม่มี ความหนักแน่นของคน5 ความั่นคงที่บางทีเราน่าจะเอาเป็นแบบอย่าง อยากให้คุณมองคน5ในแง่ดีส่วนนี้ แล้วคุณจะรู้สึกสบายใจขึ้น สุดท้ายนะคะ ถ้าคุณยอมรับเพื่อนของคุณในแบบที่เขาเป็น คุณเองจะสบายใจขึ้น คนทุกลักษณ์ย่อมมีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป 5ก็มีปัญหาของ5 7ก็มีปัญหาของ7 แต่ปัญหาเหล่านี้มันอยู่ที่ว่า คุณจะรู้เท่าทันปัญหาแล้วหาทางแก้ไข หรือรู้เท่าทันปัญหาแล้วแต่ไม่ใส่ใจก็เท่านั้นเองค่ะ เป็นกำลังใจให้คุณรินนะคะ จาก : payoon - 27/01/2008 12:40 |
|
อยามขอคำแนะนำจากคุณอาตาปีอีกเรื่องค่ะ คือจะทำยังไงคะที่เราจะดึงข้อดีของคน5มาใช้บ้าง แล้วควรจะเริ่มต้นยังไง ควรฝึกเอาข้อดีข้อไหนมาบ้าง เพราะบางทีก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าตัวเองจะทำยังไงให้ก้าวพ้นการยึดติดกับลักษณ์ของตน อยากขอคำแนะนำด้วยนะคะ จาก : payoon - - payoon_khp@hotmail.com - 27/01/2008 12:45 |
|
สำหรับคนทึ่จับกุมหัวใจของนพลักษณ์เบื้องต้นได้แล้ว........คือ รู้ว่า ตัวเองเป็นเช่นไร....ก็แก้ไขที่ตนเอง...... ไม่ใช่การรู้จักนพลักษณ์เพื่อแก้ไขคนอื่น..... และเริ่มเห็น หรือรู้จักตัวเองอย่างเป็นกลางๆ หมายความว่า เห็นทั้งจุดเด่น และจุดด้อย (น่ารัก / น่าเกลียด) ของตัวเองแล้ว มักจะมีคำถามคล้ายๆ คุณ payoon คือ แล้วทำอย่างไรต่อไป อาตาปีขอเล่าประสบการณ์ตัวเองดีกว่านะคะ เพราะรู้เรื่องตัวเองดีที่สุด ในความเป็นคนห้าของอาตาปี เมื่อมาศึกษานพลักษณ์ พบว่า การที่ตัวเองปิดตัวนั้น ทำให้ตัวเองมีความสุขก็จริง แต่ก็พบความจริงอีกด้านหนึ่งคือ ทำให้คนที่เรารักหลายคนไม่มีความสุข และหลายๆ ครั้งคนเหล่านั้นก็คาดหวังเรามาก เราก็ยิ่งหนี ...... คราวนี้ เราเริ่มทุกข์แล้วค่ะ ................. เมื่อวิเคราะห์ให้ดี ก็พบว่า เราทุกข์เพราะตัวเราเองนั่นแหละที่ปิดตัวเกินพอดี (แต่ถ้าไม่ได้ศึกษานพลักษณ์ ก็คงโทษคนโน้น คนนี้ไปทั่วอยู่ค่ะ ) ลองสังเกตภาวะลูกศรดูนะคะ คนห้า มีภาวะลูกศรโยงไป 7 และ 8 เมื่อเรารู้ว่าเราเกินพอดีเรื่องอะไร เราก็ลดลงค่ะ เปิดตัวเองออกมาบ้าง ให้คนอื่นเขาสามารถมามีปฏิสัมพันธ์กับเรามากขึ้น อาตาปี ปีก 6 ใหญ่ บางครั้งมักมองโลกในแง่ร้าย เวลาใครมามีปฏิสัมพันธ์ด้วย มักคิดไปก่อนในแง่ร้าย ต่างๆ นาๆ เขาจะมาไม้ไหน เขาจะมาเอาอะไรจากเรา เธอจะมาให้เราทำอะไรให้อีกหล่ะ ฯลฯ อาตาปี ก็บอกตัวเองให้ใช้ทัศนคติแบบคนเจ็ด ที่มองโลกในแง่บวกบ้าง (เมื่อรู้ตัวว่า กำลังมองโลกในแง่ร้ายอยู่ .... อันนี้ต้องอาศัยสติ สตางค์ พอสมควร .... ซึ่งทุกวันนี้ยังไม่ค่อยครบบาทเลยค่ะ 555) หรือ อาตาปีเป็นพวกชอบคิด เจ้าโปรเจ็ค (อยู่ในหัวทั้งหมด) นับได้เลยว่าลงมือทำไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของที่คิด ..คิด คิด เป็นตุ เป็นตะ.... อันนี้ก็ทุกข์เหมือนกันนะ เพราะชอบคิดว่าตัวเองเก่ง แต่ไม่เห็นได้ผลงานอะไรเลย (ก็ไม่ได้ทำ หน่ะ แล้วจะได้อะไรหล่ะ) คราวนี้พอมารู้จักนพลักษณ์ วิทยากรที่อาตาปีเข้ารับการอบรมคนแรก คือ คุณหยอย แนะนำบอกว่า คนห้าหน่ะ รู้เยอะ หัดทำซะบ้างสิ คนบางคน รู้ติ๊ดๆๆเดียว เขายังทำราวกับรู้มากมายเลย อันนี้กระแทกใจอาตาปีมาก หลังจากนั้น ... คิดพอประมาณ แล้วลงมือทำ พบว่า เออ ... เราก็ทำโน่น นี่ นั่นได้ มีพลังราวกับเป็นคนแปดได้ 5555 (อันนี้คือ ดึงพลีงสัญชาติญาณ ของ 8 มาใช้ และลดพลังหัวของ 5 ลง ) จาก : อาตาปี - 27/01/2008 19:39 |
|
น้ำท่วมทุ่งไปเยอะ ... ไม่ทราบว่าคุณ payoon งง ไหมคะ แนวทางคือ 1. วิเคราะห์ตัวเอง ดูจุดอ่อนตัวเอง 2. ปรับจุดอ่อนตัวเอง (แต่ตรงนี้ต้องอดทนกับแรงหนืด แรงเสียดทานพอสมควร) 3. ในการปรับจุดอ่อนนั้น มีแนวว่า ดึงพลังศูนย์ที่เราไม่ค่อยได้ใช้งาน มาใช้ค่ะ หรือง่ายๆ ดูตามภาวะลูกศร (ทั้งทวน และตามลูกศร) - ผู้คนมักจะกล่าวหาคนเจ็ดว่า จับจด ทำอะไรไม่ค่อยรับผิดชอบ (เจ็บจี๊ดๆๆๆๆ ... ตรงนี้ก็สงบไว้ ไม่ต้องอธิบาย ไม่ต้องให้เหตุผล) อดทน ลงมือทำให้สำเร็จ รับผิดชอบ ..... วิ่งไปใช้พฤติกรรมของคนลักษณ์ 1 มีระเบียบวินัยกับตัวเองให้มากขึ้น - ผู้คนมักอิจฉาเราที่เราสนุก มีความสุขในทุกสถานการณ์ แต่ตรงนี้บางครั้ง คนเจ็ดก็เคยสารภาพว่า การที่ต้องวิ่งไปทำโน่น นี่ นั่น เพื่อความสนุกนั้น บางครั้งก็เหนื่อยเหลือเกิน.............อาตาปีก็บอกว่าลองหันมาอยู่กับตัวเองนิ่งๆ แบบคนห้าดู..................คนเจ็ดหลายคนบอกว่า พบความสุข ที่สุขกว่าที่เคยวิ่งไปไหนต่อไหนมากมาย (ก็นั้นคือกิเลส เรื่องความตะกละ ..... ก็ลดกิเลสตัวเองลงแค่นั้นเอง 555 พูดง่าย ทำยาก ครับทั่น ) จาก : อาตาปี - 27/01/2008 19:51 |
|
กลับมาอ่านที่เขียนแล้วนึกขึ้นได้ว่า ควรต้องชี้แจงบางประเด็น คุณพะยูนคะ ที่ยกตัวอย่างข้างบนนั้นเป็นจุดอ่อนที่มักเห็นในคนเจ็ดทั่วๆ ไป ค่ะ แต่กรณีคุณเอง หรือคนเจ็ดแต่ละคน คงจะต้องพิจารณาเองค่ะ ว่า "จุดอ่อน" ของตนเองเป็นเรื่องอะไรค่ะ .... ไม่ใช่คนเจ็ดทุกคนต้องเป็นแบบที่อาตาปีเขียนไว้ข้างบนค่ะ ..... ขออภัย หากประเด็นที่เขียนทำร้ายความรู้สึกนะคะ หรืออย่างที่อาตาปียกตัวอย่างตัวเอง ก็ไม่ได้หมายความว่า คนห้าทุกคนเป็นอย่างอาตาปีค่ะ จาก : อาตาปี - 05/02/2008 12:45 |
|
>>> บางทีก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าตัวเองจะทำยังไงให้ก้าวพ้นการยึดติดกับลักษณ์ของตน อยากขอคำแนะนำด้วยนะคะ ขอร่วมแบ่งปันนะคะ จากประสบการณ์ (ช่วงหนึ่ง) ที่คลายความยึดติดในลักษณ์ของตัวเองลงได้ เราไม่มีหลักเกณฑ์หรือทฤษฎีอะไรที่จะแจกแจงหรอกค่ะ แต่เป็นสิ่งที่สัมผัสได้ด้วยตัวเองในช่วงที่หันมาสนใจธรรมะ คือพอเวลาเจริญสติ รู้อารมณ์ รู้อาการที่หลงไปกับกิเลส (สำหรับแปดที่เป็นบ่อยๆก็คือความโกรธ) ก็เห็นกิเลสมันคลายตัวออกไปได้เองโดยที่ไม่ต้อง 'ทำ' อะไร ธรรมะเป็นเรื่องสากลที่ทุกคนทุกลักษณ์นำไปใช้ประโยชน์ได้เหมือนกัน เวลาที่กิเลสทำงาน ถ้าเราเจริญสติจนเกิดการ 'รู้' ด้วยใจที่เป็นกลางได้ ไม่ว่าจะเป็นกิเลสของลักษณ์ไหน ก็พ่ายไปหมดสิ้น แล้วคุณจะพบว่าช่วงเวลาที่คุณ 'ลืม' ไปว่าตัวเองเป็นคนลักษณ์อะไร ใจมันเบาสบายและเป็นอิสระจริงๆ แต่ของมันมีเสื่อมนะคะ.. ตราบใดที่สติยังผลุบๆโผล่ๆ ใจมันก็ยังยึดบ้าง วางบ้าง ตามแต่เหตุปัจจัยจะนำพาไป อย่าคาดหวังว่าวางได้ครั้งหนึ่งแล้วจะวางได้ตลอดไป แต่ก็อย่าท้อถอยรามือ เราต้องพากเพียรต่อไปเรื่อยๆ เป็นกำลังใจให้เพื่อนมนุษย์ที่ร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทุกท่าน สู้ๆค่ะ..โย่วๆ อิอิ ^__^ จาก : vanilla - 05/02/2008 21:34 |
|
.... สาธุ สาธุ สาธุ คุณ vanilla กล่าวโดยชอบแล้ว .... ว่าแต่ว่า เจ้าของกระทู้หายไปไหนแหล่ววววววว จาก : อาตาปี - 12/02/2008 23:25 |
| สมาคมนพลักษณ์ไทย > จัดตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านนพลักษณ์ (Homepage: www.enneagramthailand.com) กรุณาส่งคำแนะนำติชมได้ที่ info@enneagramthailand.com |