หัวข้อ : “เก็บเงินนักดำน้ำ ดูแลทรัพยากรใต้ทะเล”
ข้อความ : รายงานพิเศษ“เก็บเงินนักดำน้ำ ดูแลทรัพยากรใต้ทะเล”

สถานที่ดำน้ำที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย คงหนีไม่พ้นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวังพังงา เพราะมีน้ำใสที่สุด แต่วันนี้แนวปะการังเริ่มเสื่อมโทรมลง ปลาลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หากทุกฝ่ายไม่ช่วยกันสิมิลันอาจเป็นเหมือนเกาะพีพีที่ภูเก็ต หรืออีกหลายๆ แห่ง ที่นักท่องเที่ยวไม่ให้ความสนใจ และหันไปเที่ยวที่ใหม่ๆ แทน สุดท้ายหากขาดการจัดการและดูแลที่ดีเพียงพอ ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของไทยจะไม่มีอะไรเหลือไว้ให้นักท่องเที่ยวไปเยือน ซึ่งการดูแลและจัดการต้องมีงบประมาณสนับสนุน และแนวคิดหนึ่งที่กรมป่าไม้เตรียมดำเนินการคือการเก็บเงินค่าดำน้ำจากนักท่องเที่ยว หรือที่เรียกว่าผู้ใช้คือผู้จ่าย

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลลำดับที่ ๔๓ ของประเทศ มีน้ำใสที่สุด ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะที่ปรึกษาส่วนอุทยานทางทะเล เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล เปิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ จัดเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ ๔๓ ของประเทศไทย ปกคลุมพื้นที่ ๑๒๐ ตารางกิโลเมตร ผนวกเกาะตาชัยกลายเป็น ๑๔๐ ตารางกิโลเมตร ชื่อหมู่เกาะสิมิลันเป็นภาษายาวี แปลว่า “เก้า” ไล่มาตั้งแต่เกาะหนึ่ง ถึงเกาะเก้า ในหมู่เกาะสิมิลัน แต่ในอุทยานฯ ยังมีอีก ๒ เกาะ คือเกาะตาชัยกับเกาะบอน ซึ่งแยกห่างออกไปจากหมู่เกาะนี้ประมาณ ๓๐–๔๐ กิโลเมตร รวมทั้งหมดเป็นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทะเล เกาะใหญ่ที่สุดคือเกาะแปด หรือเกาะสิมิลัน ส่วนเกาะที่เป็นที่บริการนักท่องเที่ยวและที่พักนักท่องเที่ยว คือเกาะสี่หรือเกาะเนียง จุดเด่นของหมู่เกาะสิมิลัน คือเป็นหมู่เกาะที่อยู่ห่างไกลชายฝั่งที่สุดของชายฝั่งอันดามัน เป็นที่ที่มีน้ำใสที่สุดของประเทศไทย มีแนวปะการังน้ำลึกที่สวยงามมาก และมีสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่เชื่อกันว่าหลากหลายที่สุดของประเทศ สำหรับปัญหาตอนแรกต้องนั่งเรือนานมาก ๗-๘ ชั่วโมง แต่หลังจากปี ๒๕๓๐ เป็นต้นมา เรือวิ่งเร็วขึ้นเทคโนโลยีเริ่มมีมากขึ้นทำให้สะดวกขึ้น ขณะเดียวกันหมู่เกาะสิมิลันเริ่มเป็นที่รู้จัก เพราะมีการถ่ายภาพทั้งบนบกใต้น้ำไปเผยแพร่ จนถึง ปี ๒๕๓๘–๒๕๔๓ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ในปัจจุบันเกือบ ๒๐,๐๐๐ คนต่อปี ในช่วงการเดินทางพฤศจิกายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม และช่วงอื่นจะปิดเลยมาไม่ได้

มนุษย์เป็นสาเหตุหลักทำให้สภาพแวดล้อมใต้ทะเลเสื่อมโทรม และธรรมชาติเป็นตัวเสริม
“มาครั้งแรกปี ๒๕๒๔ ก่อนเปิดเป็นอุทยานฯ และมาจนนับครั้งไม่ถ้วนเฉลี่ย ๕-๖ ครั้งต่อปี จนถึงปัจจุบันกล้าบอกได้ว่า สภาพแนวปะการังเสื่อมโทรมลง เพราะสมัยก่อนปลาเยอะมากจนไม่น่าเชื่อว่า นี่คือปลาและตัวใหญ่ๆทั้งนั้น ฉลามเจอเกือบทุกครั้ง แต่เดี๋ยวนี้ลดน้อยลงมาก ปะการังก็เสื่อมโทรม กัลปังหาต้นใหญ่ๆ ที่เคยเจอก็ตาย สาเหตุมาจากหลายประการ มนุษย์คือสาเหตุหลัก แต่มีสาเหตุของธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว มีผลสำหรับปะการังที่อยู่น้ำตื้น โรคกัลปังหาบางชนิด ทำให้กัลปังหามีจำนวนลดน้อยลง แต่มนุษย์สำคัญที่สุด ทำประมงผิดกฏหมายในหลายพื้นที่ทำให้ปลาหายไปเยอะมาก แต่อุทยานฯ คุมเข้ม พวกการประมงผิดกฏหมายก็ลดน้อยลงมาก ระเบิดปลาก็ไม่มีแล้ว แต่ปัญหาคือนักท่องเที่ยวมีจำนวนมาก ดังนั้นการจะควบคุมดูแลให้ทั่วถึงค่อนข้างลำบาก ขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวด้วยว่าคิดอย่างไร ดูแลอย่างไร” ดร.ธรณ์ กล่าว

เตรียมเก็บเงินนักท่องเที่ยวดำน้ำ นำงบฯ จัดการดูแลสิ่งแวดล้อมและพัฒนาอุทยานฯ
ดร.ธรณ์ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญนอกเหนือจากการคุมเข้มของเจ้าหน้าที่แล้ว คืออุทยานจำเป็นต้องใช้งบประมาณมากกว่านี้ ในการดูแลทรัพยากรเหล่านี้ เพราะปัจจุบันมีจำกัดมาก โดยเฉพาะทรัพยากรของหมู่เกาะสิมิลันอยู่ที่ความลึก ๔๐ เมตร ผู้ที่จะลงไปต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญและต้องมีอุปกรณ์ ซึ่งพวกนี้ใช้งบประมาณจำนวนมาก งบประมาณจากภาษีอากรของราษฎร คงจะไม่เพียงพอที่จะใช้ในการดูแลทรัพยากรที่ค่อนข้างบอบบาง และอยู่ในพื้นที่ยากต่อการศึกษา และติดตามความเปลี่ยนแปลง
“ในอนาคตอันใกล้ กรมป่าไม้กำลังทำอยู่คาดจะเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวหน้า ช่วงเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ให้มีการเก็บเงินค่าดำน้ำสคูบ้า เก็บเงินแยกออกมาว่า ใครดำน้ำต้องเสียเงินเป็นพิเศษ อัตรายังไม่แน่นอน คืออาจจะ ๒๐๐ บาท เพราะถ้าเราไม่มีเงินตรงนี้ เราไม่มีทางที่จะดูแลทรัพยากรตรงนี้ได้ ถ้าหวังจะพึ่งภาษีอากรของคนไทย ปีหนึ่งอาจจะต้องใช้เงินเป็น ๑๐ ล้าน ในการดูแลทรัพยากรในที่ลึกเหล่านี้ ซึ่งก็ไม่ถูกไม่ควรที่จะเอาเงินของคนอื่นที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ต่อทรัพยากรตรงนั้นมาใช้ ก็เก็บเงินจากนักดำน้ำ ผู้ที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรโดยตรงเพื่อมาใช้ในส่วนนี้” ดร.ธรณ์ กล่าว

งบฯ ปกติไม่เพียงพอพัฒนาและดูแลแหล่งท่องเที่ยว
นายวิทยา หงษ์เวียงจันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา กล่าวว่า สถิตินักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จากฤดูกาลท่องเที่ยวปีที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวน ๑๗,๐๐๐ คน แต่ขณะนี้หลังจากเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวมาได้ ๓ เดือนกว่า นักท่องเที่ยวเข้ามาเกิน ๓๐,๐๐๐ คนแล้ว สร้างรายได้ ๒๕๐,๐๐๐ บาทจากในปีที่ผ่านมา ๑๓๐,๐๐๐ บาท คาดว่ากว่าจะสิ้นสุดฤดูกาลท่องเที่ยวเกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทแน่นอน ซึ่งรายได้ที่ได้รับจากการท่องเที่ยวนี้จะนำส่งเข้าคลัง กรมป่าไม้ และแบ่งให้ อบต.ในพื้นที่ร้อยละ ๕ อุทยานนำมาใช้ร้อยละ ๕๐ ส่วนที่เหลือส่งไปพัฒนาอุทยานต่างๆ ที่ยังไม่มีรายได้ เพื่อให้อุทยานเหล่านั้นมีศักยภาพท่องเที่ยวมากขึ้น ถ้ามีแต่งบฯปกติที่รัฐจัดให้ไม่เพียงพอ ดังนั้นรายได้ที่ได้จากการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้เสริมเพื่อพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

“นักท่องเที่ยวที่เข้ามา ๓๐,๐๐๐ คน เป็นคนต่างชาติ ๒๔,๐๐๐ คน คนไทย ๖,๐๐๐ คน คนต่างชาติชอบดำน้ำลึก แต่การทำลายไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นคนไทย ตกใจสำลักน้ำเหยียบปะการัง เพราะฝึกดำน้ำใหม่ๆ ฝึกวันเดียวดำเลย คว้าทุกอย่างที่ขวางหน้า นักดำน้ำมือใหม่ทั้งหลายทำลายไปเยอะ จำเป็นต้องสำรวจความเสียหาย และจะทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติใต้น้ำ เป็นป้ายสื่อความหมายในน้ำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจและระมัดระวัง ซึ่งที่หมู่เกาะสุรินทร์และชุมพรมีแล้ว” นายวิทยา กล่าว

ปัญหาหลายอย่างของการท่องเที่ยวอุทยานทางทะเล ที่สุดแล้ว ก็ต้องอาศัยงบประมาณมาจัดการ ทั้งเรื่องที่พัก ห้องน้ำ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่จะให้คำแนะนำดูแลบริการ ซึ่งปัจจุบันอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน มีเพียง ๗๓ คน เป็นข้าราชการ ๓ คน ลูกจ้างประจำ ๓ คน และลูกจ้างชั่วคราวง ๖๗ คน ซึ่งต้องกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วทั้งเกาะ ตั้งแต่ทับละมุ เกาะแปด เกาะตาชัย และประจำเรือ ดังนั้น คงถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐต้องจริงจังในการสนับสนุนงบประมาณ หากต้องการรายได้จากการท่องเที่ยวมากระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยเฉพาะในปีนี้จากเดิม ๓๓๕,๐๐๐ ล้าน เพิ่มอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะแนวทางการเก็บเงินค่าดำน้ำจากนักท่องเที่ยวทางเดียวคงไม่สัมฤทธิ์ผล


ขอขอบคุณ สำนักข่าวไทย

จาก : วิไลสมุทร - 07/04/2001 23:29

ข้อความ : sdsdsdsds

จาก : กมล - - kamon_1985@hotmail.com - 21/01/2008 15:48

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
Email :
ข้อความ :


This Free service hosted by D'Server
TheRyo's GYM Bodybuilding and Fitness Guide | iRadio 1st Full format Internet Radio in Thailand