อะนะ

topic : ไดอารี่ : ย่ำแดนซากุระ
comment : วันที่ 2 ตุลาคม
เหนื่อยชะมัด วันนี้มีสอบ final และที่แย่กว่านั้น ยังไม่ได้แพ็คกระเป๋าเลย เพราะวันนี้เราต้องไปให้ถึงสนามบินตอนทุ่มครึ่ง ไม่งั้นเราอาจจะโดนมองได้ว่าเป็นเด็กไม่ดี ไม่มีฟามรับผิดชอบ เพราะโปรแกรมที่เราไปนั้นมันเป็นโปรแกรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม Pan Pacific Youth Program อะไรนั่นแหละ ที่ได้ไปเพราะได้อานิสงค์จากญาตินอกสายเลือดคนหนึ่งอายุเท่าเราแก่กว่าสองเดือน ญาติเราคนนี้เขาต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพราะเขาเป็นคนพิเศษ ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน(ลองเดากันเอาเองนะ) แต่ที่เขาได้ไป เพราะท่านป้าของเขา(ซึ่งเป็นป้าสะใภ้ของเรา)มีเส้นมีสายรู้จักกับเจ้าของ YMCA(องค์ที่จัดหาคนไทยไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ) แถมลูกชายเขาก็เคยไปสิงคโปร์กับโปรแกรมนี้มาแล้ว และเขาหวังดีอยากให้หลานสาวเขาคนนี้ ได้ไปเปิดหูเปิดตารับรู้สังคมภายนอก ทั้งป้าเขาและแม่เขา สั่งและกำชับเราอย่างดีว่าให้ดูคุณหลานเขาให้ดี ๆ อย่าให้ไปทำอะไรไม่ดีที่นั่น ซึ่งเราก็รับปากเป็นมั่นเหมาะเพราะสงสาร แต่แอบถอนหายใจไปหลายเฮือก เพราะคุณเธอมาพักอยู่บ้านเรา 1 อาทิตย์ เล่นเอาเราเกือบเอาหัวโขกกำแพงตาย เพราะคุณเธอและเราทั้งที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน (มาเจอก็เพราะจะไปญี่ปุ่นด้วยกันนี่แหละ ) ไม่ทราบทำไม เวลาเราจะกินข้าว เธอจะเดินมานั่งข้าง ๆ แล้วจ้อง แล้วก็เทศนาเรา(ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกัน) เธอถามว่าเราจัดกระเป๋าหรือยัง เราตอบว่ายัง เธอก็ด่าเรา แล้วก็สั่งสอนเราถึงการใช้ชีวิตร่วมกับสังคม เราก็ฟังแล้ว เอ๊ะ คุ้น ๆ เหมือนคุณยายเคยสอน เราก็ไม่ว่าไรหรอก เพราะเข้าใจว่าเขาเป็นคนยังงี้ แต่แอบปาดเหงื่อ นี่เราจะต้องอยู่กับคนคนนี้ทั้งหมด 12 วันที่นู่นเลยใช่ไหม ตั้งแต่วันนั้นมาเป็นเวลา 1 อาทิตย์ ทุกมื้อที่เรากินข้าว เราก็จะมีเพื่อน เช่นเธอคนนี้มานั่งดูและให้กำลังใจ อย่างใกล้ชิด พร้อมกับคำเทศนา(ซึ่งเรารู้แล้ว และรู้มากกว่าอีก)

(จิบ badardi แล้วพิมพ์ต่อ...)

วันนี้รู้สึกใจคอไม่ดี และไม่อยากไปด้วย เพราะรายงานกลุ่มยังไม่เสร็จ แต่โชคดีที่เพื่อนเข้าใจ แถมรุม order ของฝากกันมากมาย รีบทำข้อสอบเสร็จก็ลาเพื่อน ๆ กลับทันที กลับมาบ้านรีบแพ็คกระเป๋าทันที พอแพ๊คเสร็จท่านแม่ก็มารื้อจัดให้ใหม่ บอกว่าเราจัดไม่เรียบร้อย พอจัดเสร็จก็รีบอาบน้ำแต่งตัวลงไปรอ เฮ้อ วันนี้ครอบครัวของยายตัวดีจะมารับเราทั้งสองคนไปสนามบิน...ครอบครัวนี้แปลกทั้งบ้าน พ่อไม่ยอมพูดจา ส่วนแม่คอยนั่งสั่งสอนลูกไป หยิกตีลูกไป เห็นแล้วสงสาร เวรกรรมจริง ๆ พ่อเขามีธุระ เลยเอาเราสองคนกับแม่เขาไปทิ้งที่โรงแรมก่อน ปรากฏว่ายัยคนนี้ยังไม่ได้จัดกระเป๋าเลย แม้แต่น้อย เอ...แล้วไอ้ที่มานั่งสั่งสอนเราทุกมื้ออาหารเนี่ย หมายความว่าไงฟะ

เอาเหอะ สองคนแม่ลูกช่วยกันจัดกระเป๋าจนเสร็จ คอยหันมาถามเราเป็นระยะ ๆ ว่าเราเอาอะไรไปบ้าง? เอาเสื้อไปกี่ตัว? กางเกงกี่ตัว? ถุงเท้ากี่คู่? ชั้นในกี่ตัว? เอาหมวกใบไหนไปดี? เอาเงินไปเท่าไหร่? เอาไอ้นี่ใส่ช่องไหนดี? จัดไปก็หยิกตีลูกไป ลูกก็จ๋อยเหมือนหนู ไม่เห็นสำแดงเดชเหมือนอยู่กับเราเลย พอจัดเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาไปที่ แอร์พอร์ต ที่นั่นเราไปพบกับสมาชิกอีก 3 คน เป็นรุ่นพี่กันหมด ชื่อพี่หนิง อายุ 24 พี่หยก อายุ 24 และพี่อ้อย อายุ 27 พี่หยกสามารถพูดญี่ปุ่นได้แบบดีเลิศ พอได้เวลาปุ๊บ เรา 5 สาวไทยก็ออกเดินทางกันตามลำพัง พ่อแม่ของยัยตัวดีก็มิวายตะโกนสั่งเราให้ดูแลลูกเขาด้วย ...

from : wanderer - 19/11/2003 01:09 เก็บกระทู้นี้ ไว้ในที่ส่วนตัวของคุณ ดีมาก.

comment : นั่งอยู่ที่ข้างในสนามบิน พี่อ้อยถามยัยตัวดีว่า "น้อง...แล้วหนูเอาสไบมาหรือเปล่าคะ" ยัยตัวดีคนนี้มีหน้าที่เอาสไบชุดไทยไปตัดให้ทุกคนเพื่อการแสดง "หนูเปล่าลืมนะมันไม่ใช่ความผิดของหนู คนใช้เขาไม่ยอมจัดใส่กระเป๋ามาให้" ว่าแล้วคุณเธอก็โทรศัพท์ไปด่าลูกจ้างที่มีหน้าที่ดูแลบ้านให้สะอาดที่บ้านอย่างเสีย ๆ หาย ๆ ...เอ กระเป๋าของมัน ทำไมมันไม่จัดเองฟระ คิดในใจ
ข้ามไปเลยละกัน เพราะหลังจากนั้นเราทั้ง 5 ก็ขึ้นเครื่องบินไปโอซาก้าแล้ว

วันที่ 3 ตุลาคม
ถึงโอซาก้าอย่างปลอดภัย ในตอนเช้าตรู่ พวกเราแทบจะไม่ได้นอน เพราะเก้าอี้นั่งไม่สบาย(สิงคโปร์แอร์ไลน์)
เดินออกมาจากสนามบินก็เจอหนุ่มยุ่น 2 หน่อ 1. คุณจอห์นนี่(ชื่อเล่นเขา ชื่อจริงจำไม่ได้) 2. คุณ เรียว โมริโซโน่ ทั้งสองมารับพวกเรา แล้วพาพวกเราไปยัง Kansai Center International 2 คืนแรกพวกเราจะพักที่นี่ พวกเราไปถึง ไม่เจอเพื่อนชาติอื่นแต่อย่างใด เพราะบางประเทศก็ยังไม่ ส่วนประเทศที่มาแล้วคือนิวซีแลนด์ ก็หลับใหลไม่ได้สติ เพราะเหนื่อยจากการเดินทาง (มีทั้งหมด 7 ประเทศ ได้แก่ ออสเตเรีย นิวซีแลนด์ มาเล อินโด ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย)

แต่คนไทยเราฟิตมาก ด้วยความอยากเที่ยวจัด ทั้งที่ยังไม่ได้นอน เราจึงวางแผนไปเที่ยว Universal Studio กัน พวกเราบอกคุณเรียวว่าจะออกไปเที่ยว คุณเรียวแปลกใจมาก แล้วก็บอกว่าคนไทยนี่แข็งแรงจังเนอะ(คนไทยเที่ยวเก่งมากกว่า) พี่หยกซึ่งพูดญี่ปุ่นได้ดีกว่าเจ้าของภาษาเป็นผู้นำคลำทางไปจนถึงที่นั่น โดยรถไฟฟ้า ไปถึงที่นั่นก็ต้องควักค่าตั๋วไป 5000 เยน คิดเป็นไทยแล้ว พันกว่าบาท
แต่เราไม่หวั่น เพราะความอยากลิ้มลอง
เครื่องเล่นแรกที่ไปเล่นคือ Jurassic Park ซึ่งจะเป็นเหมือนล่องแก่งบ้านเรา แต่รอบ ๆ จะมีไดโนเสาร์(เหมือนจริงมากๆ ขอบอก) โผล่มาเป็นระยะ เราดูด้วยความเพลิดเพลิน ตัวที่น่ากลัวที่สุดคงจะเป็น ไทรันโนเซารัส และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ จู่ ๆ เรือมันแล่นขึ้นที่สูง ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่ามันจะสไลด์ลงมาให้เสียวเล่น แต่...ไอ้ตอนที่มันสไลด์เนี่ย ไอ้ไทรันโนฯ มันดันยืนจังก้าอยู่ด้านหน้า ตัวใหญ่มหึมาอ้าปากทีกลืนเรือได้ทั้งลำ ช่วงที่เรือสไลด์ลง มันก้มหัวลงมาพร้อมปากใหญ่ยักษ์ ในระยะประชิด ความรู้สึกเหมือนเรือจะแล่นเข้าปากมัน โอยน่ากลัวที่สุดในโลก เราหลับตาปี๋เอามือกุมหัว พอรูตัวอีกที เรือแล่นออกมาข้างนอกซะแล้ว พวกเราหัวเราะชอบใจกันใหญ่เลย พอออกมาดูรูปด้านนอกที่เขาถ่ายเป็นอัดโนมัติไว้แล้วขำกันใหญ่ นอกนั้นก็ไม่มันส์เท่านี้แล้วล่ะ

พวกเรากลับมาที่ที่พัก เจอกลุ่มที่ใส่ผ้าโพกหัว เดาว่าพวกมาเลย์คงมาถึงแล้ว พวกเราทักทายกัน แล้วแยกย้ายกันไปนอน


from : wanderer - 19/11/2003 01:32 ดีมาก.

comment : วันที่ 4 ตุลาคม
ลงมากินอาหารเช้า อาหารก็เป็นอาหารฝรั่งกับญี่ปุ่นแล้วแต่เราจะเลือก อินโดมาถึงแล้ว นั่งกินข้าวอยู่ นิวซีแลนด์ก็ตื่นจากนิทรา แรก ๆ กำแพงยังหนาอยู่ เลยยังไม่ค่อยคุยกับใคร พวกมาเลเซียดูจะครึกครื้นเสียงดังเป็นพิเศษ และดูมนุษยสัมพันธ์จะดีมาก พวกเราก็แลกนามบัตรกัน แนะตัวกัน เรารู้สึกชอบคนอินโด กับมาเลย์มาก พวกเขาวัยใกล้เคียงกันกับเราแล้วก็ร่าเริงแจ่มใสดี

วันนี้คุณเรียว(วันหลัง ๆ คำนำหน้าชื่อจะเริ่มเปลี่ยนไป) พาพวกเราทั้งหมดขึ้นรถโค้ชพาไปเที่ยวที่โรงงานทำรถไฟฟ้า เรารู้สึกบรรยากาศครึกครื้นน่าสนุกดี แต่ยังไม่คุ้นเท่าไหร่ เรานั่งข้างพี่หยก ส่วนพี่หนิงนั่งกับยัยตัวดี อาหารกลางวันที่ไหนจำไม่ได้แล้วล่ะ จำได้แต่ว่ามื้อเย็นมี welcome party ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เราก็ได้ไปเจอเพื่อนญี่ปุ่นซึ่งเคยมาพักที่บ้านเรา ชื่อว่ามิจิ คืนนั้นสนุกสนาน เริ่มมีเพื่อน และได้เจอกับ host family ชื่อคุณฮัทซึมิ ซึ่งคืนหลังๆ เราจะได้ไปอยู่บ้านเค้า 3 คืน
จำอะไรไม่ค่อยได้เลย เพราะไม่สนุกเท่าไหร่ คืนแรก ๆ คิดถึงแฟนมาก โทรไปหาหลายรอบเลย เหมือนคนเป็นโรคโฮมซิก คิดถึงประเทศไทย อยากกลับ แงๆๆ

วันที่ 5 ตุลาคม
วันนี้เริ่มคุ้นกับพี่คนไทยกันเอง และเริ่มมีเพื่อนแล้วล่ะ วันนี้เรามีโปรแกรมคือ ทุกชาติจะต้องทำอาหารประจำชาติ จะมีลูกมือเป็นคนญี่ปุ่นมาคอยช่วยเหลือทีมละเกือบสิบคนได้ นายมิจิก็อยู่ทีมเรา นายนี่ติ๊งต๊อง ใช้อะไรก็ทำ พวกเราทำอาหารขึ้นชื่อคือ ต้มยำกุ้ง กับแกงเขียวหวานไก่นั่นเอง
วันนี้ล่ะยัยตัวดีก่อเรื่อง คือว่าก่อนทำอาหารเราก็ต้องไปช้อปปิ้งซื้อเครื่องปรุงกันก่อน เราก็มัวแต่คุยกับเพื่อนชื่อยูมิอะไรซักอย่างเนี่ยแหละ เลยเผลอลืมดูแลซะ เมื่อซื้อของได้ครบตามต้องการ เราก็ออกมานอกซุปเปอร์ ต้องพบกับความประหลาดใจ...

ยัยตัวดียืนอยู่กับผู้ชายแก่คนหนึ่งพร้อมกับถุงขนมมากมาย แถมแกยังเชื้อเชิญให้พวกเรากินขนมด้วย กินไปงงไป ถามไปถามมา ได้ความจากปากยัยตัวแสบว่า ชายผู้นี้คือ home stay ของเธอ เธอเลยเอาของขวัญที่เตรียมมาให้ตาคนนั้นไปแล้วเรียบร้อย เขาเลยซื้อขนมเลี้ยงเป็นการตอบแทน พี่หนิงและพี่หยกเถียงว่าไม่ใช่ แต่เขาคือผู้ว่าของเมืองมิฮาร่าที่เราคนไทยจะไปพักอยู่กับ home stay ต่างหาก เธอเถียงว่าใช่ จำได้ เพราะเมื่อวานเขาใส่เสื้อสีนี้ เราก็ว่าไม่ใช่นะเพราะเราจำหน้าเขาได้ เถียงกันไปเถียงกันมา สรุปว่าไม่ใช่ ยัยตัวแสบจะไปเอาของคืน เพราะกลัวว่าวันจริงจะไม่มีให้ home stay แต่พี่หยกกับพี่หนิงสั่งห้าม เพราะมันน่าเกลียด ห้ามๆๆๆๆเด็ดขาด ยัยตัวดีพยักหน้าเข้าใจ พอไม่กี่นาทีเท่านั้นแหละ เธอหายไป แล้วกลับมาพร้อมกับของขวัญชิ้นนั้น พี่อ้อยเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างว่าเธอเดินไปหาเขา แล้วพูดเป็นภาษาไทยว่า "เอาคืนมาๆๆ" แต่เธอให้การกับพี่หนิงว่าแค่ไปถามเฉยๆแล้วเขาก็คืนให้เลย งานนี้เราไม่รู้จะทำหน้าไงดี พี่ๆทั้ง 3 โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

ระหว่างทำอาหาร เรานั่งเด็กพริกอยู่ก็มีคนญี่ปุ่นคนนึงอายุ 30 เข้ามาช่วย แล้วก็พูดเรื่องไปเที่ยวเมืองไทยมา พูดว่ารู้จักธรรมศาสตร์ รู้จักเกษตร จุฬา ทำงานที่ไหน ยังไง สารพัดจะโม้ โม้ไปโม้มา น้ำลายก้อนโตกระเด็นลงไปในชามที่คั้นน้ำมะนาวทิ้งไว้ พี่หนิงยืนปรุงอาหารอยู่ เรียกหาน้ำมะนาว แล้วพี่หยกก็เข้ามาคว้าชามน้ำมะนาวไปทั้ง 2 ชาม พี่หยกทำท่าจะหยิบชามที่มีน้ำลายของตานั่นเทลงไปในหม้อ เรารีบห้ามทันใด พี่หยกทำหน้าเหยเก โชคดีที่ต้มยำหม้อนี้ต้องการน้ำมะนาวแค่ชามเดียว...ไม่งั้นคนกว่าร้อยคนคงอาจกลายเป็นผีกระสือ ผีกระหังได้
อาหารชาติไทยขายดีจริง ๆ ทั้งญี่ปุ่นและชาติอื่น ๆ ต่อคิวกันเป็นแถวเหมือนโรงเจเลย คิดแล้วน่าภูมิใจแล้วก็น่าเอ็นดูพวกเขาดี คุณเรียวเดินผ่านมา แกไม่กินเผ็ด พอแกลองชิมดูเท่านั้นแหละ ทำหน้าเหยเก น่าสงสาร
คืนนี้เราต้องอาบน้ำแบบรวม คิดแล้วสยอง แต่ก็ลองดู ลองดูแล้วก็เฉย ๆ อ่ะนะ เพราะพวกเราสั่งห้ามกันเองว่าห้ามหันมามองกันเด็ดขาด เข้าไปในห้องน้ำ จะมีฝักบัวเรียงรายเป็นทิวแถว ไม่มีอะไรกั้น ต้องแก้ผ้าเท่านั้น อาบน้ำฝักบัวก่อนแล้วค่อยลงไปแช่ ทีนี้ เป็นเรื่องอีก ยัยตัวดีเขาลดความอ้วน เลยไม่กินอะไรเลย เขาชอบลูกเกดเมทินี กิ่งมะยมมาก เลยอยากผอมแบบนั้น แต่เขาลดแบบไม่ถูกวิธีคือไม่กินอะไรเลย แถมกินยาอีกต่างหาก พอลงแช่น้ำร้อนปุ๊บก็วูบ แถมยังอ้วก พี่หยกแกทำงานเป็นล่ามที่โรงพยาบาลแกเลยเข้าไปดูอาการ แต่พี่หนิงแกโหด แกไม่สน เพราะแกเบื่อ เข้าใจเขาอยู่หรอก หลังจากบำบัดอาการแล้วส่งไปนอนแล้ว พวกเราที่เหลือก็เลยมานั่งสนทนากัน ดูพี่ ๆ เขาจะเบื่อยัยตัวดีนี่มาก เพราะมาแล้วสร้างปัญหา แล้วมาทำอวดเก่งที่นี่ เหมือนที่อวดเก่งกะเราที่บ้านนั่นแหละ พี่หยกตั้งข้อสันนิษฐานว่าเธอไม่เต็ม เธอทำงานโรงบาลเธอเคยเจอคนไข้แบบนี้...ก็ว่ากันไป เราไม่ขอออกความเห็นใด ๆ ดีก่า



from : wanderer - 19/11/2003 02:14 ดีมาก.

comment : วันที่ 6 ตุลาคม
ตื่นขึ้นมา ยัยตัวดีร้องหาผ้าเช็ดตัว ก็เมื่อคืนมันอ้วกใส่ผ้าเช็ดตัวแล้วหนิ พี่ ๆ โกรธมาก ไม่สนใจ เราก็ไม่รู้จะช่วยไง ได้แต่ทำหน้าปริบ ๆ บรรยากาศอำมหิตมาก(เว่อร์)
ยัยตัวดีเลยไปซื้อผ้าเช็ดตัวที่เคาเตอร์ ก็ซื้อได้นะ แล้วก็มาชมตัวเองให้เราฟังประมาณ 10 รอบ ว่าสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ (ที่เขาเป็นแบบนี้เพราะโดนแม่กดดันว่าอย่าไปทำอะไรไม่ดีที่นู่น)
วันนี้ไปที่ไหนไม่รู้จำไม่ได้ จำได้แต่ว่าเราไปสนิทกับเพื่อนสิงคโปร์ชื่อว่า Celine เป็นคนนิสัยดีมาก ๆๆๆๆ อายุเท่ากันด้วย แล้วเราเริ่มเกาะกลุ่มกันแต่นั้นมา พี่ ๆ เขาไม่ต้องการยัยตัวดีแล้วหละ แต่เราทิ้งมันไม่ได้ เลยต้องสอยมันไปด้วย วันนี้รู้สึกจะได้เพื่อนอีกคนด้วย เป็นคนนิวซีแลนด์ ชื่อ Shane เป็นอัธยาศัยดีมากเช่นกัน แล้วยังได้รู้จักเพื่อนชื่ออากาเนะ และอากิโกะ และชิเกโอะ ซึ่งวันหลัง ๆ พวกนี้จะพาเราไปช็อปปิ้ง
คืนนี้ไปพักโรงแรมเก่าแก่อยู่บนภูเขาเลย ต้องอาบน้ำรวมอีกครั้ง คราวนี้เราสบาย ชินแล้ว ไม่กระดากเท่าไหร่ นอนก็นอนบนเสื่อแบบญี่ปุ่นแท้ พวกพี่ ๆ ชวนไปนั่งเม้าส์กันข้างล่างกะตาเรียว ตา Shane ตา Kelvin จากสิงคโปร์ เรานะง่วงมาก ๆ เลยขอนอนก่อนเลย ไม่ไปดีก่า กลัวผีเหมือนกัน แต่ง่วง หนาว ซุกตัวใต้ผ้าห่มเลย
ลืมเล่าไปเลยถึงอาหารมื้อเย็น นั่งกินกันเป็นทิวแถว บนเสื่อ แล้วคนก็เอามาเสิร์ฟคนละสำรับ มีเนื้ออบ ซุป เท็มปุระ อิ่มอร่อยพุงกางได้บรรยากาศเก่าแก่จริง ๆ ทุกคนต้องใส่ชุดยูกาตะมาดินเนอร์นะ ไม่งั้นเค้าไม่ยอม พรุ่งนี้เตรียมเที่ยววัด 555


from : wanderer - 19/11/2003 02:31 ดีมาก.

comment : วันที่ 7 ตุลาคม
วันนี้เป็นวันที่ได้เที่ยวอย่างสบายใจ ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร วันนี้ไปเที่ยววัดเซ็น ไม่มีอะไรเท่าไหร่ ไม่หนุกเลย หนุกอย่างเดียวตอนกลางคืนไปช้อปปิ้งกัน เราคนไทยทั้ง 5 เกาะกลุ่มกับเคลวิน ซีลีน และเชน ชิเกโอะ เคนอิจิ อากิโกะ ยูโกะ กันเดินเล่น มื้อเย็นคืนนี้หากินกันเอาเอง พี่หยกผู้เชี่ยวชาญกว่าคนญี่ปุ่นเดินถามทางเค้าไปเรื่อยถึงร้านราเม็งที่อร่อยที่สุดในเมือง เราเดินกันขาลากกว่าจะหาร้านเจอ เพื่อความอร่อย เราต้องยอม แต่ร้านนี้อร่อยจริง ๆ อร่อยมาก ๆ บริการดีมาก ๆ แต่ดันเกิดเรื่องฮาเล็กน้อยที่นี่ พออิ่มเสร็จ เราจะไปห้องน้ำยัยอากิโกะมันดันขอเข้าก่อนเพราะคงปวดฉี่มากหรืออะไรซักอย่าง เราเลยเข้าคนสุดท้าย พอออกจากร้านไม่เห็นใครเลย เอาแล้วไงล่ะแกล้งตูแหง ๆ พวกมันต้องเฝ้ามองเราอยู่จากที่ใดที่หนึ่งแน่นอน เพราะฉะนั้น เราต้องทำเป็นไม่ตกใจ ว่าแล้วก็ก้าวขาเดินอย่างมาดมั่น พวกนั้นมันเห็นเราเดินไป เลยปรากฏตัวออกมา แล้วหัวเราะกันคิกคัก พี่หนิงชัวร์ ตัวการ ชอบแกล้งเราอยู่เรื่อย แต่ก็หนุกดีนะ ตอนกลางคืนโทรไปหาแม่ แล้วก็โทรหาแฟน คืนนี้พักโรงแรมโมเดิร์นทันสมัยใจกลางเกียวโต สบายเราไป แต่ต้องนอนคู่กับยัยตัวดีอ่ะ วันนี้เราพามันไปซื้อเครื่องสำอางค์ แล้วก็สอนมันแต่งหน้า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นมา มันไม่กล้าด่าเราสั่งสอนเราอีกเลย แต่ยังเห็นเราเป็นแม่แบบเป็น idol อีก ก้าวเท้าซ้ายก็เท้าซ้ายตาม พูดก็พูดตาม คราวนี้ยิ่งรำคาญกว่าเดิมอีก แต่เอาวะ สงสารมัน ปล่อยมัน
วันที่ 8 ตุลาคม
วันนี้ได้ไปเที่ยวที่วัดนาราที่เกียวโต ที่จริงเราเคยมาแล้วกับแม่และน้อง มาอีกทีก็ยังสวยเหมือนเดิม มีกวางเต็มวัดเลย โดนกวางกัดด้วย เพราะไปให้อาหารมัน แล้วตัวอื่นที่ไม่ได้มันคงอิจฉามั้ง เลยกัดซะ น้ำลายเลอะเสื้อเลย
วัดนี้มีพระพุทธรูปใหญ่มาก เราเดินดูไปผ่าน ๆ เพราะเคยมาแล้ว สนใจแต่เครื่องรางที่วางขายมากกว่า มีหลายชนิดเลย เราซื้อเครื่องรางมา 3 อัน เป็นเครื่องรางความรัก เครื่องอีก 2 อันให้ปลอดภัย เราเห่อมากเอาอันที่เกี่ยวกับความรักมาห้อยไว้เลย ยัยตัวดีเห็นปุ๊บลากเราไปซื้อเลยเหมือนกัน เราก็อ่ะ ๆ ตามใจ วันนี้รู้จักเพื่อนเพิ่ม ชื่อว่าอากิ เป็นผู้ชายหล่อ น่ารัก ขี้อาย สูง เท่ห์ ปกติเขาอยู่กลุ่มอินโดเลยไม่ค่อยได้คุย วันนี้ได้คุยเพราะชิเกโอะแนะนำ
จากนั้นขึ้นรถไปที่โรงงานทำขนมเค้กญี่ปุ่น เรานั่งหลับในรถอ่ะ เพราะเพลียมาหลายวัน เจ๊หนิงแกล้งอีกแล้วง่ะ คราวนี้นัดเพื่อน ๆ รวมหัวกันแกล้งเราหมดเลยง่ะ ตอนเราหลับแกแอบมาขโมยเครื่องรางความรักของเราไป ซึ่งเราแขวนไว้แบบโจ่งแจ้ง เลยขโมยได้ง่าย พอไปถึงที่โรงงานขนมเค้ก อีตาอีโก้ (Eko) คนอินโดมันก็ถามว่าไปที่วัดน่ะซื้ออะไรมาบ้าง เราก็บอกว่า ซื้อเครื่องรางมา แล้วพวกนั้นก็ขอดู เราก็หาไม่เจอ พวกอีตาเชน เควิน พี่หนิง พี่หยก ซีลีน ก็ไซโคว่า เฮ้ยทำหายไปไหน หายได้ไง หายแล้วจะโชคไม่ดีนะ ต้องเลิกกับแฟนแหงเลย เราก็ซีเรียสดิ แต่ก็ยังฝืนทำเป็นไม่เป็นไรอยู่นะ ก็หยอกอีโก้ว่าถ้าฉันเลิกกับแฟนจริงเดี๋ยวจะมาเป็นแฟนเธอแทน พวกนั้นเห็นเรายังไม่โวยวาย ก็ไซโคอีกรอบ ตอนนั้นเราก็ใจไม่ดี คิดในใจว่าขอให้กลับมาเถอะนะ ก้มหน้าหาใหญ่เลย แหม เรื่องความรักมันซีเรียสออก แล้วพี่หนิงก็ทำเป็นให้ยืมผ้าเช็ดหน้าบอกเอาไปซับน้ำตาซะ พอเราเงยหน้าขึ้นมาก็ปรากฏว่าเครื่องรางอยู่ในมือพี่หนิง... เราก็เลยโวยวายใหญ่เลย พวกนั้นก็หัวเราะชอบใจ เราก็ตื่นเต้นเรียกเชนเป็นเควินเรียกผิดเรียกถูก สร้างความฮาให้ไอ้พวกนั้นกันใหญ่ โถ่ แม้แต่ซีลีนเพื่อนรักเรายังทำเราได้ลงคอ แง้ ๆ เหตุการณ์วันนี้เลยกลายเป็น topicไปอีกหลายวัน เพื่อน ๆ มักจะล้อเราว่า "Where is your chime?" เรางี้อายจริง ๆ แต่มันส์ดี
คืนนี้นอนโรงแรมเดิม ยัยตัวดีคืนนี้มันนอนหลับแบบลืมตาแถมกรนเสียงดัง เราแอบผวา เลยต้องตอบรับคำชวนไปปาร์ตี้ที่ห้องเพื่อน ๆ ทั้ง ๆ ที่เราง่ะไม่ชอบปาร์ตี้แบบนี้แล้วก็ง่วงจริง ๆ เลย เพราะไปแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรทำ แค่คุยกันแล้วก็ดูทีวีกัน แล้วก็มีผู้หญิงน้อยด้วยก็มีซีลีน พี่หนิง พี่หยก นิกกี้ ยูโกะ ผู้ชายมีเยอะ มีเชน วิลเลี่ยม เควิน เรียว ซึ่งน่าเบื่อแต่คืนนี้ยอม เพราะกลัว คืนนี้ อีตาเรียวแอบแจมด้วย ตานี่อายุ 25 แต่เป็นผู้ชายติ๊งต๊อง เป็นหัวหน้าทัวร์ก็จริง แต่เบื้องหลังเด๊กเด็ก พวกเรานั่งนินทากันถึงคนฟิลปปินส์คนหนึ่ง ชื่อ Artorou ว่าเป็นพวกชอบลวนลาม ชอบมาคุยแล้วจับมือถือแขน เราเองก็เคยโดน ก็ไม่พยายามเข้าใกล้ แต่เราอยู่นานไม่ได้ก็ต้องกลับไปนอน เพราะเป็นเด็กขี้เกียจ ชอบนอน


from : wanderer - 19/11/2003 03:10 ดีมาก.

comment : ไว้จะมาเล่าต่อพรุ่งนี้นะคะ บายๆ

from : wanderer - 19/11/2003 03:12 ดีมาก.

comment : วันที่ 9 ตุลาคม

กลับมาจากมหาลัยแล้ว...เล่าต่อๆ...
ความทรงจำเสื่อม แฮะ จำไรไม่ได้เลย จำได้แต่ว่าวันนี้ต้องไปเยี่ยมโรงเรียนประถม ต้องไปเล่นกับเด็ก ไปรำไทยให้เด็กดู พวกเราคนไทยก็ไปรำลอยกระทง เรียกเสียงกรี๊ดจากเด็ก ๆ ได้ตามสมควร แต่พวกฟิลิปปินส์เขาเจ๋งกว่า เขารำระบำสเปน พอรำเสร็จ เด็ก ๆ ญี่ปุ่นจำนวนร้อยกว่าคนวิ่งกรูเข้าไปขอจับมือกันใหญ่ สร้างความโกลาหลให้กับคนที่นั่งอยู่แถวนั้น และครูบาอาจารย์ ดูยังกะคอนเสิร์ตของศิลปินที่โดนแฟน ๆ เบียดเสียดกันเพื่อแค่สัมผัสมือหรือขอลายเซ็นต์

พวกสิงคโปร์ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย(ตั้งแต่ต้นจนจบ) เลยแก้ขัดด้วยการเล่นเกมส์ พวกนิวซีแลนด์เต้นระบำแบบชนเผ่าเมารี พวกนี้ใช้การแสดงชุดนี้ชุดเดียวตั้งแต่ต้นยันจบ มีเสียงแซวว่าเบื่อแล้ว เปลี่ยนมั่งเหอะ!!

555 วันนี้พี่หนิงโดนแก้แค้นที่แกล้งเรามา 2 ครั้ง แต่ไม่ใช่ความคิดเรานะ ความคิดของเชน เชนมาเตี๊ยมกับเราว่า จะขโมยผ้าพันคอแสนแพงของพี่หยก ซึ่งพี่หนิงขอยืมพี่หยกมาพันคอแล้วซ่อนไว้ในกระเป๋าเรา เตี๊ยมกับพี่หยก อีโก้ ซีลีน เคลวินด้วย พอรถโค้ชมาจอดหน้าโรงแรมเดิม พี่หนิงก็รู้ตัวว่าผ้าพันคอหาย ส่วนพี่หยกก็แกล้งไซโคว่า มันแพงนะ ถ้าหายไปจะทำยังไง พี่หนิงโวยวายลั่นรถ คนฟิลลิปปินส์คนหนึ่งชื่อฟาติมาไม่รุ้เรื่องจึงเกือบบอกไปแล้วว่าผ้าพันคออยู่ที่ไหน แต่พี่หยกรีบสกัดไว้ทัน ฟาติมาจึงทำเป็นผสมโรงไปด้วยว่า ผ้าพันคอนี้ราคาแพงมาก เราเห็นแล้วขำชะมัด 555 ก็มันอยู่ที่เราเองนี่หว่า เชนขโมยมาตั้งแต่เช้าแล้ว แต่กว่าเราจะคืนให้พี่หนิงก็ปาเข้าไปดึกดื่น ขำกันชะมัดเลย นายเชนเลยโดนพี่หนิงไล่กวดประหนึ่งว่าจะฆ่าจะแกงกัน งานนี้เราม่ายเกี่ยว...เกี่ยวนิดนึง 555

คืนนี้ได้ช้อปปิ้งอย่างอิสระอีก 1 วันที่ย่านนัมบะไม่ได้อะไรเลยเพราะแพง ได้ถุงเท้ามาคู่เดียว หลังจากนั้น พี่หยกพาพวกเราซึ่งมีก๊วนเดิมนั่นแหละ บวกนายมิจิเพิ่มอีก 1 คน ไปกินอุด้งใกล้ ๆ โรงแรม ยัยตัวดีอีกแล้วครับท่าน...เธอสั่งอุด้งน้ำ พอเห็นซีลีนสั่งแห้งเลยเปลี่ยนเป็นแห้งตาม พอได้แห้งมาปุ๊บ จะขอน้ำซุป พี่หยกโกรธมาก ไม่ให้เปลี่ยน เธอเลยจำต้องถือชามที่แห้งมานั่งโต๊ะซึ่งมีนายมิจินั่งอยู่ข้าง ๆ ว่าแล้วคุณก็เอ่ยปากขอน้ำซุปจากมิจิ นายมิจิก็ใจดี(เพราะเคยมาพักบ้านเรา) ให้น้ำซุป ว่าแล้วเธอก็ยกชามของมิจิแล้วเทซุปใส่ชามของเธอ เป็นอันว่าอุด้งของมิจิกลายเป็นแห้งไป พี่หยกเห็นเหตุการณ์อีก โกรธหน้าบึ้งตึง แล้วก็เดินมานั่งข้างเรา แล้วบอกว่าให้เราดูแลคุณเธอด้วยสิ!! เรางี้อยากเอาหัวจุ่มชามอุด้งให้มันรู้แล้วรู้รอด

หลังจากกินเสร็จเขาจะไปเที่ยวผับกัน แต่เรากับพี่อ้อยไม่ไป เพราะอยากไปซื้อของอีก พี่อ้อยจะไปซื้อชาเขียวฝากที่บ้าน ส่วนเราก็เหมือนกัน แล้วก็จะไปซื้อของให้แฟนด้วย ก็เลยแยกเป็น 2 ก๊ก คือก๊ก1มีพี่หยก พี่หนิง เคลวิน เชน ซีลีน ก๊ก 2 มีเรา พี่อ้อย ชิเกโอะ เคนอิจิ
2 หนุ่มนี่พาเราไปที่ร้านขายCD เราก็ไปเลือกซื้อวีดีโอของวง X-Japan ที่แฟนเราคลั่งไคล้กับหนังสือกลองไปฝาก ได้ชาเขียวไปฝากคุณตาคุณยาย อ้อ ซื้อเนคไทลายซากุระไปฝากคุณพ่อ และกระเป๋าตังค์ฝากคุณแม่ และไปซื้อของฝากเพื่อน ๆ ที่ร้าน 100 เยน ร้านนี้ของทุกอย่าง ราคาแค่ 100 เยน มีตั้งแต่สากเบือยันเรือรบ จะเอาอะไรว่ามาเลย ที่ร้าน 100 เยนนี่แหละ ที่พายัยตัวดีไปซื้อเครื่องสำอางค์ แหะๆ แต่ของของเขามีคุณภาพดีนะ และมีมูลค่าเกินราคา เพียงแต่เจ้าของเขาสั่งของเข้ามาทีละเป็นจำนวนมหาศาล จึงสามารถขายได้ในราคาถูกกว่าต้นทุน

หลังจากกลับโรงแรมแล้ว เรากับพี่อ้อยก็ออกไปช็อปปิ้งอีกที่ร้านค้าใกล้ ๆ โรงแรม เราได้เครื่องสำอางค์โคเซ่มา ราคาถูกมากกว่าเมืองไทยเยอะ ส่วนพี่อ้อยได้ลิปสติกของชิเชโด้มา 2 แท่ง
คืนนี้แพ็คกระเป๋าไม่ลง...ฮือๆซื้อของเยอะเกินไป ปิดกระเป๋าไม่ได้ ก็ของฝากแทบทั้งนั้นง่ะ คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่จะได้นอนที่โรงแรม เพราะคืนพรุ่งนี้เราจะได้ไปอยู่ home stay คุณฮัทซึมิ


from : wanderer - 19/11/2003 18:28 ดีมาก.

comment : วันที่ 10 ตุลาคม

เป็นวันที่ไม่ค่อยสนุกอีก 1 วัน เพราะนั่งรถแทบทั้งวัน เพื่อไปส่งแต่ละกลุ่มประเทศลงตามเมืองต่าง ๆ ก่อนอื่นเลย แวะกินมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยน จากนั้นก็นั่งรถยาว วันนี้ยัยตัวดีทำหยิ่ง เธอโกรธพี่หยก สงสัยคงโกรธเรื่องอุด้งเมื่อคืนที่บังอาจด่าเธอมั้ง เธอไม่ยอมเข้าก๊วน แต่ไปเข้าก๊วนพวกมาเลย์ นัยว่าคงงอนพี่อ้อยด้วย เพราะมื้อเช้าที่โรงแรมเธอโดนพี่อ้อยตำหนิ เธอให้การกับพี่อ้อยว่า อุด้งแห้ง ๆ แบบนี้เธอไม่คุ้นปาก ก็เลยต้องขอน้ำจากมิจิ เลยโดนพี่อ้อยสวดว่า อาหารที่นี่ไม่ใช่เหมือนที่บ้านเรานะ!! อะไรประมาณนั้น

รถขับออกไปนอกเมืองโอซาก้าไกลมาก รถจะขับวนไปส่งพวกที่อยู่ไกลที่สุดก่อน แล้วพวกใกล้ที่สุดลงทีหลัง พวกที่ลงเป็นชาติแรกคือฟิลิปปินส์กับออสเตรเลีย ที่เมือง คาวาชินากาโน่ ส่วนพวกที่น่าสงสารที่สุดคือ พวกซีลีน(สิงคโปร์) พักในตัวเมืองโอซาก้าแท้ ๆ แต่ดันต้องนั่งวนรอบจังหวัดและลงกลุ่มสุดท้าย ประเทศไทยกับนิวซีแลนด์ลงที่เดียวกันก่อนสุดท้าย ที่เมืองมิฮาร่า เป็นเมืองที่ไม่ไกลจากโอซาก้าเลย รองจากสิงคโปร์
เมื่อถึงศาลากลางของมิฮาร่า ไทยกะนิวฯก็หิ้วสัมภาระลงไป มีการทำพิธีรีตองกันเล็กน้อย บรรดา home stay มารอกันเสียงเจี๊ยวจ๊าว
คุณฮัทซึมิของเราก็มา เมื่อเสร็จพิธีแล้วก็แยกย้ายไปบ้านใครบ้านมัน เรารู้สึกใจหายยังไงไม่รู้ พี่หยกเขาก็เป็นห่วงเรา แต่ทุก ๆ คนเป็นห่วงยัยตัวดีกันหมด ก่อนหน้านั้นพี่หยกตั้งใจจะรายงาน home stay ของยัยตัวดีถึงความเป็นคนพิเศษของเธอ ด้วยเกรงว่าจะไปสร้างเรื่องอะไรอีก แต่ไม่มีโอกาสจะบอก แต่ดูท่าทางบ้านนั้นเขาใจดีมาก คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก ..เราแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง แง

คุณฮัทซึมิขับรถมารับเราคนเดียว แล้วพาเราไปหาน้องชายเขาชื่อฮิเดกิ ได้คุยกับคุณนิชิดะ directer ของเมืองมิฮาร่า จากนั้นพากลับบ้าน ทุกคนพูดอังกฤษไม่ได้(ซักนิด) เราต้องใช้ความพยายามอย่างแรงที่จะสื่อสารกันให้เข้าใจ คุณฮัทซึมิพอพูดได้แต่ พูดได้เป็นคำ ๆ ต้องอาศัย talking dic ครอบครัวนี้มีด้วยกัน 4 คน คุณฮัทซึมิ คุณมาซาโตะ(สามี) ทากาโนริ(ลูกชาย) รุ่นเดียวกับเรา อิคุโกะ(ลูกสาว) อายุ 16 ปี
มื้อเย็นนี้ได้ไปกินซูชิแบบสายพาน บอกตรง ๆ ว่าที่เมืองไทยทำได้อร่อยกว่า แต่ถ้าพวกเขาถาม เราก็ต้องบอกว่าอร่อยมาก จริงไหม

บ้านนี้เป็นบ้านเล็กแต่ไฮเท็คน่าดู ห้องน้ำเป็นแบบอัตโนมัติ เปิดประตูก้าวเท้าเข้าไปปุ๊บ ทุกอย่างทำงาน ส่วนห้องอาบน้ำ เป็นแบบญี่ปุ่น มีอ่างน้ำร้อนแช่ แต่เราไม่ได้แช่นะ เราอาบข้างนอกแล้วเผ่น
ห้องนอนที่เรานอนเป็นสไตล์ญี่ปุ่นมาก นอนบนเสื่อ บานประตูทำด้วยกระดาษสา มีตุ๊กตาญี่ปุ่นประดับ แต่ห้องเขาปิดมืดมาก ถ้าไม่แง้มประตูไม่มีวันรู้เดือนรู้ตะวัน แอร์ก็ไม่เปิดให้ตู ไอ้เราก็เกรงใจ ไม่รู้สิ มันไม่กล้าอ่ะ เพราะ 1.พูดกันไม่รู้เรื่อง 2.ไม่เห็นบ้านเค้าเปิดแอร์เลยซักตัว ทางแก้ก็คือนอนแก้มประตูห้องเอาไว้
คุณฮัทซึมิบอกให้ตื่นสายได้ เราก็ดีใจเลยแหละ แต่คืนนั้นนอนแบบผวานิด ๆ เพราะผิดที่แถมตุ๊กตาก็น่ากลัว



from : wanderer - 19/11/2003 18:58 ดีมาก.

comment : วันที่ 11 ตุลาคม

สะดุ้งตื่นขึ้นมาในความมืด เอ๊ะ สงสัยเพิ่งตี 5 อยู่ม้าง เลยนอนต่อ เอ๊ะ ทำไมมีเสียงคนเดินล่ะ เลยหยิบนาฬิกามาดู เฮ้ย 9 โมงแล้ว!!
เป็นไปได้ไง เป็นไปแล้วล่ะ ห้องมืดมาก รีบอาบน้ำแต่งตัวออกไปนอกห้อง คุณฮัทซึมิเลยทำข้าวเช้าให้กิน เรารู้สึกละอายมากจริง ๆ ที่เราตื่นสายโด่งในวันนี้ เรานั่งกินข้าวไปดูทีวีไป จนข้าวหมด เวลาผ่านไป ประมาณเที่ยง คุณฮัทซึมิบอกว่าวันนี้เขาพาไปไหนไม่ได้เพราะเชนเป็นลมพิษ อยู่โรงพยาบาลต้องรีบไปดู แต่เดี๋ยวทากาโนริ กับ อิคุโกะจะพาไปเที่ยวแทน สักพัก อิคุโกะเดินลงมาในชุดนอน ประมาณว่าเพิ่งตื่น ไม่นานนักทากาโนริถึงได้ตื่นตาม...

2 คนนี้ขับรถพาไปช้อปปิ้งที่ริงกุ outlet ใกล้ ๆ กับ Kansai Center ที่คืนแรกไปพัก 2 คนนี้พูด eng ไม่ได้ ต้องพึ่ง talking dic แถมทากาโนริยังนั่งทับ talking dic แตกอีก คราวนี้ไม่มีเครื่องช่วย เลยต้องมั่วกันเอาเอง ที่ริงกุมีร้านค้าแบรนด์เนมมากมาย ซึ่งราคาก็ไม่ได้ถูกสมชื่อ outlet เลย เราจึงไม่ค่อยซื้ออะไร ซื้อแต่เมโทรนอม กับเครื่องตั้งสายกีต้าร์,เบส และสายสะพายเบส ยี่ห้อเดียวกันซึ่งราคาถูกกว่าไทยตั้งครึ่ง

มื้อเย็นครอบครัวนี้พาไปกินโคโนมิยากิ(พิซซ่าญี่ปุ่น) ตอนแรกเราเห็นมันเป็นถาดกระทะร้อนให้ปิ้งเอง เราดีใจนึกว่าเป็นเหมือนไดโดมอน ที่ไหนได้เป็นพิซซ่าญี่ปุ่น เด็กเสิร์ฟนำกุ้งดิบที่อยู่ในกองชีสมาเสิร์ฟ เราดีใจมากเพราะเราเป็นพวกชอบกินชีส ขนาดกินพิซซ่ายังต้องขอบชีสเลย แต่เราไม่ยักรู้ว่ามีบางอย่างซ่อนอยู่ในชีส...
เด็กเสิร์ฟลงมือเอากุ้งและชีสแผ่ลงบนกระทะร้อน ๆ ปั้น ๆ คลึง ๆ ให้เป็นรูปพิซซ่าแบน ๆ กลิ่นหอมยั่วยวนมาก พอชีสเริ่มแข็งเป็นก้อน คุณฮัทซึมิก็ปรุงโดย ซอสญี่ปุ่นสีน้ำตาล มายองเนส ซอสมะเขือเทศ แล้วก็อะไรไม่รู้เป็นขุย ๆ โรยหน้า ดูน่ากินดี เห็นเพื่อนกินเหมือนกันที่เมืองไทย แต่ไม่ได้ลองกินสักที

คำแรกที่เข้าปาก อืมหอมชีส พอเคี้ยวไปเคี้ยวมา เฮ้ย! ขิง...ขิงทั้งนั้น อยู่ในชีส โอย ฉันเกลียดขิง คุณฮัทซึมิถามว่าอร่อยมั้ย เราจำเป็นต้องตอบว่าอร่อยมาก แต่ในใจ พระเจ้า...ขิง!! คุณฮัทซึมิไม่รีรอ ตักชิ้นต่อมาให้เราทันที เรารีบกินรีบกลืน เขาเลยเข้าใจผิดว่าเราชอบ เอ้า! เอาไปอีกชิ้น ตาย...ตายแน่ตู เริ่มคลื่นไส้แล้ว ในความคิดของเราชีสกับขิงไม่น่าไปด้วยกันได้เลย จริง ๆ นะ อิคุโกะไม่ยอมแตะเลยสักชิ้นเดียว คงจะไม่ชอบเหมือนเรา สรุปว่ามื้อนั้นกินไม่หมด พ่อและลูกชายก็สู้ไม่ไหว จำเป็นต้อง stop ทันที

ตอนกลางคืนพวกบ้านพี่อ้อยและพี่หยกชวนออกไปเที่ยว เรารีบรับปากทันที เพราะเหงา home stay ของพี่อ้อยเป็นลูกครึ่งแคนาดา-ญี่ปุ่น พูดอังกฤษได้ โชคดีชะมัดเลยชื่อว่าคุณเจสัน คุณเจสันพาเรา พี่หยก พี่อ้อยไปที่ผับของเพื่อนเข้า เป็นผับที่ดูเถื่อน ๆ ดี ให้ของมือสองตกแต่งทั้งร้าน เราสนทนากันกลางวงเหล้า แต่เราไม่ได้กินนะ อิ่มโคโนมิยากิ เราไม่ชอบเหล้าด้วย เพื่อนคุณเจสันทะลึ่งตึงตังเหมือนกัน ลามปามเล็กน้อย แต่ช่างเถอะ เสร็จแล้วคุณเจสันพาไปส่งที่บ้าน เราก็รีบอาบน้ำ นอน

from : wanderer - 19/11/2003 19:23 ดีมาก.

comment : วันที่ 12 ตุลาคม

ตื่นสายหนักกว่าเดิม แต่ยังโชคที่ลูกสาวและลูกชายตื่นสายกว่า วันนี้มีปาร์ตี้ที่ศาลากลางเมืองมิฮาร่า วันนี้ไม่เหงาแล้วได้เจอเพื่อน ๆ เหมือนเดิม เคลวินและซีลีนตามมาด้วย เพราะเมืองใกล้กัน เคลวินน่าสงสาร เจอ home stay แก่ ๆ คนนึง ซึ่งต้องออกไปทำงานทุกวัน ไม่มีเวลาพาเคลวินไปเที่ยวเลย เขาต้องนั่งดูทีวีอยู่บ้านทั้งวัน ส่วนครอบครัวของยัยตัวดีก็ใจดีมาก และเธอก็ไม่ได้ก่อเรื่องอะไรที่นั่น รอดตัวไป ครอบครัวพี่หยกสิ น่าอิจฉาที่สุด เป็นวัยรุ่นเชียว พาไปช้อปปิ้งทุกวัน แถมซื้อของให้ด้วย มาเจอพี่หยกอีกที เสื้อผ้าอาภรณ์ใหม่ ๆ เต็มกายไปหมด
มื้อเย็นสุดแสนอร่อย มีอาหารไทยด้วย แล้วก็มีการแสดงต่าง ๆ ไทยกะนิวซีแลนด์หากินด้วยการแสดงชุดเดิม แต่น่า พรุ่งนี้เรามีทีเด็ดแน่นอน เสร็จแล้วก็มาเต้นระบำญี่ปุ่นร่วมกัน พ่อพี่หนิง (home stay) เต้นมันส์มากจนหน้าคะมำยังอุตส่าห์ลุกขึ้นมาเต้นต่อ คืนนั้นเหนื่อยมาก เค้ามีปาร์ตี้กันที่บ้านของยูโกะ แต่เราขอตัวเพราะเหนื่อยและเกรงใจคุณฮัทซึมิ พี่อ้อยก็ขอตัวเช่นกัน เชนเองก็ขอตัวเพราะอยากใช้เวลากับครอบครัวเขามากกว่า

from : wanderer - 19/11/2003 19:32 ดีมาก.

comment : วันที่ 13 ตุลาคม

ตื่นตามสบายเหมือนเดิม แพ็คกระเป๋าไม่ลงอ่ะ แต่คุณฮัทซึมิซื้อกระเป๋าอีกใบให้ ใจดีจัง ซักผ้าให้ด้วย เขาต้มไข่ต้อมให้กิน และก็ออกเดินทางพาเราไปส่งที่ Kansai Center เหมือนเดิม ก่อนไปทุกครอบครัวนัดกันขับรถตามกันไปเพราะกลัวหลง พี่อ้อยติดรถไปกับเราด้วยเพราะเจสันไม่ว่าง รถคันหลังก็เป็นเชน พี่หนิง พี่หยก และ มาเซล และคนอื่น ๆ
เมื่อไปถึงเจอมิจิพอดี เขาจึงรีบกุลีกุจอมาช่วยขนกระเป๋า เมื่อไปถึงแล้วพวกเราจึงไปแต่งตัวเป็นไทยอีสาน คนมาเลย์แต่งตัวสวยพริ้ง ใส่ส่าหรีทุกคน ผุ้ชายก็ใส่อะไรคล้ายสูท แล้วก็ใส่หมวก วันนี้เจออากิสุดหล่อแต่ฮือ ๆ เขาโดนผู้หญิงอินโดเกาะติดแจเลย ก็คนมันหล่ออ่ะเนอะ ช่างเถอะ งานปาร์ตี้คืนนี้สนุกสนานมาก อาหารอร่อย ของหวานอร่อย การแสดงสนุกสนาน คนมาเลย์แสดงได้ดีมากในคืนนี้ แต่นิวซีแลนด์ยังคงหากินกับการแสดงเดิม คืนนี้เรารำเซิ้งอีสานกัน รำผิดรำถูก หนุกดี รำเสร็จรีบเปลี่ยนชุดเลย ขี้เกียจใส่ผ้าถุง
ตอนกลางคืนมีนัดคาราโอเกะกัน ตาเรียวมันบ้า เอนริเก้ ที่ร้องเพลง Hero มาก ร้องใหญ่เลย
พรุ่งนี้จะจากกันแล้วสินะ ต้องอยู่ปาร์ตี้หน่อย นายเคลวินหายไป แอบไปกิ๊กสาวญี่ปุ่น นั่งเม้าท์กันกับเพื่อน ๆ จนราว ๆ ตี 3 ถึงได้ขึ้นนอน


from : wanderer - 19/11/2003 19:44 ดีมาก.

comment : วันที่ 14 ตุลาคม

เช้าตรู่เลย ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ไปก่อนเพื่อน แต่น่าดีใจที่เพื่อน ๆ หลายคนอุตส่าห์ตื่นมาส่ง มีซีลีน อีโก้ เชน เคลวิน อารอน ก่อนจาก ทุกคนกอดกัน น้ำตาคลอ ซีลีนกะพี่หนิงร้องไห้ แอบเห็นเชนแอบเช็ดน้ำตา เราเองก็เกือบ แต่ไม่ร้องดีกว่านะ ยังไงก็ได้เจอกัน ถ้าคนมันจะติดต่อกัน ใช่มะ

พอไปถึงสนามบิน เรียว ยูโกะและก๊วนเพื่อนไปส่งด้วย ดีใจจัง ไม่นานนัก ก็ลาจากกัน ขึ้นเครื่องบิน กลับประเทศไทย

จบแล้ว ไดอารี่

from : wanderer - 19/11/2003 19:51 ดีมาก.

comment : มาลงชื่อไว้ก่อน

จะเริ่มอ่านละนะ อูยยย ยาวใช้ได้.

from : พระเอก - 20/11/2003 20:35 ดีมาก.

comment :
(o^-^o) มาเซฟไว้อ่านจ๊ะ

from : เช้าตรู่ .... เสมอ - 26/11/2003 12:40 ดีมาก.

comment : อ่านจบแล้ว...ท่าทางน่าสนุกมากๆ..Trip นี้คงสร้างประสพการณ์ดีๆให้ wanderer ได้มากทีเดียว.....

from : Mr.Nightmare - 26/11/2003 19:44 ดีมาก.

comment : อ่านจบแล้วค่ะ สนุกดีนะ เขียนไดอารี่ได้ดีทีเดียว คราวหลังเขียนให้อ่านบ่อยๆนะคะ ชอบค่ะ

from : annmy - 27/11/2003 21:25 ดีมาก.

comment :
จบแล้วนะ ใช้เวลานานเหมือนกัน
เพื่อน

from : พระเอก - 29/11/2003 20:43 ดีมาก.

comment : กดผิด


comment :
จบแล้วนะ ใช้เวลานานเหมือนกัน
เพื่อนๆ ของ wanderer น่ารักดีนะ โดยเฉพาะยัยตัวแสบอะ
อิอิ ตลกดี อ่านแล้วนึกภาพออกเลย

เพื่อน ๆ หลายชาติ หลายภาษา ถ้าไม่บอกก็คงแยกไม่ออกหรอกว่าคนชาติไหน ..


ปล. อยากรู้จักยัยตัวแสบจัง แนะนำให้รู้จักหน่อยสิ ^_^

from : พระเอก - 29/11/2003 20:43 ดีมาก.

from : พระเอก - 29/11/2003 20:46 ดีมาก.

comment : เอาเจงเหรอยัยตัวแสบอ่ะ

from : wanderer - 29/11/2003 22:18 ดีมาก.

comment :
^-^ เคยได้ยินมาว่า
ถ้าอยากรู้ว่านิสัยคนๆนั้นเป็นยังไง
ก็ให้ชวนกันไปเที่ยว สงสัยจะจริงนะ
wanderer เก่งจัง

from : เช้าตรู่ .... เสมอ - 30/11/2003 10:25 ดีมาก.

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
name :
Email :
ICQ :
homepage:
comment :


This Free service hosted by D'Server