![]() |
|
หัวข้อ : "พลังแม้ว" ส่งตัวตลก ร.ต.ท.เชาวรินเจ้าของถ้ำลิเจีย ..ช่วยพลิกคดี "ยุทธ" ข้อความ : ยามฯเย้ย พลังแม้วส่งตัวตลกโกโบรินช่วยพลิกคดียุทธ ติง ICT ปล่อย ไฮ-ทักษิณลอยนวล โดย ผู้จัดการออนไลน์ 11 มกราคม 2551 23:21 น. http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000004415&#Comment คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น รายการ"ยามเฝ้าแผ่นดิน"ดำเนินรายโดย"ปานเทพ พังพงษ์พันธ์"นักวิชาการอิสระ "สโรชา พรอุดมศักดิ์"และ"จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ" ยามเฝ้าแผ่นดิน เย้ย พปช.หมดท่าส่งตัวตลก อย่าง เชาวรินเดินเกมลดความน่าเชื่อถือชัยยะ หวังช่วยพลิกคดี ยงยุทธ ยัน กกต.พิจารณาคดีซื้อเสียงตามหลักฐาน ไม่ได้ดูว่าใครรู้จักกับใคร ติงไอซีทีไม่จัดการเว็บไฮ-ทักษิณ จงใจบิดเบือนทำลายคนอื่นเพื่อประโยชน์ แม้ว รายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน ออกอากาศทาง เอเอสทีวี คืนวันที่ 11 ม.ค. นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นักวิชาการอิสระ นางสโรชา พรอุดมศักดิ์ และนางจินดารัตน์ เจริญชัยชนะ ร่วมดำเนินรายการ ในช่วงแรกได้กล่าวถึงกรณีที่"สวนดุสิตโพล" เปิดเผยผลการสำรวจพบเยาวชนเมินนักการเมือง และต้องการทำงานสังคมตอบแทนชาติ ว่า วันนี้ผู้ใหญ่กำลังทำให้การเมืองดูน่ากลัว เชื่อว่าเด็กๆ ที่มองการเมืองแล้วรู้สึกว่าไม่อยากยุ่งกับการเมือง ก็เพราะผู้ใหญ่วันนี้พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี มอบคำขวัญว่า"สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม" ใครจะรู้ได้บ้างว่าเด็กบางทีอาจจะมองอนาคตของนายกรัฐมนตรีในอนาคต ในสิ่งที่เขาเห็นมันเหมือนคำขวัญเป็นอย่างไร "ใครจะไปรู้ว่าคำขวัญวันเด็กแห่งชาติในอนาคตอาจจะเป็น เด็กชาติไทยเป็นปลาไหลใส่สเกต จริงคือเท็จ เท็จคือจริง อิงตระบัดสัตย์ อกตัญญูเชิดชูอุดมกิน หรือ เด็กไทยต้องสุภาพ สารภาพเรื่องเมถุน รู้บุญคุณนอมินี มีหน้าที่แก้รัฐธรรมนูญเฮงซวย ต้องกล้าด่าสื่อ ไอ้พวกโง่ พวกโพล ว่างี่เง้า ใครจะรู้ว่าวันเด็ก เด็กอาจจะบอกอย่างนี้ก็ได้" ส่วนการที่โพลบอกว่าเยาวชนต้องการทำงานสังคมเพื่อตอบแทนชาตินั้น มันสะท้อนให้เห็นว่า ยังมีเด็กอีกจำนวนไม่น้อยที่ฝันอยากเห็นสังคมดีขึ้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าใดสังคมที่ดีจะเกิดขึ้น ในเมื่อสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำในวันนี้มันดูจะตรงกันข้ามกับสิ่งที่เยาวชนของชาติได้คาดหวังเอาไว้ จากนั้นผู้ดำเนินรายการ ได้กล่าวถึงคดีที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ฟ้องร้องต่อศาล ให้วินิจฉัยการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะ ว่า เชื่อว่าประเด็นที่พูดถึง กกต.เป็นข่าวที่พลาดไม่ได้ มันเป็นเรื่องใหญ่ ตอนนี้บ้านเมืองมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือ การเมืองที่เดินอย่างที่เราเห็นภาพในปัจจุบัน และเดินต่อไปได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการจับขั้วรัฐบาลสำเร็จ สอง คือการก่อตั้งรัฐบาลที่ผ่านกระบวนการทั้งหมด จนกระทั่งแนวโน้มเป็นพรรคพลังประชาชนเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล อีกภาพหนึ่งเป็นมิติที่ยังไม่ได้เห็น คือการยุบพรรคพลังประชาชน ด้วย 3 ปัจจัยหลัก คือ คดีนายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่อาจจะลามไปทั้งเขตและพรรคหรือไม่ นอกจากนี้นี้ยังมีคดีวีซีดีที่นายวีระ สมความคิดยื่นร้องต่อ กกต. เรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนายสมชัย จึงประเสริฐ หรือแม้กระทั่งกรณีที่พิสูจน์มาแล้วในศาลฎีกา ในเรื่องของนายสุทธิชัย โควสุรัตน์ ที่มีการปลอมลายเซ็นสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน หากศาลพิพากษาออกมา มีสิทธิยุบพรรคหรือไม่ นี่เป็นเรื่องใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรคพลังประชาชน ส่วนกรณีที่นายชิงชัย มงคลธรรม หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ เป็นอีกคนหนึ่งที่ยื่นร้องต่อศาลให้การเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค.เป็นโมฆะนั้น มีข่าวว่ามีความพยายามจะล็อบบี้ให้นายชิงชัย ถอนฟ้อง โดยเสนอผลตอบแทนให้นำนวนมาก แต่เชื่อว่าคนอย่างนายชิงชัย ไม่ทำอย่างนั้นอย่างแน่นอน เพราะตอนที่ยุบพรรความหวังใหม่ไปอยู่กับพรรคไทยรักไทยนั้น นายชิงชัยได้ถอนตัวออกมาและใช้ชื่อพรรความหวังใหม่ตามเดิม ********* เย้ยพลังแม้วส่งตัวตลก โกโบรินพลิกเกมให้ ยงยุทธ ******** ต่อมา ผู้ดำเนินรายการ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่ม 7 พรรคพลังประชาชน นำหลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างพล.ต.ต. ชัยยะ ศิริอำพันธุ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล กับนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เพื่อให้ที่จะบอกว่าพล.ต.ต.ชัยยะไม่มีความเป็นกลางในการทำคดีทุจริตซื้อเสียง ที่จ.เชียงราย ว่า พรรคพลังประชาชนน่าจะให้คนอื่นมาทำเรื่องนี้ เพราะการเอา ร.ต.ท.เชาวรินมาเคลื่อนไหวทำให้ประชาชนรู้สึกตลกขบขันเป็นอย่างมาก เพราะ ร.ต.ท.เชาวรินเคยไปขุดหาสมบัติที่ถ้ำลิเจียแล้วอ้างว่าพบพันธบัตรสหรัฐฯจำนวนมาศาล จน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลงเชื่อบินไปดู ***** ซึ่งภายหลังปรากฏว่า เป็นเรื่องหลอกลวงทั้งสิ้น ***** นอกจากนี้ ร.ต.ท.เชาวรินยังเคยถูกแจ้งความดำเนินคดีเรื่องการแอบอ้างสำนักพระราชวังทำจตุคามรามเทพ ****** ผู้ดำเนินรายการ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พล.ต.ต.ชัยยะมีความใกล้ชิดกับนายสนธิ เพราะนายสนธิรู้จักตำรวจมากมาย เพราะเคยเป็นอาจารย์สอนตำรวจหลายรุ่น แต่ที่สำคัญ การพิจารณาของ กกต.นั้นจะดูที่พยานหลักฐาน ไม่ได้ดูว่าใครเคยรู้จักใคร ไม่เช่นนั้นใครที่เคยทำงานกับพ.ต.ท.ทักษิณหรือทำงานกับ กกต.ชุดเก่า ก็ต้องโละออกให้หมด **อัด ไฮ-ทักษิณไม่กล้าสู้หน้า ต่อมา ผู้ดำเนินรายการ ได้ตั้งคำถามกับกระทรวงไอซีทีที่ยังไม่ดำเนินการกับเว็บไซต์ไฮ-ทักษิณ ซึ่งล่าสุดทำให้เกิดความเข้าใจผิดกรณีการขอตัวลูกสาวของนางสดศรี สัตยธรรม กกต. ไปเป็นหน้าห้องพล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี และที่ผ่านมา ก็ไม่ได้หมิ่นประมาทแต่เฉพาะนางสดศรีเพียงคนเดียว ยังมีคนอื่นๆ ที่ถูกหมิ่นประมาท รวมทั้งการเขียนบทความเรื่อง ก้อนกรวดในรองพระบาท กล่าวหาให้ร้าย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้ดำเนินรายการ กล่าวว่า สำหรับคนเขียนบทความในเว็บดังกล่าวที่ชื่อนายประดาบนั้น เป็นคนที่ไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้าผู้คน จึงใช้แค่นามปากากาในการเขียนถึงคนอื่นด้วยข้อมูลที่จริงบ้างไม่จริงบ้าง ให้หลักฐานเพียงเสี้ยวเดียว เพื่อทำลายคนที่อยู่ตรงข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ถ้าแน่จริง ทำไมไม่เอาเรื่องอื่นๆ มาพูดบ้าง เช่น ภรรยาของ กกต.ที่กำลังมีปัญหาอยู่ในตอนนี้ ทำงานในกระทรวงส่าธารณสุขก็มีความใกล้ชิดกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เว็บไซต์ดังกล่าว จึงเป็นเพียงเว็บไซต์โฆษณาชวนเชื่อ ไม่ใช่สื่อสารมวลชน เป็นการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อเอาชัยชนะ ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในช่วงท้าย ผู้ดำเนินรายการ ได้กล่าวถึงวันครบรอบ 31 ปี หนังสือพิมพ์มติชนเมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมาว่า ได้ปรากฏภาพของนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการจีเอ็มเอ็มแกรมมี่เข้าไปนั่งอยู่ข้างๆ นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัทมติชนฯ ในพิธีมอบเข็มกลัดทองคำให้กับพนักงานมติชนด้วย ซึ่งไม่ทราบว่านายไพบูลย์ไปนั่งในฐานะอะไร แต่ได้สร้างความรู้สึกที่เจ็บปวดให้กับพนักงานมติชนที่เคยร่วมกันต่อสู้ไม่ให้แกรรมี่เทคโอเวอร์มติชนเมื่อ 2 ปีก่อน เป็นอย่างมาก คลิกที่นี่ เพื่อชมวิดีโอคลิป รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่ 1 ( 56 k ) : ( 256 K ) คลิกที่นี่ เพื่อชมวิดีโอคลิป รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่ 2 ( 56 k ) : ( 256 K ) จาก : 55555555555555555 - 12/01/2008 12:05 |
|
ข้อความ : รวบฟิลิปินส์ตุ๋นพันธบัตร ค่า8แสนล้าน ดอลล่าร์ปลอมรุ่นถ้ำลิเจีย
http://www.naewna.com/news.asp?ID=57773 ตุ๋นบันลือโลก : นายโรนัลโด เจอาร์ ควินโต อาริส หนึ่งใน 2 ผู้ต้องหาชาวฟิลิปินส์นั่งหน้าจ๋อยหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหาปลอมพันธบัตรและดอลล่าร์มูลค่า กว่า 2.5 หมื่นล้านดอลล่าร์ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 8 แสนล้านบาท http://www.naewna.com/cgi-bin/28-4-2007/13.gif ตำรวจเจ๋งโชว์ฝีมือล่อซื้อก่อนตระครุบกลางกรุง แฉนำออกเร่ขายอ้างเอาเงินไปแลกหนี้แอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ต.อ.พินิจ ใจเสนีย์ ผกก.ฝอ.6 ปฏิบัติราชการ ผกก.3 บก.ส.2 พร้อมพ.ต.ต.สุระ สังฆบุตร สว.กก.3 บก.ส.2 นำกำลังเข้าจับกุมนายโรนัลโด เจอาร์ ควินโตส อาริส อายุ 42 ปี และนางลอโร เวลโรโว ควินโตส อายุ 67 ปี ทั้งคู่เป็นชาวฟิลิปปินส์ ที่ห้องชุดชั้น 12 อาคารวอเตอร์ฟอร์ต ซอยทองหล่อ 11 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. หลังจากสืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติกรรมหลอกลวงประชาชน จากการตรวจสอบห้องพักดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบของกลาง กระเป๋าเอกสาร ด้านหน้าเป็นตรานกอินทรีย์ สัญญลักษณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ไมโครฟิล์มบอกรายการพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาใบละ 100 ล้านดอลล่าร์ จำนวน 1 ไมโครฟิล์ม พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ฉบับละ 100 ล้านดอลล่าร์ จำนวน 250 ใบ ใบกำกับพันธบัตรจำนวน 12 ใบ เหรียญสีทอง เหรียญละ 100 ล้านดอลล่าร์ 2 เหรียญ คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านดอลล่าร์ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 8.5แสนล้านบาท พ.ต.อ.พินิจ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ตำรวจสืบทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนทำการหลอกลวงประชาชนว่ามีกิจการ รับเหมาก่อสร้างถนนให้กับรัฐบาลแอฟริกาใต้ โดยอ้างว่า หลังการก่อสร้างเสร็จสิ้น ทางรัฐบาลแอฟริกาใต้เป็นหนี้ผู้ต้องหาอยู่ 240 ล้านดอลล่าร์ และหากต้องการได้เงินจำนวนดังกล่าว จะต้องนำเงิน 6 หมื่นดอลล่าร์ ไปมอบให้กับทางรัฐบาลแอฟริกาใต้ เพื่อนำไปมอบให้กับชนพื้นเมือง 2 เผ่า จากนั้นทางรัฐบาลแอฟริกาจึงชำระหนี้ที่ติดค้างคืนให้ทั้งหมด พ.ต.อ.พินิจ กล่าวต่อว่า หลังสืบทราบแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ส่งสายไปติดต่อกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน โดยผู้ต้องหาใช้อุบายหลอกลวง ให้นำเงิน 6 หมื่นเหรียญไปส่งมอบให้ แล้วจะคืนเงินให้เป็น 3 เท่า ต่อมาสายลับได้นำเงินไปล่อซื้อ จำนวน 4 แสนบาท และระบุว่าจะเขียนเช็คให้อีก 1.6 ล้านบาท โดยผู้ต้องหาให้พันธบัตรปลอมของกลาง จำนวน 5 ใบ ไว้เป็นประกันกับสายลับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ ประสานไปยังเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย เพื่อสอบถามถึงที่มาพันธบัตร ซึ่งได้รับคำตอบว่า ทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ไม่เคยผลิตพันธบัตรดังกล่าว โดยเชื่อว่า เป็นพันธบัตรปลอม และเป็นการหลอกลวง ทางตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ดังกล่าว จากการสอบสวน นายโรนัลโดให้การภาคเสธว่า ไม่ได้มีเจตนาฉ้อโกง ส่วนพันธบัตรของกลางทั้งหมดนั้น ได้มาจากการที่เครื่องบินตกในที่ดินของนายโรนัลโดที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2512 หรือเมื่อ 38 ปีมาแล้ว พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้ปลอมพันธบัตรดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา และจะได้สืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพันธบัตรดังกล่าว เป็นพันธบัตรชนิดเดียวกับที่ ร.ต.อ.เชาวรินทร์ ลัทธศักดิ์ศิริ อดีตสว.ราชบุรี พบในถ้ำลิเจีย จ.กาญจนบุรี เมื่อครั้งการขุดหาขุมทรัพย์ จนกระทั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ถึงกับบินไปดูและตรวจสอบพันธบัตรดังกล่าว แต่สุดท้ายก็เป็นแค่พันธบัตรปลอม เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์กับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ก่อนจะควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป วันที่ 28/4/2007 http://www.naewna.com/news.asp?ID=57773 จาก : รวบฟิลิปินส์ตุ๋นพันธบัตร ค่า8แสนล้าน ดอลล่าร์ปลอมรุ่นถ้ำลิเจ - 12/01/2008 13:33 |