![]() |
|
หัวข้อ : ประวัติศาสตร์จารึก "คดีธัมไชโยยักยอกทรัพย์ไปเป็นของตัวเอง"....จากคำพิพากษาศาลอาญา ข้อความ : ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 22สิงหาคม ศาลโดย นา... http://www.naewna.com/news.asp?ID=22423 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 22สิงหาคม ศาลโดย นายสุนพ กีรติยุติ ผู้พิพากษาอาวุโสและองค์คณะ ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีที่อัยการยื่นฟ้อง พระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือ พระไชยบูลย์ ธัมมชโย อายุ 62ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายและนายถาวร พรหมถาวร ลูกศิษย์คนสนิท เป็นจำเลยที่1และ2 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันยักยอกทรัพย์ของวัด จำนวน 36ล้านบาทเศษไปซื้อที่ดิน โดยใส่ชื่อจำเลยที่2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ต่อมา เรืออากาศโทวิญญู วิญญกุล อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา5 ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาล เมื่อวันที่ 21สิงหาคม49 สรุปว่า ปัจจุบันจำเลยที่1 กับพวก ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาตรงตามพระไตรปิฎกและนโยบายของคณะสงฆ์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เป็นที่ยอมรับทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งได้ให้ความร่วมมือช่วยเหลือกิจการของศาสนา ทั้งของคณะสงฆ์ ภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก ส่วนด้านทรัพย์สินนั้น ************** จำเลยที่1กับพวก ได้มอบทรัพย์สินทั้งหมดคืน ทั้งที่ดินและเงินจำนวน 959,300,000บาท คืนให้แก่วัดพระธรรมกาย ******************** การกระทำดังกล่าวของจำเลยที่ 1 กับพวก จึงเป็นการปฏิบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ครบถ้วนทุกประการแล้ว ..........................ประกอบกับขณะนี้ บ้านเมืองต้องร่วมกันสร้างความสามัคคีของคนในชาติทุกหมู่เหล่า เห็นว่าหากดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสองต่อไป อาจก่อให้เกิดความแตกแยกในศาสนจักรและไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ อัยการสูงสุดจึงมีคำสั่งให้ถอนฟ้องคดีนี้ โจทก์จึงขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีนี้ทุกข้อกล่าวหา ขอศาลโปรดอนุญาต ศาลสอบถามจำเลยทั้งสองแล้วไม่คัดค้านที่โจทก์ถอนฟ้อง จึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องพร้อมจำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอาญา ด้าน นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อธิบดีอัยการคณะกรรมการอัยการ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า การถอนฟ้องคดีก่อนศาลจะมีคำพิพากษาสามารถทำได้ ซึ่งในอดีตอัยการสูงสุดเคยยื่นคำร้องขอถอนฟ้องแล้วเช่น ความผิด พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ คดีกบฏหรือผู้ก่อการร้าย อย่างไรก็ดี สำหรับคดียักยอกทรัพย์วัดพระธรรมกายที่อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญามีเพียง 2 คดีเท่านั้น คงเหลือสำนวนคดียักยอกทรัพย์ที่รอการสั่งคดีในชั้นอัยการอีก3สำนวน ประกอบด้วย 1.คดีที่พระราชภาวนาวิสุทธิ์,นางกมลศิริ คลี่สุวรรณและนายมัยฤทธิ์ ปิตะวนิค ลูกศิษย์คนสนิท เป็นผู้ต้องหา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าร่วมกันเบียดบังนำเงินวัด 95ล้านบาทเศษไปซื้อที่ดิน 2.คดีที่พระราชภาวนาวิสุทธิ์,นางสงบ ปัญญาตรง,นายมัยฤทธิ์ ปิตะวนิคและนายชาญวิทย์ ชาวงษ์ ลูกศิษย์คนสนิท เป็นผู้ต้องหาเบียดบังเงิน 845ล้านบาทเศษ และ3.คดีที่พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ร่วมกับนายเทิดชาติ ศรีนพรัตน์,นายมัยฤทธิ์ ปิตะวนิคและนางอมรรัตน์ สุวิพัฒน์ หรือสีกาตุ้ย ลูกศิษย์คนสนิท ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารและสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยเมื่ออัยการสูงสุดมีนโยบายให้ถอนฟ้อง การสั่งคดีของพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา5 ก็ต้องมีความเห็นให้ยุติการสั่งคดีดังกล่าวไว้ เพราะการดำเนินคดีไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ วันที่ 23/8/2006 http://www.naewna.com/news.asp?ID=22423 จาก : *..* - 13/01/2008 00:25 |