เทียนแห่งธรรม เทียนแห่งธรรม

หัวข้อ : "สมเกียรติ"สาวไส้ITVแฉธาตุแท้คนรวย โคตรเหลี่ยม-วางแผนโกงมาตั้งแต่ต้น
ข้อความ : "สมเกียรติ"สาวไส้ITVแฉธาตุแท้คนรวย โคตรเหลี่ยม-วางแผนโกงมาตั้งแต่ต้น
http://www.naewna.com/news.asp?ID=40190


"สมเกียรติ"สาวไส้ITV
แฉธาตุแท้คนรวยโคตรเหลี่ยม-วางแผนโกงมาตั้งแต่ต้น
บิ๊กบอสมั่นใจนายใหญ่หนุนรีบชิงแก้สัญญาเอาเปรียบรัฐ
ตบปากอย่าโวยค่าปรับแสนล้านเหตุเป็นผู้ยื่นข้อเสนอเอง
แนะรัฐปรับเต็มอัตรา "เปรียบชาวนาผิดจำนองธกส.ยังยึดที่ดิน"

เมื่อวันที่ 17ธันวาคม นายสมเกียรติ อ่อนวิมล อดีต ส.ว.สุพรรณบุรี ในฐานะอดีตผู้ช่วยกรรมการบริหารฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ไอทีวีและหนึ่งในผู้เข้าร่วมประมูลสัมปทานสื่อกับบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) หรือไอทีวีเสนอตั้งอนุญาโตตุลาการขึ้นมาระงับข้อพิพาทกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สนป.)ว่า รัฐไม่ควรเจรจา ไม่ควรประนีประนอมกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะค่าปรับทั้งหมดสาสมแล้วกับกระบวนการวางแผนฮุบสื่อของกลุ่มชินฯ เรื่องนี้ตนทราบข้อมูลดี เพราะเคยทำงานร่วมกับไอทีวีมาก่อน แต่อยู่ได้เพียง 2 เดือนก็ต้องลาออก

อดีตผู้ช่วยกรรมการฝ่ายข่าวไอทีวีผู้นี้ กล่าวต่อว่า กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2543 ระหว่างการประชุมผู้บริหารระดับสูงของไอทีวีกับผู้บริหารกลุ่มชินคอร์ปคือ
1. นายบุญคลี ปลั่งศิริ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ไอทีวี ซึ่

งการประชุมครั้งนี้มีการเสนอให้แก้สัญญาสัมปทานให้ไอทีวีต้องจ่ายค่าสัมปทานถูกลง อีกทั้งวางแผนแทรกแซงสื่อด้วยการเทงบโฆษณากว่า 50% ของกิจการในกลุ่มชินฯ ให้กับสื่อมวลชน เพื่อดึงสื่อเป็นพรรคพวก
"เขาเสนอว่าสามารถแก้สัมปทานได้อยู่แล้ว เพราะมีนายเป็นนายกฯ ส่วนการหาพันธมิตรจากสื่อนั้นเสียค่าใช้จ่ายนิดหน่อยแต่ก็คุ้ม ถือเป็นการช่วยนายเรื่องประชาสัมพันธ์ ดังนั้น ค่าปรับที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นชัดว่า เขาโกงมาตั้งแต่ต้น มีการวางแผนแยบยล เมื่อถูกจับได้ก็ควรถูกลงโทษ <<แม้แต่ชาวนาจนๆ ที่นำที่ดินไปจำนองกับธกส.เมื่อผิดสัญญา รัฐยังยึดที่ดินของเขา>> แล้วรัฐจะไม่ยอมลงโทษเศรษฐีขี้โกง ที่จ้องจะเอาทรัพย์สินของคนอื่นเข้ากระเป๋าเชียวหรือ ถ้ารัฐยอมเปิดเจรจาเพื่อลดหย่อนให้ จะถือว่าทำผิดครั้งใหญ่ เป็นการเข้าข้างสิงคโปร์ ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บมจ. ไอทีวี" นายสมเกียรติกล่าว

และย้ำว่า นายกฯและอัยการสูงสุดไม่ควรผ่อนปรน จะกลายเป็นอ่อนข้อให้คนจ้องหาประโยชน์จากคลื่นความถี่ที่ถือเป็นทรัพย์สินของประชาชน ถ้าลดโทษเท่ากับเปิดโอกาสให้โกง


นายสมเกียรติยังกล่าวถึงการคิดค่าปรับของสปน.ถือว่าถูกต้องตามสัญญาทุกประการ ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ กลุ่มผู้ประมูลรายอื่น ซึ่งตนก็เป็นหนี่งในผู้ร่วมประมูลด้วยไม่ยอมแน่ เพราะการประมูลคราวนั้นกลุ่มชินฯเป็นผู้เสนอเองว่าจะยอมจ่ายเงินค่าสัมปทานกว่า 2.5 หมื่นล้านในระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี จุดนี้จึงทำให้กลุ่มชินฯชนะการประมูล ถือเป็นการจ้องเทคโอเวอร์ตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้กลับมาโอดครวญต่อรองให้ลดหน่อยค่าปรับ เงินค่าปรับแค่แสนล้านถือว่าไม่แพง *****แค่นี้รัฐบาลสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในไอทีวีจ่ายได้อยู่แล้ว*****


นอกจากนี้ รัฐไม่จำเป็นต้องยึดสัมปทานไอทีวีคืน เพระไอทีวีไม่มีทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ จากการตรวจสอบข้อมูลไอทีวีเช่าตึกชินวัตร 3 ดำเนินกิจการ ส่วนสถานีลูกข่ายเป็นสำนักงานเช่า เสารับสัญญาณ ก็พ่วงกับเสาของช่อง11 ถ้ากิจการล้มละลาย รัฐอาจไม่ได้ทรัพย์สินคุ้มเท่ากับยอมให้ไอทีวีดำเนินกิจการต่อ แล้วรัฐก็เรียกเก็บค่าสัมปทานในราคาปีละ 1 พันล้านบาท


นายสมเกียรติยังแนะว่า ถ้ารัฐอยากให้เมืองไทยมีทีวีเสรีแท้จริง การอนุมัติคลื่นความถี่ใหม่ง่ายกว่า โดยให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่ง (กทช.)เป็นผู้อนุมัติคลื่นแทน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) แต่ไม่ควรยึดสัมปทานคืน รัฐควรอยู่เฉยๆ แล้วเรียกดอกเบี้ยจากค่าสัมปทานค้างจ่ายๆไปเรื่อยๆ แล้วรอดูว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ยังอยากดำเนินการหรือไม่ และถ้าเทมาเส็กไม่มีอำนาจจ่ายจนไอทีวีถูกฟ้องล้มละลาย เราจะไม่ได้อะไรเลย เมื่อนั้นต้องดูว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีสถานภาพเดียวกับไอทีวีหรือไม่ <<<<หากไม่เราก็ต้องฟ้องเอาทรัพย์สินจากคนเหล่านั้น>>>> เพราะเชื่อแน่ว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ในไอทีวีไม่ใช่คนจน ๆ แน่นอน

วันที่ 18/12/2006
http://www.naewna.com/news.asp?ID=40190

จาก : สันดานเหลี่ยม - 15/01/2008 11:06

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
ข้อความ :


รวบรวมข่าวสาร IT โดย ชมรมคนไอที@ทีโอทีภาคกลาง