![]() |
|
หัวข้อ : 'ชิน แซทเทลไลท์'รับดาวเทียมไทยคมให้ทีวี 'อัล มานาร์' เครือข่ายก่อการร้ายระดับโลกถ่ายทอดข่าวสารถึงสมาชิกให้เช่าจริง ข้อความ : วันที่ 15 มกราคม 2551 - เวลา 22:37:28 น. ผู้เชี่ยวชาญอเมริกันอ้างผ่านเว็บไซต์ ดาวเทียมไทยคมให้ทีวี 'อัล มานาร์' เครือข่ายก่อการร้ายระดับโลกถ่ายทอดข่าวสารถึงสมาชิกขบวนการทั่วเอเชีย ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง ทั้งหาเงินทุน จี้รัฐบาลสหรัฐเรียกร้อง'รบ.ไทย'กับ'ชินคอร์ป'ยุติส่งสัญญาณ 'ชิน แซทเทลไลท์'รับเดิมให้เช่าจริง แค่ทำธุรกิจ 1 เดือน ไม่เกี่ยวการเมือง สั่งยกเลิกบริการแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแอนดรูว์ ค็อคแรน ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้ายชาวอเมริกัน เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 มกราคม ในเว็บไซต์เพื่อการต่อต้านการก่อการร้ายที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนร่วมกันจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 14 มกราคมนี้ ระบุว่า ไทยคม กิจการดาวเทียมเพื่อการสื่อสารในสัมปทานของรัฐภายใต้การดำเนินการของบริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมูนิเกชั่น ซึ่งเปลี่ยนชื่อจดทะเบียนเป็นชิน คอร์ปอเรชั่น (ชินคอร์ป) ในเวลาต่อมา เป็นผู้ดำเนินการถ่ายทอดสัญญาณของสถานีโทรทัศน์อัล มานาร์ ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนว่าเป็นสถานีโทรทัศน์ที่อยู่ในเครือข่ายก่อการร้ายระดับโลกของทางการสหรัฐอเมริกา เพราะเชื่อว่าสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวเป็นทั้งหน้าฉาก แหล่งแสวงหาเงินทุน และช่องทางเผยแพร่ข่าวสารของขบวนการก่อการร้ายเฮซบอลเลาะห์ ในเลบานอน รายงานข่าวดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานข่าวของสำนักข่าวมีเดีย ไลน์ ของอิสราเอลที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์เยรูซาเล็มโพสต์ เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งเดียวกันคือ ศูนย์ข่าวกรองและข้อมูลของการก่อการร้าย (ไอทีไอซี) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเฮิร์ซลียา ประเทศอิสราเอล โดย ดร.รูฟเว่น เออร์ลิค ประธานไอทีไอซีระบุว่า ไทยคม ถ่ายทอดสัญญาณสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ทั้งในเอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกา ตะวันออกกลางและพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคพื้นยุโรป และระบุว่าไทยคมกลายเป็นช่องทางเดียวที่ทำให้อัล มานาร์ สามารถเล็ดลอดการปิดกั้นจากทั่วโลกได้ เพราะก่อนหน้านี้ดาวเทียมอื่นๆ ได้ยุติการถ่ายทอดสัญญาณให้กับอัล มานาร์มานานแล้ว ด้านมีเดีย ไลน์ อ้างว่าได้สอบถามไปยังบริษัทแล้วได้รับคำตอบว่าจะมีการให้คำตอบเรื่องนี้อย่างเป็นทางการในสุดสัปดาห์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในบริษัทบอกกับมีเดีย ไลน์ว่า การตัดสินใจที่จะถ่ายทอดสัญญาณเพื่อการกระจายเสียงให้กับอัล มานาร์นั้นเป็นการตัดสินใจในเชิงธุรกิจแต่เพียงอย่างเดียวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด และกล่าวด้วยว่า ทางไทยคมเห็นว่ารายการต่างๆ ของอัล มานาร์ถือเป็นข่าวสารและความบันเทิงเท่านั้น ดร.เออร์ลิคกล่าวว่า อัล มานาร์ ถือเป็นเครื่องมือในการสื่อสารหลักของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ออกอากาศเนื้อหาที่ยั่วยุ ปลุกเร้าให้ต่อต้านอิสราเอลและต่อต้านอเมริกัน พร้อมๆ กับเผยแพร่ค่านิยมที่เป็นแนวทางรุนแรงทางศาสนาของเฮซบอลเลาะห์ และการที่ไทยคมทำให้อัล มานาร์ออกอากาศได้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้ ประชาชนในอินโดนีเซียและมาเลเซีย 2 ชาติมุสลิมสามารถได้รับข่าวสารดังกล่าวได้ มีเดีย ไลน์ระบุว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาตัดสินเมื่อเดือนธันวาคม 2547 ให้อัล มานาร์เป็นหนึ่งในองค์กรเพื่อการก่อการร้าย และนับตั้งแต่บัดนั้น ดาวเทียมในภาคพื้นยุโรป อาทิ ฮิสปาแซทและยูทีแซท ได้ยุติการถ่ายทอดสัญญาณเพื่อการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ ยังคงหลงเหลือเพียงไนล์แซท ดาวเทียมของอียิปต์ที่ครอบคลุมพื้นที่ในตะวันออกกลาง แอฟริกาและไม่กี่ประเทศทางใต้ของยุโรป กับอาหรับแซท ดาวเทียมของกลุ่มประเทศอาหรับซึ่งครอบคลุมพื้นที่ใกล้เคียงกัน นายค็อคแรนยังระบุว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2549 กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศให้สถานีโทรทัศน์แห่งนี้พร้อมทั้งบริษัท เลบานีส มีเดีย กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ให้อยู่ในบัญชีขององค์กรและบริษัทเพื่อการก่อการร้าย ขณะที่นายเลวีย์ ปลัดกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกา ระบุเหตุผลไว้ในประกาศว่า พนักงานของอัล มานาร์ทำหน้าที่เป็นเหมือนหน่วยสอดแนมล่วงหน้าเพื่อการปฏิบัติการก่อการร้ายของเฮซบอลเลาะห์ โดยอาศัยคราบของพนักงาน นอกจากนั้น อัล มานาร์ยังหาทุนให้กับเฮซบอลเลาะห์โดยการโฆษณาทั้งในโทรทัศน์และผ่านเว็บไซต์เรียกร้องให้บริจาคเงินเพื่อการดังกล่าว นอกจากนั้นยังสนับสนุนองค์กรก่อการร้ายของปาเลสไตน์อื่นๆ อาทิ ยักย้ายถ่ายเทเงินทุนนับแสนดอลลาร์ให้กับ ปาเลสไตน์ อิสลามิก จิฮัด (พีไอเจ) และกองทัพพลีชีพอัล อัคซา อีกด้วย นายค็อคแรน ยังเรียกร้องให้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐให้ความสำคัญกับการดำเนินการเพื่อการยุติการถ่ายทอดสัญญาณดังกล่าวของดาวเทียมไทยคม และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและบริษัท ชินคอร์ป ตระหนักว่าการปล่อยให้ไทยคมดำเนินการเช่นนี้ต่อไปอาจส่งผลให้ผู้บริสุทธิ์อีกเป็นจำนวนมากต้องเสียชีวิตลงเพราะการก่อการร้ายที่ไม่อาจยอมรับได้ ขณะที่แหล่งข่าวจากบริษัท ชิน แซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวยอมรับว่า สถานีโทรทัศน์ดังกล่าวได้ขอเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมเพื่อเผยแพร่ข้อมูลจริง ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการตามกระบวนการทางธุรกิจ คือเปิดให้ทดลองส่งสัญญาณก่อน แต่ในระหว่างที่ได้มีการทดสอบกันอยู่ไม่ถึง 1 เดือน ทางบริษัทได้มีการตรวจสอบและพบว่าเป็นการเช่าใช้เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของกลุ่มก่อการร้าย ขณะเดียวกันได้รับการสอบถามและแจ้งข้อมูลให้ทราบจากสำนักข่าวต่างประเทศ ทางบริษัทจึงได้สั่งระงับการทดสอบส่งสัญญาณไปแล้วเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา 'ตอนแรกบริษัทไม่รู้ว่าเป็นการขอเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมเพื่อเผยแพร่ข้อมูลของกลุ่มก่อการร้าย รู้เพียงว่ามีลูกค้ารายหนึ่งจากต่างประเทศมาขอเช่าใช้บริการ ซึ่งก็ได้ทำตามขั้นตอน คือให้ทดสอบส่งสัญญาณก่อน แต่ในระหว่างนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็มีการตรวจสอบเนื้อหาที่นำไปเผยแพร่ด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่รู้ได้อย่างไรว่าเป็นข้อมูลของกลุ่มก่อการร้าย แต่ในที่สุดก็ได้ยกเลิกการให้บริการไป' แหล่งข่าวกล่าว จาก : *-* - 16/01/2008 08:21 |
|
ข้อความ : http://www.matichon.co.th/news_title.php?id=1172 จาก : *-* - 16/01/2008 08:21 |