![]() |
|
หัวข้อ : พนักงานทีไอทีวีผนึกม็อบนปก.ร้องศาลปกครอง ข้อความ : พนักงานทีไอทีวีได้เฮ! ศาลรับไต่สวนฉุกเฉิน ต้องลุ้นอีกยก16ม.ค.นี้ 'เหวง-ประทีป'ร่วมแจม Tuesday, 15 January 2008 พนักงานทีไอทีวีผนึกม็อบนปก.ร้องศาลปกครอง ขอเพิกถอนคำสั่งกรมประชาสัมพันธ์ ให้หยุดแพร่ภาพ พร้อมขอบรรเทาทุกข์ให้ศาลสั่งให้ออกอากาศได้อย่างต่อเนื่อง วันที่ 15 ม.ค. 2551 พนังงานทีไอทีวีเดิมกว่า 100 คน นำโดยนายอลงกรณ์ เหมือนดาว บรรณาธิการบริหารสถานีโทรทัศน์ ทีไอทีวี จำกัด (มหาชน) ได้เดินทางไปยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองเพิกถอนคำสั่งกรมประชาสัมพันธ์ที่ 25/2551 ลงวันที่ 14 ม.ค.2551 ซึ่งลงนามโดยนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เรื่องให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบ ยูเอชเอฟ ปฏิบัติตามพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 ที่สั่งให้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ยุติการแพร่ภาพออกอากาศตั้งแต่เวลา 24.00 น. วันที่ 14 ม.ค.2551 พร้อมทั้งขอให้ศาลกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ โดยให้ศาลมีคำสั่งให้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ออกอากาศได้อย่างต่อเนื่อง ตามคำสั่งศาลปกครองกลางในคดีหมายเลขดำที่ 431,437/2550 เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ คำร้องของพนักงานสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ระบุว่า ผู้ร้องเห็นว่าคำสั่งกรมประชาสัมพันธ์ที่ 25/2551 ดังกล่าว เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นคำสั่งที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะประโยชน์ และยังเป็นคำสั่งที่ละเมิดอำนาจศาลปกครองกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ 431,437/2550 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2550 ได้กำหนดมาตรการ หรือวิธีการคุ้มครอง เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงในการจัดให้มีบริการสาธารณะทางด้านกิจการวิทยุโทรทัศน์ ระบบยูเอชเอฟ ดำเนินการให้บริการสาธารณะดังกล่าวดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยจะดำเนินการ หรือจะมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทนตนและในนามของตนก็ได้ ตามแต่จะเห็นสมควร จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าคำสั่งของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ละเมิดคำสั่งศาลปกครองกลาง ที่ต้องการคุ้มครองการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง การที่ผู้ถูกร้องอ้างว่า ได้ดำเนินการดึงสัญญาณจากสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 เพื่อออกอากาศแทนสัญญาณภาพจากสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ซึ่งเท่ากับได้ดำเนินการแพร่ภาพต่อเนื่องนั้น เป็นการขัดวัตถุประสงค์การคุ้มครองการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ตามคำสั่งศาลปกครองกลาง เนื่องจากศาลปกครองกลางคุ้มครองการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี โดยคำนึงถึงเนื้อหาที่ผลิต และแพร่ภาพโดยพนักงานสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ดังนั้นการดึงสัญญาณจากสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 จึงไม่ใช่เนื้อหาที่ศาลปกครองคุ้มครอง นอกจากนี้ผู้ร้องเห็นว่า คำสั่งของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ยังเป็นการละเมิดอำนาจของคณะกรรมการนโยบายชั่วคราว ที่คณะรัฐมนตรีจะแต่งตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.องค์การแพร่ภาพและการกระจายเสียงสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551ด้วย เพราะอธิบดีไม่มีอำนาจในการสั่งยุติการออกอากาศ ทำให้คำสั่งฉบับดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับประโยชน์สาธารณะ ทำให้ประชาชนขาดทางเลือกในการบริโภคข่าวสาร ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง หน้าที่ของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ตาม พ.ร.บ.องค์การแพร่ภาพและการกระจายเสียงสาธารณะฯ ม.57 คือให้โอนบรรดากิจการอำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ สิทธิ คลื่นความถี่ และภาระผูกพัน ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เกี่ยวกับการดำเนินสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟ (ทีไอทีวี) ให้กับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย โดยไม่ได้ให้อำนาจในการสั่งให้ยุติการออกอากาศ สิ่งที่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ทำได้ คือต้องโอนทั้งหมดตาม ม.57 รวมทั้งพนักงานไปยังองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย การกระทำของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ยังเป็นการแทรกแซงการทำงานของฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ซึ่งขัดต่อ ม.46 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และขัดต่อ ม.8 พ.ร.บ.องค์การแพร่ภาพและการกระจายเสียงสาธารณะฯ ที่ห้ามมิให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำการ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมในลักษณะเป็นการขัดขวาง หรือแทรกแซงการนำเสนอข่าวขององค์การกระจายเสียงฯด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ ยังมีนพ.เหวง โตจิราการ และนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ในฐานะตัวแทนภาคประชาชนเดินทางยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอเป็นผู้ร้องร่วมกับพนักงานของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี เพื่อให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของกรมประชาสัมพันธ์ ที่ระบุให้ยุติการแพร่ภาพออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ พร้อมขอไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ทีไอทีวีออกอากาศอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ศาลได้รับคำร้องไว้ และนัดไต่สวนฉุกเฉินคดีนี้ วันที่ 16 ม.ค.นี้ เวลา 13.30 น. ด้านนายพีระวัตน์ โชติธรรมโม บก.ข่าวเช้า กล่าวว่า รู้สึกพอใจในความยุติธรรม ที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องไว้ไต่สวนฉุกเฉิน การยื่นคำร้องครั้งนี้เป็นการพิทักษ์สิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนมากว่าทำเพื่อพนักงานทีไอทีวี เพราะสังคมต้องมีความชอบธรรม มีกติกา องค์การสื่อต้องได้รับความคุ้มครอง เชื่อว่าคำสั่งยุติการออกอากาศสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นการทำผิดกฎหมายที่ห้ามมิให้มีการปิดสื่อต่างๆ ส่วนที่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์อ้างว่าทำตามพ.ร.บ.องค์การแพร่ภาพและการกระจายเสียงสาธารณะฯนั้น คงไม่ได้หยิบ ม.57 มาดู เพราะให้มีการคือให้โอนบรรดากิจการอำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ สิทธิ คลื่นความถี่ไปยังองค์กรใหม่เท่านั้น ไม่ได้ให้อำนาจในการยุติการออกอากาศ เจตนารมย์ในการให้มีทีวีสาธารณะเพื่อให้ปลอกจากการแทรกแซงของกลุ่มนายทุนและอำนาจรัฐ แต่คณะกรรมการนโยบายทีวีสาธารณะชุดนี้ ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลมีกลุ่มนายทุนจ้องหาผลประโยชน์ อีกทั้งคณะกรรมการนโยบายบางคนยังได้รับยกเว้นคุณสมบัติต้องห้ามตามบทเฉพาะกาล ดังนั้นควรให้องค์กรอิสระ เป็นผู้คัดเลือกคณะกรรมการนโยบายถาวร มาแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์สาธารณะมาทำหน้าที่เพื่อความสง่างาม โดยในวันที่ 16 ม.ค.นี้ ตน นายชัชชัย ตะวันธรรมรงค์ นายจตุรงค์ สุขเอียด น.ส.ตวงพร อัศววิไล และนายอลงกรณ์ เหมือนดาว จะเป็นตัวแทนพนักงานทีไอทีวีทั้ง 853 คน เข้าเบิกความ ส่วนอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้ถูกร้องไม่ทราบว่าจะเข้าเบิกความด้วยตัวเองหรือส่งผู้แทนมา จาก : 5555555555555555 - 16/01/2008 08:25 |