![]() |
|
หัวข้อ : เปลวสีเงิน : ทำไม'กลาโหม'จำเป็นต้องทหาร? ข้อความ :
ผมละอยากเอายศนายพล "นักรบแห่งกองทัพธรรม" ไปถวายพระพยอม กัลยาโณ เสียจริงๆ ทำเป็นสัญลักษณ์ติดไว้บนฝาบาตรนั่นเลย ไม่ใช่เอาไปให้พระ "บ้ายศ" อะไรหรอก แต่เพื่อเป็นเครื่องบูชาความกล้าหาญ ความรู้ร้อน-รู้หนาวต่อ "ทุกข์ของแผ่นดิน" ที่ ๓ จังหวัดใต้ยามนี้น่ะครับ ดูซี..ขนาดพระแท้ๆ ท่านยังเข้าใจคำว่า "หน้าที่" คิดถึงความสงบสุขของบ้านเมือง คิดถึงญาติโยมไม่ว่าชาติไหน ศาสนาไหน ที่ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ว่าจะอยู่กันสุข หรือทุกข์ไฉน? คนที่มียศ มีตำแหน่งหน้าที่สูงๆ มีเงินหลวงยังชีพให้ชูคอ เห็นพระพยอมแล้ว หัดคิดกันบ้างนะครับ! พระพยอมท่านจาริกไป ๓ จังหวัดใต้ ออกเดินบิณฑบาตโปรดญาติโยมไปตามถนน ไม่ใช่พระท่านไม่มีข้าวฉัน แต่การออกบิณฑบาต "โปรดสัตว์" นี่แหละเป็นทั้งยุทธศาสตร์และยุทธวิธีของพระพุทธองค์ ที่ทรงใช้ในสนามรบ "ธรรมา-ธรรมะสงคราม" และทรงชนะเพื่อ "ศานติ-มนุษยชาติ" มาตลอด! การแบ่งปันให้กัน ไม่มีขีดขั้นแห่ง ชาติ-ศาสนา-ลัทธิ-มิตร-ศัตรู ไม่เพราะมนุษย์ทุกวันนี้ "เห็นแก่ตัว-เห็นแกได้" เกินกว่าที่จะรู้จัก "การให้" ดอกหรือ? ถึงต้องเข่นฆ่ากัน รังแกกัน เอารัดเอาเปรียบกัน แบ่งเขา-แบ่งเรากันไม่รู้จบ จนแต่ละสังคมชาติขณะนี้ โกลาหล-อลหม่าน เหมือนแผ่นดินจะสิ้นสุขถาวร! ให้ปัจจัย ๔ ข้าวปลาอาหาร ให้ความรัก ให้ความปรารถนาดีต่อกัน ให้ความเมตตาอาทรต่อกัน ให้ความเข้าใจต่อกัน นี้-คือการให้ นี้-คือเครื่องร้อยรัด นี้-คือเครื่องผูกมัดโลกและมนุษย์ ให้อยู่ร่วมสุข ด้วยสงบ! ศาสนาไม่ใช่เครื่องกีดกั้นใจให้ห่างใจมนุษย์ด้วยกัน จากการที่พระพยอมธรรมจาริกลงใต้ครั้งนี้ ผมสังเกตเห็นปรากฏการณ์มงคลเกิดขึ้น นั่นคือพี่น้องไม่ว่าลัทธิไหน ศาสนาไหน ที่ยะลาต่าง "สามัคคีใจ" ร่วมธรรมสมาคมเดียวกัน ขึ้นชื่อว่าธรรมะ เป็นสากล อยู่เหนือคำว่าศาสนา เพราะธรรมะก็คือธรรมชาติ มนุษย์ก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ โลกนี้เป็นธรรมชาติที่มีมาก่อน และมนุษย์เป็นเพียงผลิตผลธรรมชาติที่ตามมา คำว่าศาสนา ทั้ง พุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์ ฮินดู อะไรก็แล้วแต่ เป็นแค่ "สมมุตินาม" ที่มนุษย์หยิบทั้งธรรมชาติ และทั้งที่ผิดธรรมชาติบัญญัติมากั้นโลกให้แคบด้วยคำว่าศาสนานั้น-ลัทธินี้ ภายหลัง ฉะนั้น เมื่อพระพยอมท่านนำธรรมชาติธรรม คือธรรมะคือธรรมชาติ มาพูด มาบอก มาปลุกปลอบใจ มาคุยกับพี่น้อง ญาติโยมที่ยะลา จึงเหมือนมนุษยชาติคืนสู่อ้อมกอดเมตตาของธรรมชาติ ทั้งไทยพุทธ ทั้งไทยมุสลิม ผมเห็นผ่านจอข่าวแล้ว ท่านร่วมสดับด้วยสมานฉันท์ ยิ้มแย้ม-เย็นฉ่ำ! เห็นแล้วชื่นใจจังเลย! เอ้า..มาดูการบ้าน-การเมืองกันต่อครับ ถ้าเป็นไปตามตารางพลังประชาชน ศุกร์ที่ ๒๕ มกรา.คือพรุ่งนี้ ถ้ามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นประธานสภาฯ ลงมาแล้ว ก็ถึงคิว "นายสมัคร สุนทรเวช" จะได้รับเลือกขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี! แต่ตอนนี้ดูเหมือนคอการเมือง "หมดแรง" เลิกพูดเรื่องนายสมัครเป็นนายกฯ กันไปแล้ว หันไปหาคนในตำแหน่งอื่นๆ เป็นจุดวิพากษ์-วิจารณ์กันใหม่ โดยเฉพาะ รัฐมนตรีกลาโหม กะรัฐมนตรีคลัง! ฟังทหาร คมช.ออกมาพูดโน่น-พูดนี่ เกี่ยงงอน "คนจะมานั่งกลาโหมต้องเป็นทหารเท่านั้น..ทหารเท่านั้นถึงจะรู้ใจทหาร" ต่างๆ นานาทำนองนี้ นี่ถ้าผมเป็นนายสมัครว่าที่นายกฯ จะตะแบงกลับไปเลยว่า "ประชาชนเต็มขั้นที่ชื่อนายสมัครนี่แหละจะนั่งเก้าอี้กลาโหม มีใครจะเป็นจะตายขึ้นมาบ้างมั้ย?" ผมไม่ทราบหรอกนะครับว่า ที่เรียกตัวว่า "ทหาร คมช."นั้น มันต่างจากทหารกองทัพไทยตรงไหน มันคนละทหาร หรือเป็นทหารเดียวกันก็ไม่ทราบ วันก่อนเห็น พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ออกมาแถลงท่าทีในนามโฆษก คมช. และวานนี้ พลเอกบุญรอด สมทัศน์ ก็มาให้ความเห็นเรื่องทหารควรจะมานั่งกลาโหม นี่ก็คงต้องเรียกท่านว่า "รัฐมนตรีกลาโหม คมช." ผมเห็นว่า เรื่องนี้อยู่ในเขตแดนอำนาจ-หน้าที่ใคร ก็ควรเป็นหน้าที่-อำนาจคนนั้น วาระงานใคร-ก็ควรให้อยู่ในวาระงานคนนั้น ไม่เห็นจำเป็นต้องสอดแทรกออกมาให้ไขว้เขว เป็นที่น่ารำคาญสังคมเลยนี่ครับ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านก็ประกาศรู้กันทั้งโลกแต่วันรับตำแหน่ง ผบ.ทบ.แล้วว่า "ทหารไม่ยุ่งการเมือง" และจะเป็นยุคที่ทหารกลับเข้ากรมกอง หรือจะอ้างว่า "นี่ผม..ทหารคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คนละส่วนกับทหารกองทัพบก ไม่เกี่ยวกัน?" ชาวบ้านเขาจะได้ร้อง "อ๋ออออออ...ทหาร คมช.ที่ปฏิวัติแล้วไม่มีน้ำยา ๑๖ เดือน ทักษิณก็กลับมาครองบ้านครองเมืองเหมือนเดิม แล้วตัวเองยังมีหน้ามาขอโควตารัฐมนตรีกลาโหมกะรัฐบาลนอมินีทักษิณเขางั้นหรือ?" ผมว่า คณะ คมช.ควรจะรู้สำนึกบ้างว่า "ประชาชนรู้สึกอย่างไรกับปฏิวัติ ๑๖ เดือนที่ล้มเหลว ที่ชาติ-ประชาชนไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย" เก่งอยู่หน่อยเดียวตรงที่ว่า ปฏิวัติ-ยื้ออำนาจประเทศไว้ได้นานตั้ง ๑๖ เดือน กว่าจะแพ้ ต้องคืนอำนาจให้กับเจ้าของอำนาจเก่า คือ พ.ต.ท.ทักษิณเขาเหมือนเดิม!? มีแต่ชาวบ้าน และสังคมประเทศเท่านั้น แพ้ฉิบหาย ยับเยินแต่วันแรก เดือนแรก ยันวันนี้-เดือนนี้! ไม่ยุ่งการเมือง กลับเข้ากรมกอง แล้วการร้องหา "รัฐมนตรีกลาโหมคนกลาง" อะไรนั่น ลองตอบซิว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมนั้น เป็นตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งเฉพาะทางการทหาร อันว่าด้วยเรื่องกิจการงานภายในกองทัพ? ถ้าการเมืองเขาบอกว่า..เอ๊ะ..อย่างนี้หมายความว่า การทหารมายุ่งการเมืองก่อนใช่มั้ย? แล้วจะข้างๆ คูๆ กับเขาว่าไง? ของอย่างนี้ รู้ๆ กันอยู่ เล่นกันข้างใน อยากได้ก็กระซิบเขาเถอะ ระหว่าง "ทหารกับการเมืองนอมินีทักษิณ" นั่นน่ะ จะเอาใคร ไม่เอาใคร ก็ว่ากันข้างในนั่นแหละ ประชาชนกำลังหงุดหงิดนะครับ..ท่าน! อ้างเพื่อประเทศชาติ-สถาบัน-ประชาชน ปฏิวัติแล้วล้มเหลว ยังจะมีหน้าออกมาตอดเล็ก-ตอดน้อย ให้ชาวบ้านเขาเหม็นหน้าทำไม? ขนาดมีอำนาจประเทศเต็มร้อย-เต็มมือ-เต็มเมือง จัดการอะไรได้สำเร็จบ้างล่ะ นอกจากจัดซื้อเครื่องบินสร้างหนี้ผูกพันหมื่นกว่าล้าน ไว้ให้ชาวบ้านลากซี่โครงบานใช้หนี้แทนเท่านั้น แล้วยังจะมาทำเหมือนผูกความเป็น-ความตายของชาติไว้กับแค่เก้าอี้รัฐมนตรีกลาโหมอย่างนี้ ชาวบ้านจินตนาการตามไม่ทันครับ "ชนะเป็นจ้าว แพ้เป็นโจร" เมื่อ ๑๖ เดือนที่แล้ว คมช.ชนะ เล่นบทจ้าวไปแล้ว และวันครบที่ ๑๖ เดือน-วันนี้ นอมินีทักษิณเขาชิงบ้าน-ชิงเมืองได้คืน แล้วใครล่ะที่ต้องไปอยู่ในบทโจร? เขาชนะ ก็ปล่อยให้เขาเล่นไปซีครับ ทั้งจ้าว-ทั้งโจร ที่ควรจะเหมือนอยู่อย่างหนึ่งคือ "วินัย" อยู่ในบทจ้าว ก็เที่ยวบอกให้คนอื่นเขาเคารพกฎกติกา อยู่ในระเบียบ วินัย ตอนนี้ใครตกอยู่ในฐานะโจร ก็ควรจะเป็นโจรที่เคารพกฎกติกา และอยู่ในระเบียบ วินัย เช่นกัน อย่างนั้นจึงจะเป็น "จอมโจร-จอมใจ" ชาติ บ้านเมือง ประชาชน จะอยู่ร่มเย็นเป็นสุข และมีชีวิต-อนาคตสดใส ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ว่าทหาร หรือไม่ใช่ทหารมาเป็น "รัฐมนตรีกลาโหม" หรอก! ถ้าใช่..ประเทศไทย "จะไม่วิกฤติ" จนถึง ณ ขณะนี้ ทั้งที่มี "ทหาร" เป็นทั้งรัฐมนตรีกลาโหม และเป็นทั้งนายกรัฐมนตรี มาหลายต่อหลายรัฐบาลต่อเนื่อง หรือที่คน TDRI ออกมาให้ความเห็นเรื่องตัวรัฐมนตรีคลังเหมือนกัน ต้องเอาคนรู้เรื่องคลัง คนมีประสบการณ์ ไม่งั้นพัง... ก็ตอบซิว่า ๑๖ เดือนประเทศภายใต้อำนาจทหารปฏิวัติ มีรัฐมนตรีคลัง ๒ คน ล้วนรู้เรื่องการเงิน การคลัง และล้วนเต็มเปี่ยมประสบการณ์ระดับมือเซียนของประเทศ คือทั้ง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และ ดร.ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ ใช่มั้ย? แล้วสภาพเศรษฐกิจ การเงิน-การคลัง ประเทศไทยเป็นไง? ฉะนั้น ผมว่า "ปล่อยเขาเถอะครับ" ด้วยสิทธิและอำนาจตามกฎกติกา เมื่อเขาได้อำนาจรัฐ "จากประชาชน" ไปบริหาร ก็ปล่อยให้เป็นไปด้วยอำนาจ-หน้าที่ของเขา ดูเขาไปก่อนเถอะ ประเทศชาติไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งหรอก เป็นของ "นอมินีทักษิณ" เขา! สำหรับผมนั้น ชอบใจ หรือไม่ชอบใจ เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การจะพูดถึงนั้น จะเอาที่ชอบ-ไม่ชอบเป็นตัวตั้งคงไม่ได้ หน้าที่คือตามดู "ลิเก" ที่เขาแสดงให้ดู และเท่าที่สืบรู้มา เขาจะแสดงกันในชื่อเรื่อง "พานทองรองเลือด" โปรดสงบจิต-สงบใจติดตามชมเถอะครับ เพราะจะ "กระตุกฉาก" กันเร็วก่อนฌาปนกิจ. (ไทยโพสต์ 24 ม.ค. 51) http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=24/Jan/2551&news_id=153545&cat_id=200 จาก : คนเก็บข่าว - 24/01/2008 08:46 |