เทียนแห่งธรรม เทียนแห่งธรรม

หัวข้อ : 'อัปลักษณ์'รังเกียจ'ขี้เหร่'..ประวัติศาสตร์จารึกวีรกรรม นายสมัคร
ข้อความ : 'อัปลักษณ์'รังเกียจ'ขี้เหร่'..โดยประสงค์ วิสุทธิ์
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=20389&catid=16

ผู้อ่าน 43 คน วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 22:28:18 น. ส่งข่าว พิมพ์ข่าว - ขนาดข้อความ +



'แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่สะท้อนถึงระดับความรับผิดชอบของนายสมัครได้เป็นอย่างดีคือ ระเบิดใกล้พลับพลาที่ประทับ จังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 22กันายน 2520 '


นายสมัคร สุนทรเวช หิ้วเสื่อผืนหมอนเข้าไปเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน(พปช.)แบบหัวเดียวกระเทียมลีบ มีเพียง"มือที่มองไม่เห็น"ที่คอยอุ้มชู

เมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรี นายสมัครได้ใช้อำนาจประมุขฝ่ายบริหารขอแก้โผคณะรัฐมนตรีที่กลุ่มก๊วนต่างๆเสนอรายชื่อมา โดยยอมรับต่อสาธารณะว่า เป็น 'ครม.ขี้หร่'

ทางหนึ่งเป็นความพยายามสลัดภาพนายกรัฐมนตรี'หุ่นเชิด' จาก 'มือที่มองไม่เห็น'ที่ชักใยอยู่ อีกทางหนึ่งเป็นการโกยคะแนนนิยมจากประชาชน

เมื่อเห็นว่า การแสดงบทบาทลักษณะดังกล่าวเป็นผลบวกในทางการเมือง นายสมัครใช้มุขเดิมเบรกโผแต่งตั้ง 'ที่ปรึกษา'รัฐมนตรีโดยอ้างว่า มีคน"จับยัด"เข้ามาโดยไม่นึกถึงความเหมาะสม

น่าเสียดายที่นายสมัคร มิได้อธิบายชัดเจนว่า 'ขี้หร่'ของนายสมัครนั้นมีมาตรฐานในการวัดอย่างไร

-ประวัติ เช่น ลูกเต้าเหล่าใคร โคตรตระกูล การศึกษา

-ความประพฤติ นิสัยใจคอ เรียบร้อย สุขุมรอบคอบ พล่าม โว โม้ บ้า หยาบคาย ก้าวร้าว

-พฤติกรรมในอดีต เคยต้องคดีหรือไม่ มีประวัติถูกกล่าวหาว่า การทุจริตคอร์รัปชั่นหรือไม่ โป้ปดมดเท็จ

-ผลงาน ความรู้ ความสามารถ มีความรับผิดชอบ มีสปิริต แก้ตัวเพื่อเอาตัวรอดไปวันๆ
ฯลฯ
แม้นายสมัครมิได้อธิบายว่า ใช้มาตรฐานอะไรวัดว่า ใคร"ขี้หร่"หรือไม่ แต่เมื่อดูจากรายชื่อรัฐมนตรีบางรายที่นายสมัครพยายามที่จะแก้โผหรือคนที่นายสมัครทำเป็นหลุดปากวิพากษ์วิจารณ์แล้ว เช่น เมียเป็นรัฐมนตรีในโควต้าผัวโดยไม่คำนึงความรู้ความสามารถ หรือบุคคลโนเนมได้เป็นรัฐมนตรีตามโควตา ทำให้เชื่อว่า นายสมัครฟังกระแสหรือเสี้ยง'ยี้'จากชนชั้นกลางในเมืองเป็นหลัก

ถ้านายสมัครใช้กระแสชั้นชนกลางมาวัดความ 'ขี้เหร่' จริง มาตราฐานของชนชั้นกลางดังกล่าวก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาแล้วว่า ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนต่างจังหวัดที่เลือกพรรคพลังประชาชน และไม่ยอมรับความจริง

ดังนั้น นายสมัครจึงควรออกมาอธิบายให้ชัดเจนว่า ใช้มาตรฐานอะไรวัดความ'ขี้หร่'ของรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากประวัติ ความประพฤติ พฤติกรรมและผลงาน รัฐมนตรทั้ง 35 คนแล้ว อาจมีบางคนที่จบพยาบาลและมีประสบการณ์บริหารเพียงผู้อำนวยการกองได้เป็นถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คนที่เคยมีตำแหน่งทางการเมืองสูงสุดเป็นเลขานุการรัฐมนตรีข้ามชั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใหญ่อย่างคมนาคม หรือใครไม่รู้ได้นั่งเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงสำคัญ อาจทำให้เห็นว่า น่าจะเข้าข่าย'ขี้เหร่'

แต่เมื่อมาดูประวัติ ความประพฤติ พฤติกรรมและผลงานของนายสมัครที่

-ถูกกล่าวหาว่า ทุจริตในการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาทในสมัยเป็นผู้ว่า กทม. ถ้าคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)มีมติว่า มีมูล นายสมัครอาจต้องตกเป็นจำเลยในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

-คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)มีมติตั้งอนุกรรนมการไต่สวนนายสมัครและพวกในคดีทุจริตการจ้างเหมาเอกชนขนขยะมูลฝอยทำไปทำลายมูลค่ากว่า 9,500 ล้านบาท สมัยเป็นผู้ว่าฯ กทม.

-ถูกกล่าวหาว่า ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นบิดเบือนข้อเท็จจริงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ว่า มีคนตายเพียงคนเดียว

-ถูกกล่าวหาว่า มีส่วนการในปลุกระดมมวลชนทางวิทยุยานเกราะ จนเป็นชนวนเหตุนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือด 6 ตุลาคม 2519

-ใช้อำนาจตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 42(ปร.42)ซึ่งเป็นกฎหมายผเด็จการปิดหนังสือพิมพ์กว่า 20 ฉบับ สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ

-ใช้สเตตมนท์ปลอมกล่าวหานายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

-แพ้คดีหมิ่นประมาทพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ กรณีกำนันฮวด กำนันเฮง จนต้องขอประนีประนอมยอมความ

-แพ้คดีหมิ่นประมาทนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯกทม.ในศาลชั้นต้น คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์

ในด้านผลงาน ไม่มีอะไรเด่นชัด แม้ในสมัครเป็นผู้ว่า กทม.

แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่สะท้อนถึงระดับความรับผิดชอบของนายสมัครได้เป็นอย่างดีคือ ระเบิดใกล้พลับพลาที่ประทับ จังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 22กันายน 2520

นายสมัครซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจล้นฟ้าเพราะคุมทั้งกรมตำรวจ กรมอัยการได้ตอบกระทู้ในสภาผู้แทนราษฎรอย่างไร ใครอยากรู้ลองไปค้นคว้าหาข้อมูลดู

คำตอบดังกล่าวบอกตัวตนของนายสมัครได้อย่างดีโดยเฉพาะสปิริตของผู้บริหารประเทศ

ประเทศที่มีการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยในระดับสูงนั้น นักการเมืองที่มีประวัติอื้อฉาวเพียงเล็กน้อยก็ไม่สามารถดำรงตำแหน่งสำคัญได้อีกต่อไป ตรงกันข้ามกับประเทศไทยที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องเหล่านี้

เราจึงโชคดีได้เห็นปรากฎการณ์ประหลาดว่า บุคคลที่"อัปลักษณ์"รังเกียจคน"ขี้เหร่"

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=20389&catid=16

จาก : กากเดนสังคม - 16/02/2008 00:05

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
ข้อความ :


รวบรวมข่าวสาร IT โดย ชมรมคนไอที@ทีโอทีภาคกลาง