เทียนแห่งธรรม เทียนแห่งธรรม

หัวข้อ : ขี้เหร่-ไส้เน่า ถอยหลังลงคลอง โถ๋..รัดทะบานไทย
ข้อความ : โดย บ้านเมืองออนไลน์ เมื่อเวลา 9:03:00 วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551

วิเคราะห์การเมือง ; ขี้เหร่-ไส้เน่า ถอยหลังลงคลอง

ขี้เหร่-ไส้เน่า ถอยหลังลงคลอง

เพียงแค่เริ่มต้นก็ดูเสมือนรัฐบาลตกอยู่ในสถานการณ์นับถอยหลัง

ไม่ว่าจะเป็น นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะ “ผู้นำฝ่ายบริหาร” ไม่ว่าจะเป็น นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ “ผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติ”

เป็น 2 ใน 3 ผู้นำสูงสุดแห่งอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย ที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน

สถานการณ์รอวันพ้นจากตำแหน่งในระยะเวลาอันใกล้แห่งคดีความผิด ที่ไม่ใช่พ้นไปตามกำหนดวาระ

โดย นายสมัคร สุนทรเวช อยู่ระหว่างการถูกสอบสวนกรณีคดีทุจริตจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิงของ กทม. และ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อยู่ระหว่างรอคำพิพากษา “ใบแดง” จาก กกต.และศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ในกรณีคดีทุจริตเลือกตั้ง

แม้ทั้ง 2 คดีมีความต่าง ในวาระแห่งพฤติกรรมการกระทำผิด ทว่าหากทั้ง 2 คดี มีผลในด้านลบออกมาจะส่งผลกระทบในระนาบเดียวกัน

ส่งผลกระทบต่อความสั่นคลอนรัฐบาล

ส่งผลกระทบต่อความสั่นคลอนพรรคพลังประชาชน

จึงเป็นความน่าสะพรึงกลัวต่อรัฐบาล และต่อพรรคพลังประชาชนที่กำลังเผชิญอย่างเงียบงัน

นายสมัครล่อแหลมยิ่งนัก กับคดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม.

นายยงยุทธล่อแหลมยิ่งนัก กับปากเหว “ใบแดง”

เป็นความเหมือนบนความแตกต่าง

ต่างกันตรงที่ หากนายสมัครต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ต้องมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ระส่ำแค่การเปลี่ยนหัว

และอาจไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพราะมีการวางตัว นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไว้ที่ตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี “คนที่ 1” ที่พร้อมเสียบหากพรรคพลังประชาชนต้องเผชิญอุบัติเหตุทางการเมือง

ทว่าคดีของนายยงยุทธต่างหาก ที่หากถูก “ใบแดง” พรรคพลังประชาชนต้องเผชิญวิบากกรรมอย่างแสนสาหัส

เพราะต้องเข้าสู่เส้นทางคดียุบพรรค

เป็นผลกระทบที่สร้างความไม่แน่นอนและอ่อนไหวยิ่งนัก

นั่นหมายถึงหากคดีสิ้นสุดที่ “ยุบพรรคพลังประชาชน” และเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน ก็ซ้ำรอยอดีตคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย

พรรคถูกยุบ กรรมการบริหารพรรคถูกเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมือง ซ้ำรอยคนบ้านเลขที่ 111

แม้อาจตั้งชื่อพรรคสำรอง “พรรคทักษิณ” ตามที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย เปิดทางไว้ ทว่าความระส่ำระสายของพรรคพลังประชาชนก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ความระส่ำและอาจส่งผลความแปรผันพลิกขั้วกลายเป็นฝ่ายค้าน

เช่นว่านี้จึงเป็นความระส่ำต่อปัญหาที่กำลังรุกหนักต่อตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” และต่อตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร”

นายสมัคร และ นายยงยุทธ ต่างตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลม และมีกำหนดเวลาบังคับให้สิ้นสุดในระยะเวลาอันใกล้

และปัญหาเช่นว่านี้จึงเกิดปรากฏการณ์ ครม.ขี้เหร่ และ เลขานุการ-ที่ปรึกษารัฐมนตรีขี้เหร่

เป็นสภาพบังคับความ “ขี้เหร่” ที่ต้องมุ่งแสวงตอบแทนผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองก่อนผลประโยชน์ชาติ

นายสมัครเองก็ยอมรับอย่างสิ้นเชิงว่ามาตัวคนเดียว ไม่สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่ถูก “ผีจับยัด” ใดได้แม้แต่คนเดียว

ยอมรับโดยสิ้นเชิงว่าเป็น “หุ่นเชิด”

เช่นว่านี้ต่อตำแหน่งรัฐมนตรี ต่อตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี ต่อตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรี จึงสะท้อนออกมาในรูปแบบ โควตากลุ่มการเมือง โควตาภาค หรือตัวแทน ผัว-เมีย, พ่อ-ลูก, พี่-น้อง หรือกระทั่ง บำเหน็จสู้เพื่อนาย

ไม่ว่าจะเป็นการส่ง เมีย มาเป็นรัฐมนตรีในโควตาผัว ส่งเครือญาติต่อท่ออำนาจ ส่งตัวแทนรักษาโควตาคนบ้านเลขที่ 111

ล้วนปรากฏให้สังคมเห็นอย่างเด่นชัด

เด่นชัดที่ผลประโยชน์กลุ่มก้อนการเมือง อยู่เหนือผลประโยชน์ประเทศชาติ

ไม่ว่าเอา “หมอ-พยาบาล” ไปบริหารกระทรวงการคลัง ไม่ว่าเอา “นักวิศวกรรม” ไปบริหารกระทรวงวัฒนธรรม ไม่ว่าเอานักกฎหมาย ไปเป็นครู หรือกระทั่งส่งทนายความ ไปบริหารกระทรวงการต่างประเทศ ฯลฯ

ล้วนสะท้อนสนองตอบแทนทางการเมือง

ยิ่งเด่นชัด หากในสัปดาห์หน้ามีการแต่งตั้ง นายวัน อยู่บำรุง เป็นเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายชมม์สวัสดิ์ อัศวเหม เป็นเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เด่นชัดที่เป็นผลประโยชน์ทางการเมือง

การออกมาโวยวายนอกพรรคของ นายสมัคร สุนทรเวช ที่ว่า “โอ๊ย...ผมไม่รู้จะทำใจรับยังไง อย่างนี้คงต้องใช้ทัมใจ กินยาทัมใจ” มันอาจเป็นเพียงแค่การสร้างภาพไม่ให้ถูกมองเป็น “หุ่นเชิด”

หากข้อเท็จจริงต่อตำแหน่ง รัฐมนตรี ต่อเลขาฯ-ที่ปรึกษารัฐมนตรี ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

เมื่อ ครม.ขี้เหร่ เลขาฯ ขี้เหร่ ที่ปรึกษาขี้เหร่ ก็ไม่อาจหนีพ้นมีการใช้ “อำนาจขี้เหร่”

การใช้อำนาจขี้เหร่ที่เริ่มสะท้อนให้เห็นด้วยอาการเร่งรีบ เสมือนมีระยะเวลาจำกัดในการทำงานเพียงแค่ระยะสั้น

ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจรัฐแทรกแซงปลดรายการ “มุมมองของเจิมศักดิ์” ของ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง พ้นจากคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 105 วิสดอม เรดิโอ

ไม่ว่าจะเป็นการ “โยนหินถามทาง” ของ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมตรี และ รมว.คลัง ที่เตรียมนำอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเข้าเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ

ไม่ว่าจะเป็นการ “ปลุกผี” ปลูกป่ายูคาลิปตัสทั่วประเทศ ตามแนวคิดของ นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง รมว.วิทยาศาสตร์ฯ

ไม่ว่าจะเป็นการเสนอให้ทบทวนการทำซีแอลยาของ นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข

รวมทั้งการลอกนโยบายประชานิยมยุค “รัฐบาลทักษิณ” เข้าสู่นโยบาย “รัฐบาลสมัคร” ตั้งแต่บรรทัดแรกยันบรรทัดสุดท้าย ที่จะแถลงต่อรัฐสภาในสัปดาห์นี้

ทั้งการฟื้นหวยบนดิน ฟื้นกองทุนหมู่บ้าน ฯลฯ ที่สร้างมายาภาพเศรษฐกิจ

ขณะที่คดีความฟ้องร้องทุจริตยุครัฐบาลทักษิณหลายสิบคดีกำลังถูกแทรกแซง บิดเบือน ตัดตอนกลายเป็นมวยล้มต้มคนดู

สะท้อนรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 “ดอกไม้ปลายปืน” ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

ประเทศชาติกลับมายืนอยู่ที่เดิมอย่างครบถ้วนบริบูรณ์

ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงผลการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 ที่ส่งผลให้พรรคพลังประชาชนชนะเลือกตั้งด้วยจำนวน ส.ส.233 เสียง เป็นเพียง “ประชาธิปไตยยอมแมว”

ประชาธิปไตยที่ย้อมแมว จากพรรคไทยรักไทยมาเป็นพรรคพลังประชาชน จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาเป็น นายสมัคร สุนทรเวช และจาก ครม.ทักษิณ มาเป็น ครม.สมัคร

เป็นความอัปลักษณ์ของประชาธิปไตยตั้งแต่หัวจรดเท้า มิอาจหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์

โต๊ะข่าวการเมือง

http://www.banmuang.co.th/politic.asp?id=133905


จาก : สันดาน - 17/02/2008 15:31

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
ข้อความ :


รวบรวมข่าวสาร IT โดย ชมรมคนไอที@ทีโอทีภาคกลาง