เทียนแห่งธรรม เทียนแห่งธรรม

หัวข้อ : ญาติวีรชน6ตุลาฯเดือด ทำจม.เปิดผนึก 'สมัคร'บิดเบือนเหมือนย่ำยีผู้สูญเสียซ้ำอีกครั้ง
ข้อความ : ญาติวีรชน6ตุลาฯเดือด ทำจม.เปิดผนึก 'สมัคร'บิดเบือนเหมือนย่ำยีผู้สูญเสียซ้ำอีกครั้ง
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2551 - เวลา 19:45:26 น.




เครือข่ายวีรชน6ตุลาทำจม.เปิดผนึกถึงปชช. เรียกร้องความเป็นธรรมให้ผู้เสียชีวิตจากน้ำมืออาชญากรทางการเมือง จี้"สมัคร"แสดงความรับผิดชอบสัมภาษณ์สื่อนอกบิดเบือนคนตาย6ตุลา ให้ตัดสินใจเองจะขอโทษหรือไม่ กลุ่มญาตินัดประชุมมาตรการกดดันต่อ นิสิตประวัติศาสตร์จุฬาฯ จี้สอบสวนเหตุการณ์6ตุลาฯหาคนผิด

คณะกรรมการกองทุนญาติวีรชน 6 ตุลาคม เครือข่ายพิทักษ์เจตนารมณ์เดือนตุลา เครือข่ายศิลปินเพื่อชีวิต เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) และกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน ร่วมกันจัดเสวนา ที่อนุสรณ์สถานวีรชน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 17 กุมภาพันธ์ เรื่อง 'ความจริงของเหตุการณ์ 6 ตุลา' พร้อมทำจดหมายเปิดผนึกถึงพี่น้องประชาชน เพื่อนเดือนตุลา และสื่อมวลชน มาเผยแพร่เพื่อตอบโต้กรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวีรชนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวว่ามีเพียง 1 คน และมีการนำศพมาเผานั้น

เนื้อหาจดหมายเปิดผนึกตอนหนึ่งมีใจความว่า '' เราอโหสิกรรมให้กับคนที่ก่อเหตุ แม้เขาเหล่านั้นจะไม่เคยแสดงออกถึงการได้สำนึกผิดและยอมรับว่า ครั้งหนึ่งได้กระทำสิ่งที่ขลาดเขลาหลงเชื่อคำลวงของคนที่บงการให้ก่อเหตุ วันเวลาได้เปิดเผยความจริงออกมาแล้ว ประวัติศาสตร์ที่เคยถูกบิดเบือนได้มีผู้คนส่วนใหญ่แก้ไขและยอม รับความถูกต้องเป็นจริง เราไม่คิดว่า ยังจะมีใครกล้าบิดเบือนประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 กันอีก ''
''แต่เราคิดผิด วันนี้คนอย่างนายสมัคร สุนทรเวช ในฐานะนายกรัฐมนตรี กลับกล้าหาญชายชัยที่จะบิดเบือนความเป็นจริงของจำนวนผู้สูญเสียชีวิตในวันนั้นต่อชาวโลก ด้วยการกล่าวเท็จตอบผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่ามีคนตายเพียงคนเดียวในเหตุการณ์ 6 ตุลา ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการพยายามสื่อความหมายว่า ไม่มีลูกๆของเราที่ตายไปอย่างไม่สมควร และไม่มีคนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเช่นพวกเราทั้งหลายอยู่บนโลกนี้''


''ดังนั้นในฐานะที่พวกเรา คือพยานหลักฐานที่มีชีวิตในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ จึงจำเป็นต้องออกมาแสดงตนให้ได้รับรู้โดยทั่วกันว่า พวกเรานั้นมีตัวตน เรายังคงเจ็บปวดทุกข์ระทมและโศกเศร้าต่อการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในครั้งนั้น สิ่งเดียวที่จะเยียวยาเราได้ คือการบอกความจริงแก่สังคมและการชำระสะสางประวัติศาสตร์ด้วยการยอมรับสถานะและความเป็นจริงที่โหดร้ายของเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลา 2519''
''เราทั้งหลายเชื่อว่าเสียงเพรียกหาความเป็นธรรมให้กับลูกของเรา ที่ล้มตายจากน้ำมือของอาชญากรทางการเมือง จะไม่มีวันจางหายไปจากแผ่นดินนี้ ไม่ว่าจะอีกกี่ชั่วอายุคนก็ตาม'' ข้อความในจดหมายเปิดผนึกระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการภาพเหตุการณ์ 6 ตุลา และรูปถ่ายของวีรชนมาแสดง พร้อมทั้งนำหนังสือต้องห้ามที่เป็นผลงานของนายสมัคร สุนทรเวช สมัยหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา ทั้งหมด 200 กว่าเล่ม มาให้ผู้สนใจได้อ่านด้วย
นายพล พลพนาธรรม มูลนิธิสายธารประชาธิปไตย กล่าวว่าขอแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเอกสารทางราชการซึ่งเป็นเอกสารรายชื่อของผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นภาคประชาชน 41 คน ในเอกสารได้แจ้งชื่อไว้ทั้งหมด 38 คน และบุคคลที่เสียชีวิตไม่ทราบชื่อโดยถูกเผาอีก 4 คน ซึ่งขอยืนยันว่าผู้เสียชีวตนั้นเป็นคนสัญชาติไทยทั้งหมด ซึ่งขัดแย้งกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเมื่อ ปี 2520 คือ นายสมัคร สุนทรเวช ที่กล่าวไว้ที่ประเทศฝรั่งเศสในสมัยนั้น

นายโอริสสา ไอราวัณวัฒน์ อดีตผู้นำนักศึกษาอาชีวะและถูกจับเป็น 1 ใน 19 ผู้ต้องหาเหตุการณ์ 6 ตุลา กล่าวว่า ขอยืนยันว่า ไม่ใช่มีคนตายแค่เพียงคนเดียว นอกจาก 41 คนที่มีหลักฐานที่พบเห็นแล้ว ยังมีอีกหลายคนไม่มีหลักฐาน และได้สูญหายไปจากบ้านในเหตุการณ์ 6 ตุลา สิ่งหนึ่งที่จะยืนยันตลอดไปนั้นคือเราไม่ผิด ส่วนเรื่องประเด็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงของนายสมัครนั้น เห็นว่าประวัติศาสตร์หน้านี้หรือหน้าไหนก็ตามมันจะถูกบิดเบือนไม่ได้ ถ้าหากใครต้องการบิดเบือนประวัติศาสตร์ตรงนี้ ก็จะต้องฆ่าคนในยุคนั้นให้ตายให้หมด รวมทั้งผู้ที่บิดเบือนต้องรับผิดชอบด้วย
" ในฐานะที่นายสมัคร เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่บิดเบือนประวัติศาสตร์ เราจะเชื่อถือได้อย่างไร ดังนั้นปัจจุบันนี้เราจะต้องพูดถึงความเป็นจริงในอดีต ซึ่งผมขอยืนยันในสิ่งที่นายสมัครพูดนั้น ไม่เป็นความจริง " อดีตผู้นำนักศึกษาอาชีวะ6ตุลาระบุ

ด้านนางเล็ก วิทยาภรณ์ แม่ของนายวิทยา วิทยาภรณ์ หนึ่งในผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ตุลา กล่าวว่า ในสมัยนั้นคุณสมัครเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ท่านต้องรับผิดชอบ แต่เวลานี้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว กลับมาบิดเบือนความเป็นจริงของคนไทย มาบิดเบือนความเป็นจริงนั้นบิดเบือนไม่ได้ ความจริงต้องเป็นความจริง
"เพราะฉะนั้นคุณสมัครต้องรับผิดชอบต่อชีวิตลูกของดิฉัน ลูกดิฉันนั้นตายตอนอยู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลา ไม่ได้ไปสู้รบปรบมือกับใครเพียงแค่ชุมนุมต่อต้าน ขับไล่พระถนอมก็เท่านั้นเอง มันไม่น่าจะนองเลือดเลย และจะต้องมีความเป็นธรรมให้กับด้วย ซึ่งเมื่อได้ยินข่าวที่นายสมัครออกมาให้สัมภาษณ์ในเหตุการณ์ 6 ตุลานั้น ดิฉันคิดว่า นายกรัฐมนตรีนั้นเพี้ยนไปหรืออย่างไร ถ้าผู้นำประเทศพูดบิดเบือนอย่างนี้ จะมาเป็นผู้นำประเทศได้อย่างไร"นางเล็กกล่าว
นายคงเจตน์ พร้อมนำพล ประธานคณะกรรมการกองทุนญาติวีรชน 6 ตุลา กล่าวว่า เรื่องที่นายสมัครให้สัมภาษณ์นั้นไม่เป็นความจริง เหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 นั้น มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ส่วนนายสมัครจะต้องออกมาขอโทษบรรดาญาติวีรชนเดือนตุลาหรือไม่ถือเป็นดุลพินิจนายสมัครเอง โดยกลุ่มของญาติวีรชนผู้เสียชีวิต จะประชุมขอความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกมาตรการกดดันนายสมัคร ต่อไป โดยจะแถลงให้ทราบต่อไป

นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ในความเป็นจริง อาจจะไม่กล่าวหาเขาว่าเขาเป็นตัวการ แต่ว่านายสมัคร มีบทบาทตั้งแต่ต้นมีบทบาทมาตลอดตั้งแต่ปี 2516-2519 เพราะฉะนั้นจะต้องรู้เรื่องดีมาตลอด ไปพูดในวิทยุยานเกราะและทีวีเกือบทุกช่อง เพราะฉะนั้นอย่าไปสรุปว่าสมัครเป็นลิ่วล้อในสมัยนั้น ซึ่งเขาไม่ได้พึ่งเข้ามาในช่วงปี 2519 และเราไม่ได้ต้องการโจมตีนายสมัครแต่ข้อเท็จจริงก็คือข้อเท็จจริง ขอบอกว่านายสมัครรู้เรื่องและมีบทบาทเป็นอย่างมากมาตั้งแต่ปี 2517-2519
ด้านนายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดการฆ่าในเหตุการณ์ 6 ตุลา คือ 1.ชนชั้นการปกครองของไทยเรานั้นคับแคบ 2.ขาดบทเรียนวิธีการจัดการกับคนที่คิดแตกต่างจากตัวเอง 3.ไม่ได้คิดว่าการฆ่าคนเป็นเรื่องที่ผิด

วันเดียวกัน กลุ่มนิสิตภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกแถลงการณ์ขอเรียกร้องให้ยุติการบิดเบือนประวัติศาสตร์ 6 ตุลา จากการที่นายสมัครให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และได้มีข้อความบางตอนที่เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์การสังหารหมู่ในวันที่ 6 ตุลาคมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการย้ำว่ามีผู้เสียชีวิตเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ทางกลุ่มนิสิตฯจึงมีความเห็นเสนอ 4 ข้อ คือ
1.ขอเสนอแนะให้นายสมัครทบทวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลา อีกครั้งหนึ่งโดยเร็ว เพื่อให้ภายภาคหน้าจะได้ไม่มีการพูดถึงกรณีเหตุการณ์ 6 ตุลาคม อย่างคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงอีก
2.อยากเรียกร้องให้สังคมไทยเปิดโอกาสทางการศึกษาและเผยแพร่ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ 6 ตุลา แก่ประชาชนทั่วไปอย่างกว้างขวางด้วยวิธีต่างๆ เช่น การรณรงค์ การจัดทำสารคดี และการบรรจุลงในแบบเรียน เป็นต้น อย่าให้เหตุการณ์ 6 ตุลาเป็นเพียงชื่อวันหนึ่งซึ่งรู้จักกันอย่างผิวเผินอีกต่อไป
3.ต้องการให้มีการสืบสวนเหตุการณ์ 6 ตุลาอย่างเปิดเผย เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการจากเหตุการณ์ดังกล่าวสู่สังคมไทย และเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
4.ทางกลุ่มนิสิตฯ ไม่ได้มีเจตนาต่อต้านนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด เนื่องจากนายสมัครเป็นบุคคลที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้เลือกแล้ว จึงมีความชอบธรรมแน่นอน
ขอประกาศเจตนารมณ์ว่า การรณรงค์ในประเด็นเหตุการณ์ 6 ตุลานี้ต่อไปในอนาคตไม่ควรเป็นไปเพื่อสนองผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หากแต่จะต้องเป็นไปตามหลักวิชาการมีจุดมุ่งหมายเพื่อความถูกต้องและสอดคล้องกับข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรมเท่านั้น

==============================

จดหมายเปิดผนึก
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2551
ถึงพี่น้องประชาชน เพื่อนเดือนตุลา และสื่อมวลชนที่เคารพ

วันนี้ไม่ใช่วาระครบรอบปีของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 แต่เป็นวาระพิเศษที่ทำให้พวกเรา ผู้ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์เดือนตุลาและตกเป็นเหยื่อความรุนแรงต้องมารวมตัวกันอีกครั้ง เรามิได้รวม ตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ใครมารับผิดชอบการกระทำผิดบาปในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 แต่เรามาเพื่อบอกความจริงแก่สังคมและเพื่อกระชากหน้ากากผู้บิดเบือน แม้ว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นผ่านมาถึง 31 ปีแล้วก็ตาม
จำนวนของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น มิใช่ประเด็นที่ต้องมาถกเถียงกันว่าเพื่อนเราพี่น้องเรา ต้องเสียชีวิตไปหนึ่งคนหรือมากน้อยเท่าใดด้วยเพราะปรากฏหลักฐานชัดเจนอยู่แล้วว่าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ไม่ใช่วันที่มีชายเคราะห์ร้ายเสียชีวิตเพียงคนเดียวและถูกนำศพมาเผาแล้วเผาอีกอย่างที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีพูดตอบผู้สื่อข่าวต่างประเทศ

ความจริงในเหตุการณ์วันนั้นก็คือ ได้มีกลุ่มบุคคลทั้งผู้ที่สูญเสียอำนาจและกลุ่มบุคคลผู้กระหายในอำนาจได้ร่วมกันก่อกรณีสังหารโหด ด้วยการเข่นฆ่าลูกหลานเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ชุมนุมกันอย่างสงบและปราศจากอาวุธใดๆ ภายในมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์เพื่อต่อต้านการกลับมาของทรราชย์
แต่การชุมนุมกลับถูกบิดเบือนกล่าวร้ายว่า เป็นการสุมหัวของคนต่างชาติด้วยประสงค์จะล้มล้างสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยกลุ่มผู้บงการได้กระทำอย่างเป็นกระบวนการต่อเนื่อง ด้วยการโหมกระพือความเท็จ สร้างความเกลียดชัง จุดไฟอาฆาตขึ้นในใจของผู้คนให้พร้อมที่จะกระทำสิ่งที่โหดร้ายผิดมนุษย์ชนิดที่ไม่เคยพบเคยเห็นในศึกสงครามใดๆ ทั้งหมดล้วนเป็นไปเพียงเพื่อผล ประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายตนโดยอาศัยเหยื่อผู้บริสุทธิ์เป็นบันไดสู่อำนาจ

ภาพนักศึกษายาวชนคนหนุ่มสาวที่ถูกลิ่มตอกอก ภาพฝูงชนที่บ้าคลั่งลากคอคนเป็นๆเอาไปแขวนคอกับต้นมะขามแล้วกระโดดเตะ กระหน่ำตีอย่างเมามัน เอาคนบาดเจ็บไปกองรวมกันแล้วจุดไฟเผาทั้งเป็น ภาพร่องรอยการข่มขืนนักศึกษาสาวแล้วทารุณศพด้วยความกักขฬะเหล่านี้ คืออาชญากรรมที่ก่อขึ้นกลางเมืองหลวงต่อหน้าผู้คนนับพัน ต่อหน้าสื่อมวลชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
ทั้งหมดที่กล่าวมา ล้วนเกิดขึ้นมาจากการใช้ความเท็จปลุกปั่นโดยผู้ชำนาญการ ผ่านคลื่น วิทยุโทรทัศน์ที่ไร้คุณธรรมไร้จรรยาบรรณ นี่คือข้อความจริงที่มีการบันทึกโดยภาพยนตร์และภาพ ถ่าย ซึ่งได้ฟ้องประจานอาชญากรรมครั้งนั้นไปทั่วโลก ใครที่ได้ร่วมก่อกรรมในครั้งนั้นต่างก็รู้อยู่แก่ใจทุกคน

นายสมัคร สุนทรเวช เป็นใครและมีส่วนอย่างไรบ้างหรือไม่ในเหตุการณ์ครั้งนั้น ไม่ใช่คำถามที่เราอยากถาม เรารู้ดีอยู่แล้วว่าใครมีบทบาททั้งก่อนหน้าและหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น
ในฐานะรัฐมนตรีมหาดไทยผู้ได้รับตำแหน่ง และอำนาจจากการรัฐประหารหลังการนองเลือดในวันที่ 6 ตุลาคม ใช่หรือไม่ว่านายสมัครได้เคยแถลงข่าวต่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่า มีผู้เสีย ชีวิตจำนวน 48 คนในเหตุการณ์วันนั้น แล้วเหตุใดเมื่อนายสมัครในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้จึงได้ตอบนักข่าวซีเอ็นเอ็นด้วยข้อความที่ต่างออกไป ดูราวกับว่ามันเป็นเพียงอุบัติเหตุทางการเมืองเล็กๆที่มีคนเคราะห์ร้ายตายเพียงแค่คนเดียว นี่ไม่ใช่การโกหกของผู้เป็นนายกรัฐมนตรีดอกหรือ
อย่าได้พยายามแก้ตัวว่านี่คือทรรศนะและมุมมองที่แตกต่างเพราะมันไม่ใช่ แต่มันคือการ โกหกของนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ที่ไม่เพียงทำให้เกียรติของตนเองต่ำลงในสายตาชาวโลก แต่ยังทำให้ญาติพี่น้องและเพื่อนมิตรของผู้สูญเสียเช่นเรา รู้สึกว่าได้ถูกกระทำย่ำยีซ้ำเติมอีกครั้ง

ความเจ็บปวดของเราจากการสูญเสียญาติพี่น้องและเพื่อนมิตรในก่อนวัยอันควรมิอาจทำ ให้จางหายได้ด้วยการปกปิดบิดเบือนตัวเลขจำนวนผู้ตาย ดังนั้นนายสมัครในฐานะนายกรัฐมนตรี จึงต้องมีความรับผิดชอบในคำพูดของตนเองในระดับที่มากกว่าคนธรรมดา และต้องรับผิดชอบในคำพูดในระดับที่ต่างจากพวกอาชญากร เพราะอาชญากรมักจะโกหกได้ทุกเวลาเพียงเพื่อให้ตนเองรอดพ้นจากความผิด นายสมัครวันนี้ไม่ได้อยู่ในฐานะนักการเมืองปากพล่อยที่จะพูดอย่างไรก็ได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบ เราไม่เชื่อว่านายสมัคร มีความรับรู้กับเหตุการณ์วันนั้นเพียงจำกัด และไม่เชื่อว่านายสมัครจะหลงลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนต้องให้คนเดือนตุลาข้างกายต้องคอยย้ำเตือนอะไรให้เสียเวลา

วันนี้ เราจึงพร้อมใจกันมาเพื่อตอกย้ำความทรงจำของสังคม ให้ได้รับรู้ความจริงอีกครั้ง และเพื่อเปิดโปงคำพูดของคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศว่า สิ่งที่เขาพูดคือการโกหกและอยากจะบอกแก่ผู้คนในสังคมว่าการโกหกเพื่อประโยชน์ทางการเมืองนั้นในอดีตได้ก่อความรุนแรงขึ้นในสังคม ก่อความสูญเสียทั้งชีวิตเลือดเนื้อในสงครามประชาชนตามเขตชนบทของประเทศอย่างยืดเยื้อยาวนานหลายสิบปี
เราไม่อยากให้ความเท็จเช่นนี้ย้อนกลับมาสร้างความปวดร้าวและบาดหมางให้เกิดขึ้นอีกในสังคมไทยอีก เราหวังว่าประชาชนจะต้องได้รับรู้และเคารพในความเป็นจริง และไม่ตกเป็นเหยื่อของความโป้ปดมดเท็จ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะออกมาจากปากของนายกรัฐมนตรีของประเทศหรือจากปากของอาชญากรทางการเมืองคนอื่นใดก็ตาม

พี่น้องประชาชนร่วมชาติและท่านผู้มีจิตใจที่รักความเป็นธรรมทั้งหลาย ในนามของญาติวีรชนผู้สูญเสียในเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม 2519 อยากจะขอโอกาสนี้บอกความจริงให้สังคมได้รับรู้ว่า ในห้วงเวลาที่ผ่านมา 31 ปี ความเจ็บปวดทุกข์ระทมไม่เคยจางหายไปจากจิตใจของเรา พวกเราต่างสูญเสียคนที่รัก สูญเสียพี่ สูญเสียน้อง พวกเขาเป็นลูกที่เราเคยทนุถนอมเฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูมาตั้ง
แต่เล็กแต่น้อยในฐานะพ่อแม่เราต้องลำบากทั้งกายและใจ ยอมเสียสละสุขส่วนตัวเพื่อให้ลูกอันเป็นที่รักได้มีการศึกษาที่ดี
ลูกเราล้วนมีความหวังและมีความใฝ่ฝัน เป็นคนรุ่นที่ดี มีความคิดก้าวหน้าที่สุดรุ่นหนึ่งของสังคมไทย ตระหนักรับผิดชอบต่อบ้านเมืองและเป็นตัวของตัวเอง แต่พวกเขาต้องมาตายอย่างไม่สมควร ใครที่บงการให้ลงมือฆ่าพวกเขาอย่างทารุณโหดร้าย อย่างเลือดเย็นกลางเมืองหลวงในเวลากลางวันแสกๆ พวกนั้นมีสิทธิ์อะไรหรือที่มาฆ่าลูกของเรา อาศัยอำนาจใดมาพรากชีวิตที่มีค่าของเด็กๆไปจากอ้อมอกของเรา เขาถูกทำให้ตายขณะอยู่ในวัยที่สดใส ถูกทารุณราวกับแพะบูชายัญโดยไม่มีความผิด

ผู้ไม่เคยสูญเสียไม่มีวันจะเข้าใจความรู้สึกที่เจ็บปวดรวดร้าวเช่นนี้ นายสมัคร สุนทรเวช อาจจะยังพอจดจำภาพจากสื่อต่างประเทศที่ออกเผยแพร่ไปทั่วโลกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้นวันที่ คนหนุ่มสาวพากันนอนตายเกลื่อนสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างน่าเวทนา
บ้างก็แสดงความกล้าหาญด้วยการเอาร่างรับคมกระสุนแทนเพื่อนๆ พวกเขามีแต่มืออันว่างเปล่าปราศจากอาวุธที่จะต่อสู้ แต่พวกผู้ใหญ่และชนชั้นปกครองจำนวนหนึ่งกลับใช้สื่อโทรทัศน์ วิทยุและหนังสือพิมพ์บิดเบือนความจริง ส่งสัญญาณให้อันธพาลการเมืองใช้อาวุธปืนสงครามตรู กันเข้ามาเข่นฆ่าพวกเขาอย่างกระหายเลือด มิใช่ลูกของเราเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ถูกพรากชีวิตไป

นายสมัคร สุนทรเวช ผู้เคยเป็นนักการเมืองและดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีในขณะนั้นย่อมรู้ดีว่ามีศพจำนวนมากที่ถูกฆ่าและทำทารุณกรรมอยู่ทั่วไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลางสนามหลวงและถูกจับมากองเรียงรายเพื่อนับจำนวนได้หลายสิบ มีผู้สูญหายเป็นจำนวนมากทั้งนี้ยัง ไม่นับคนหนุ่มสาวที่ต้องเสียชีวิตอย่างนิรนามต่อเนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนั้นอีกนับร้อยๆในภายหลัง ในเขตชนบทและป่าเขาที่ห่างไกล
เราอโหสิกรรมให้กับคนที่ก่อเหตุ แม้เขาเหล่านั้นจะไม่เคยแสดงออกถึงการได้สำนึกผิดและยอมรับว่าครั้งหนึ่งได้กระทำสิ่งที่ขลาดเขลาหลงเชื่อคำลวงของคนที่บงการให้ก่อเหตุ วันเวลาได้เปิดเผยความจริงออกมาแล้ว ประวัติศาสตร์ที่เคยถูกบิดเบือนได้มีผู้คนส่วนใหญ่แก้ไขและยอม รับความถูกต้องเป็นจริง เราไม่คิดว่า ยังจะมีใครกล้าบิดเบือนประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 กันอีก

แต่เราคิดผิด วันนี้คนอย่างนายสมัคร สุนทรเวช ในฐานะนายกรัฐมนตรี กลับกล้าหาญชายชัยที่จะบิดเบือนความเป็นจริงของจำนวนผู้สูญเสียชีวิตในวันนั้นต่อชาวโลก ด้วยการกล่าวเท็จตอบผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่ามีคนตายเพียงคนเดียวในเหตุการณ์ 6 ตุลา ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการพยายามสื่อความหมายว่า ไม่มีลูกๆของเราที่ตายไปอย่างไม่สมควร และไม่มีคนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเช่นพวกเราทั้งหลายอยู่บนโลกนี้
ดังนั้นในฐานะที่พวกเรา คือพยานหลักฐานที่มีชีวิตในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ จึงจำเป็นต้องออกมาแสดงตนให้ได้รับรู้โดยทั่วกันว่า พวกเรานั้นมีตัวตน เรายังคงเจ็บปวดทุกข์ระทมและโศกเศร้าต่อการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในครั้งนั้น สิ่งเดียวที่จะเยียวยาเราได้ คือการบอกความจริงแก่สังคมและการชำระสะสางประวัติศาสตร์ด้วยการยอมรับสถานะและความเป็นจริงที่โหดร้ายของเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลา 2519

เราทั้งหลายเชื่อว่าเสียงเพรียกหาความเป็นธรรมให้กับลูกของเรา ที่ล้มตายจากน้ำมือของอาชญากรทางการเมือง จะไม่มีวันจางหายไปจากแผ่นดินนี้ ไม่ว่าจะอีกกี่ชั่วอายุคนก็ตาม

คณะกรรมการกองทุนญาติวีรชน 6 ตุลาคม
เครือข่ายพิทักษ์เจตนารมณ์เดือนตุลา
เครือข่ายศิลปินเพื่อชีวิต
เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น(คปต.)
กลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน

http://www.matichon.co.th/news_title.php?id=1385

จาก : *-* - 17/02/2008 22:57

ข้อความ : http://www.matichon.co.th/news_title.php?id=1385

จาก : *-* - 17/02/2008 22:59

ข้อความ : http://www.komchadluek.net/2008/02/18/images/10524619low.gif


คนตุลาฯเดือด
คณะกรรมการญาติวีรชน 6 ตุลาฯ ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาฯ-นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน ให้ตรวจสอบพฤติกรรม นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ที่"บิดเบือนประวัติศาสตร์" กรณีให้สัมภาษณ์สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น เกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ที่อาจสร้างความเสื่อมเสียและความแตกแยกในชาติ


http://www.komchadluek.net/2008/02/18/x_main_a000_47161.php



จาก : *-* - 18/02/2008 17:11

ข้อความ : http://www.komchadluek.net/2008/02/18/x_main_a000_47161.php

จาก : *-* - 18/02/2008 17:11

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
ข้อความ :


รวบรวมข่าวสาร IT โดย ชมรมคนไอที@ทีโอทีภาคกลาง
TheRyo's GYM Bodybuilding and Fitness Guide | iRadio 1st Full format Internet Radio in Thailand