เทียนแห่งธรรม เทียนแห่งธรรม

หัวข้อ : เปลวสีเงิน...แฉ ๖ ตุลา "ยุคขวาพิฆาตซ้าย" สมัครสั่งปิดหนังสือพิมพ์กราดรูดมาแล้วนับสิบๆ ฉบับ
ข้อความ : เปลวสีเงิน
คนปลายซอย


18 กุมภาพันธ์ 2551 กองบรรณาธิการ

ด้วยจิตพิศวาส "นายกฯ สมัครกับสื่อ"


แหม..ดีใจครับที่ได้ "สมัคร-คนเดิม" กลับมาแล้ว นึกว่าเป็นนายกรัฐมนตรี จัดรายการ "สนทนาประสาสมัคร" ในปี พ.ศ.๒๕๕๑ แล้วจะลืมกลิ่นอายรายการ "พูดจาประสาชาวบ้าน" ที่ท่านจัดทางโทรทัศน์ช่อง ๗ สี ช่วง ๖ ตุลา.๑๙ ยุคที่ท่านเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ใน "รัฐบาลหอย" เสียอีก

เพราะรายการ "พูดจาประสาชาวบ้าน" ยุคโน้น หมูประจำเขียงให้ท่านสับก็คือ "สื่อ-หนังสือพิมพ์" อย่างในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" วานนี้แหละ

เมื่อวานคือวันอาทิตย์ บังเอิญผมไม่ได้ดู เพราะป่วยเป็นโรค "เลือดจะไป-ลมจะมา" มีอาการหน้ามืด ตามัว สวิงสวาย หัวใจสั่น คลื่นเหียน ปวดหัวตัวร้อนไม่หาย ไร้เรี่ยวแรงคล้ายจะเป็นลม ก็เลยนอนซมฝนส่งท้ายตรุษจีนเล่นซะงั้น

พรรคพวกที่โรงพิมพ์เขาวิเคราะห์ว่า ดูตามสมุฏฐาน ผมไม่น่าจะเป็นโรคยอดรัก สลักใจ หรือโรคหยาด นภาลัย แต่น่าจะเป็นอาการ "วัยทอง" มากกว่า!

ฟังแล้วก็ตกใจ เพราะ "โจรลอกทอง" กำลังอาละวาดอยู่ตามวัด-ตามวาแถวๆ อยุธยา-กรุงเก่าซะด้วย!

มา "วัยทอง" เอาตอน "ทองแพง" ก็ไม่รู้ว่าจะเฮง หรือจะซวย!?

ผมบอกพวกกอง บก.เขาว่า นายกฯ ทำถูกแล้ว เพราะท่านฉลาด รู้ว่าด่าสื่อน่ะแหละปลอดภัยที่สุด ขืนไปจิกหัวด่าคนอื่นหรือด่านักการเมืองด้วยกัน เดี๋ยวเขาเยิ่นกลับมาหน้าตาแหกเหนือคิ้ว มันก็จะขายหน้าชาวบ้านเขาเปล่าๆ! อย่างกรณีไปว่า "คุณระนองรักษ์" ภรรยาคุณไพโรจน์ สุวรรณฉวี แห่งพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นตัวอย่างที่ทำให้รัฐบาลนี้เป็น "รัฐบาลขี้เหร่" เขาสวนกลับ ก็ได้แต่แบ๊ะ.แบ๊ะ..ผู้ใหญ่พูดเล่นน่ะ!

นี่เขาก็ส่ง "ลูกวัฒนา" ให้มาเป็นหน้า-เป็นตารัฐบาลสมัคร ในตำแหน่งเลขาฯ มท.๓ อีก สังเกตดูซี นายกฯ กล้าพูด-กล้าจาอะไรตรงๆ กะเขาที่ไหนล่ะ ได้แต่ทำไก๋ ร้องโอ๊ยนั่น..โอ๊ยนี่..ไปตามเรื่องตามราว

"ลูกเฉลิม" เพื่อนรักผมอีกคนเหมือนกัน จะไปนั่งเป็นเลขาฯ รมช.สาธารณสุข ท่านก็ไม่กล้าพูดจาประสาสมัคร ได้แต่พูดเป็นรำฟ้อนเล็บอ้อมดอยสุเทพไปโน่น!

ถ้านายกฯ สมัครเป็นมวยปล้ำ ท่านก็เลือกสื่อเป็นคู่ปล้ำมาตลอด เพราะท่านเคยอยู่ในอาชีพสื่อมาก่อน ย่อมรู้จุดอ่อน-จุดแข็งคนในวงการนี้ พวกสื่อส่วนมากแรงไม่ดี แถมมีจุดสลบรอบตัว

ดันๆ ๒-๓ ทีก็หงายท้องไปแล้ว!

ท่านดังมาเพราะเล่นกะสื่ออย่างนี้แหละ อย่างตอน ๖ ตุลา "ยุคขวาพิฆาตซ้าย" ที่ท่านเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย รู้ไว้เถอะว่า ด้วยการรักษาสถานการณ์บ้านเมืองให้สงบในแนวของท่าน

ท่าน "สั่งปิด" หนังสือพิมพ์กราดรูดมาแล้วนับสิบๆ ฉบับ เป็นสถิติประวัติศาสตร์เลยว่า ทั้งก่อนหน้าและลับหลัง ไม่เคยมียุคไหนปิดหนังสือพิมพ์มากที่สุดเท่ายุคท่านเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย!

ยุคนั้น "มหาดไทย" ว่าไปแล้วอำนาจครอบคลุมประเทศยิ่งกว่านายกฯ เสียอีก "กรมตำรวจ" ก็อยู่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย การออกหนังสือพิมพ์ยากยิ่งกว่าค้ายาบ้ายุคนี้ล้านเท่า

นายสมัครที่เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย เคร่งครัดในการกำราบหนังสือพิมพ์ที่ไม่พับเพียบเขียนข่าวมาก ขนาดว่าก่อนจะมาเป็นนักการเมือง เป็นคอลัมนิสต์อยู่ที่หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

ยังปิด "สยามรัฐ" ซะเลย!

เท่าที่ผมจำได้ ยุคนั้นแทบจะไม่มีหนังสือพิมพ์ฉบับไหนที่ไม่ถูกสั่งปิด "ยักษ์ใหญ่" น่ะท่านชอบ ผูกปีเป็น "คู่กัด" ซะเลย..ดังดี แต่คู่นี้เหมือน "งูเห่า-พังพอน"

กัดกันเป็นสิบๆ ปี ไม่มีใครแพ้-ใครชนะซักที!

"กรมตำรวจ" เป็นผู้มีอำนาจเปิด-การปิดหนังสือพิมพ์ยุคนั้น โดยหน่วยสันติบาลเป็นผู้ดูแล คงจะไม่ถนัดมือ-ถนัดใจนายสมัครที่เป็นรัฐมนตรี ดูเหมือนว่าท่านเป็นรัฐมนตรีได้ไม่ถึงเดือนดี

ท่านเสนอขออำนาจต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการและสั่งการเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การพิมพ์ ให้มีอำนาจในการสั่งปิด หรือให้เปิดหนังสือพิมพ์ รวมทั้งขออนุญาตอื่นๆ ได้ด้วยตัวของท่าน!

ต่อจากนั้นก็มีการปิดหนังสือพิมพ์กันเป็นที่สนุกสนาน คิดดูแล้วกัน ท่านผูกพันกับสื่อ-หนังสือพิมพ์ด้วยดวงจิตพิศวาสมายาวนานขนาดไหน?

แล้วนี่..เห็นมั้ย ท่านว่าเพิ่งมาทำงานไม่ถึง ๒ สัปดาห์ พวกหนังสือพิมพ์ก็ "ติเรือทั้งโกลน"

เรือกอนโดล่าละมั้ง ก็แหม..ไม่ถึง ๒ สัปดาห์ท่านกับคณะแข่งไอเดียกระฉูดเหมือนทำงานไปแล้ว ๒ ปี แต่แค่รถไฟ ๙ สาย กับขุดอุโมงค์ผันน้ำโขงเข้าอีสาน ขืนให้รอเสร็จก่อนแล้วค่อยติ

แล้วชาติไหนล่ะครับ ช่วยบอก...

ผมจะได้รอ!?

ก็ ฯพณฯ ท่านทั้งหลายเซลไอเดียกันน้อยๆ หน่อยซีครับ และเซลในสิ่งที่พิเคราะห์-พิจารณ์กันแล้วว่า "ใช่-ทำได้จริง" ไม่ใช่แย่งกันผลุดโปรเจ็กต์รายวัน หวังแค่ "แย่งพื้นที่ข่าว" ให้ตัวเองเป็นข่าวหลอกเด็กไปวันๆ เท่านั้น

โครงการที่เหล่าท่านเสนอ ว่าไปแล้วก็เหมือนอาหารตัวอย่างที่ท่านปรุงออกมาทดสอบตลาด สื่อก็คือพวกผู้บริโภค จัดอยู่ในตระกูล "นักชิม"

เขาก็ชิม ชิมแล้วก็ "บ่นไป-อ๊วกไป" บ้าง ไอ้ที่ชิมแล้วซู้ดปาก ยกหัวแม่โป้งว่า "เป็นเลิศในโลกา" ก็มีบ้าง

แล้วมันผิดตรงไหน?

ท่านยัง "ชิมไป-บ่นไป" ได้เลย เจ้าโน้นดี เจ้านี้อร่อย ไอ้คนนี้ฝีมือดี อีคนนั้นฝีมือทำแล้วไม่น่ารับประทาน..เนี่ยะ ผมก็เห็นประจำแหละ!

พูดถึง "ชิมไป-บ่นไป" วานนี้ผมดูข่าวโทรทัศน์ เขาไปถ่ายหน้าบ้านท่านนายกฯ แล้วรายงานข่าวว่า

"ไม่อนุญาตให้นักข่าวเข้าไป เพราะนายกฯ กำลังถ่ายทำรายการ ชิมไปบ่นไป"

เรื่องนี้ ขอเรียนตรงๆ ว่า "ไม่เหมาะสมเลย"

ท่านเป็น "นายกรัฐมนตรี" ของประเทศไทย ของคนไทยทั้งประเทศแล้วนะครับ

มันเหมาะหรือที่ "นายกรัฐมนตรี" จะไปรับจ๊อบเป็นลูกจ้างบริษัท หรือทำเป็นอาชีพเสริมของตัวเอง จะด้วยใจรัก หรือด้วยหาลำไพ่พิเศษก็ตามเถอะ จะอ้างว่า "วันหยุด" แล้วไปเป็นพิธีกร เป็นนักชิมทำรายการโทรทัศน์ ขายสินค้าเป็นธุรกิจอาชีพอย่างนั้น

ไม่ว่ามองมุมไหน ทำใจรับได้ยาก?

ท่านจะอ้างอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่ลองทำประชามติดูก็ได้ว่า สมควรไหมที่นายกฯ หรือต่อๆ ไปอาจจะมีรัฐมนตรีทั้งคณะก็ได้เอาอย่าง อ้างว่า "วันหยุดราชการ" ไปประกอบอาชีพเสริมส่วนตัว

ระดับผู้นำประเทศ อย่างตำแหน่งนายกฯ นี่ ถึงพ้นตำแหน่งไปแล้ว ผมจำได้ว่าทางรัฐยังจ่ายเงินก้อนหนึ่งให้เป็นประจำเดือน เรียกว่า "เงินผดุงเกียรติ"

มาก-น้อยไม่สำคัญ สำคัญในเจตนารมณ์ของการให้ อย่างที่เรียกว่า "ผดุงเกียรติ" นั่นแหละ

คนอยู่ในตำแหน่งนายกฯ จะถือว่าเป็นแค่ในเวลาราชการเท่านั้น ถ้านอกเวลาราชการเป็นตัวฉัน จะไปทำอะไรก็ได้..ผมว่าไม่น่าจะใช่?

คิดดูซิ สมมุติว่านายกฯ จัดรายการชิมไป-บ่นไป ประธานสภาฯ ไปขับแท็กซี่หาลำไพ่พิเศษ รัฐมนตรีไปเปิดคลินิก ไปคุมกิจการค้าครอบครัว

ชาวบ้าน-ชาวโลก เขาคิดว่าโก้ นายกฯ เมืองไทย รัฐมนตรีเมืองไทย ขยันทำมาหากินงั้นหรือ?

เรื่องอย่างนี้ทำได้แค่เป็นสีสัน-ลีลาทางการเมืองเท่านั้น อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ไปกางเต็นท์นอนสุวรรณภูมิ ก็ทำอาหารออกโทรทัศน์ หรือไปรณรงค์ให้คนกินไก่ กินไข่ที่ท้องสนามหลวง ท่านก็ทำ "ไขว่คว่ำ" ให้กิน อย่างนี้เป็นต้น

ถ้าทำถึงขนาดธุรกิจการค้า มีบริษัทจัดการ มีการหาสปอนเซอร์ มีการเช่าเวลาสถานี มีการโฆษณาสินค้า เรียกว่าเป็นรายการประจำส่วนตัว

น่าเกลียดครับ?

ก็อาจอธิบายได้ว่า ไหนล่ะ..มีที่ไหน เห็นผมไปออกรายการที่ไหน แค่ถ่ายทำเก็บไว้ พูดอย่างนี้ใช้ไม่ได้

ก็เก็บไว้ให้ตลอดที่ยังอยู่ในตำแหน่งนายกฯ เถอะ อย่าให้ปรากฏรายการชิมไป-บ่นไปทางจอโทรทัศน์ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นพิธีกร เป็นผู้ดำเนินรายการเชียว!

ผมก็ชาวบ้านคนหนึ่ง ไม่พอใจแน่ที่นายกฯ กินเงินเดือนภาษีผม แล้วเอาเกียรติที่ประชาชนให้แบกแทนไปรับจ้าง หรือเป็นเถ้าแก่เองก็ตามไปทำธุรกิจอาชีพผิดกาลเทศะเช่นนั้น

ครับ..ผมได้เงินแต๊ะเอียตรุษจีนเป็นลำไพ่พิเศษมา ๒-๓ ซอง นับแล้วได้หมื่นกว่าบาท ก็จากเจ๊ๆ ของไทยโพสต์นี่แหละ ฉะนั้น เมื่อมีเงินแล้ว ผมก็ขออนุญาตลาไปหาอะไรชิมแก้โรควัยทองซัก ๒ วันนะครับ.

http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=18/Feb/2551&news_id=154706&cat_id=200



จาก : *-* - 18/02/2008 15:41

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
ข้อความ :


รวบรวมข่าวสาร IT โดย ชมรมคนไอที@ทีโอทีภาคกลาง