![]() |
|
หัวข้อ : เปิดสงครามใหม่ ยืมมือประชาชนรบแทน ข้อความ : [imghttp://www.thaipost.net/images/thaipost_logo.gif][/img] รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ขยันขันแข็งที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2551 ให้ได้ เพราะเป็นอุปสรรคสำหรับทุกคนในรัฐบาลและอดีตรัฐบาลไทยรักไทย และผลแห่งความขยันที่ว่า ปรากฏออกมาชัดเจนแล้วว่าจะแก้ไขทั้งสิ้น 4 มาตรา คือ 190,266,237 และ 309 กับอีก 1 ประเด็น คือ เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแก้ไขกฎหมายได้ทุกชนิด จากเดิมเฉพาะเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพเท่านั้น ในส่วนของ 4 มาตราแรก มีความชัดเจนอย่างต่อเนื่องว่า เป็นการแก้ไขเพื่อเปิดทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้งในเวลาอันรวดเร็ว การยกเลิกมาตรา 309 เท่ากับทำให้ คตส.ไม่มีตัวตน เป็นการมัดแขนมัดขา คตส.เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณต่อสู้คดีทุจริตคอรัปชั่นได้ง่ายขึ้น ขณะที่ ตุลาการรัฐธรรมนูญชุดก่อนซึ่งสั่งยุบพรรคไทยรักไทย และห้ามอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คนยุ่งเกี่ยวการเมืองเป็นเวลา 5 ปีก็ถือเป็นองค์กรเถื่อนตามรัฐธรรมนูญปี 2551 เช่นกัน นี่คือใบเบิกทางที่ พ.ต.ท.ทักษิณและอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยอีก 110 คน สามารถนำไปยื่นให้กับศาลในการต่อสู้คดีได้ ถือเป็นการเตรียมการที่ไม่ไว้หน้าประชาชน อ้างเสียงข้างมากมาทำเรื่องอัปยศอดสู พฤติกรรมเยี่ยงมหาโจรข่มขืนกระทำชำเรารัฐธรรมนูญโดยแท้ ไหนจะมาตรา 237 ที่กรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลตัดใจความสำคัญออก เพื่อพรรคไม่ต้องร่วมรับผิดชอบกับการโกงเลือกตั้ง สิ่งทำจะแก้ไขทั้งหมดแสดงให้เห็นแล้วว่า ทำเพื่อตัวเองล้วนๆ โดยที่ประชาชนอย่าว่าแต่กำขี้เลย ตดยังไม่ได้กำ หากแก้ไขได้สำเร็จน่าเป็นห่วงว่าประเทศไทยจะฉิบหายวายวอดกันอีกหน อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ แม้ว่าสิ่งที่รัฐบาลนี้กำลังจะทำอ้างว่าทำเพื่อประชาชนก็ตามนั่นคือ การเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้อย่างครอบคลุมทุกเรื่อง จากเดิมที่เคยสามารถทำได้เฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับหมวดสิทธิเสรีภาพในรัฐธรรมนูญเท่านั้น ประเด็นนี้อาจกลายเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอนาคต ไม่ทราบว่ารัฐบาลได้ไปศึกษาหรือไม่ว่า ทำไมมีข้อจำกัดให้ประชาชนเสนอกฎหมายได้เฉพาะตามหมวดสิทธิเสรีภาพเท่านั้น ทำไมไม่รวมไปถึงหมวดอื่นๆ เช่น หมวดรัฐสภา หมวดคณะรัฐมนตรี หมวดศาล หมวดองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือแม้กระทั่งหมวดพระมหากษัตริย์ เพราะอาจมีผลกระทบที่คาดไม่ถึงถึงขั้นประเทศชาติล่มสลายลงไปได้ หากนักการเมืองใช้ช่องทางนี้ในการ "คิดชั่ว ทำชั่ว" การเมืองไทยช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา ได้เปลี่ยนรูปแบบไปอย่างขนาดใหญ่ พรรคไทยรักไทยครองใจประชาชนได้อย่างถล่มทลาย การชิงมวลชนที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่กลุ่มการเมืองอนุรักษ์นิยมคาดไม่ถึง ผลิตผลนี้สืบต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลพรรคพลังประชาชน และคาดว่าจะสืบเนื่องต่อไปอีกหลายปีหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 237 และ 309 บรรลุผลสำเร็จ แม้สิ่งที่อาจเกิดขึ้นจะยังห่างไกล แต่สิ่งที่ผ่านมานั้นสามารถบ่งบอกได้ว่า โอกาสยืมมือประชาชนทำสงครามการเมืองนั้นไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายสมัคร สุนทรเวช ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และใครต่อใครหลายคนในอดีตพรรคไทยรักไทย ในพรรคพลังประชาชน มักหยิบยกมาพูดเสมอนั่นคือ "รัฐบาลนี้มาจากเสียงข้างมาก" "ประชาชนเสียงข้างมากเลือกรัฐบาลนี้มา" และนี่เองคือสิ่งที่จะถูกนำไปอ้างว่า "ความชอบธรรม" ดังที่รับทราบทั่วกันการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ มีช่องทางให้ประชาชนเข้าชื่อเสนอแก้ไข แต่ยังไม่ใช่ตัวเลือกในสภาวะที่เร่งด่วนเช่นนี้ กระนั้นก็ตามมีมวลชนซึ่งเป็นแนวร่วมของรัฐบาลขยับล่าชื่อกันอยู่ ซึ่งพอมองเห็นกระบวนการที่สอดรับกันอย่างลงตัว ซึ่งมวลชนกลุ่มนี้จะมีบทบาทสูงในอนาคต เป็นหมากตัวสำคัญให้รัฐบาล จะมีใครปฏิเสธหรือไม่ว่าในอนาคต อาจมีการเสนอกฎหมายเพิ่มอำนาจให้รัฐบาล ลดทอนอำนาจกลุ่มอนุรักษ์นิยม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ลำพังสภาผู้แทนราษฎร ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลไม่สามารถกระทำได้ เว้นเสียว่ายืมมือประชาชน จับประชาชนมาชนกับกลุ่มอนุรักษ์นิยมแทน โดยอ้างว่าเป็นความชอบธรรมของเสียงข้างมาก ลองหลับตานึกดูถึงวันนั้นประเทศไทยจะเปลี่ยนไปแค่ไหน. (ไทยโพสต์ 1 เม.ย. 51) http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=1/Apr/2551&news_id=156575&cat_id=100 จาก : คนเก็บข่าว - 01/04/2008 10:46 |