![]() |
|
หัวข้อ : สมาชิกสภาผู้ทรงถ่อย บ่อนทำลายประชาธิปไตย ข้อความ :
เหตการณ์การใช้กำลังตัดสินปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ภายในรัฐสภาอันทรงเกียรติ โดยนายการุณ โหสกุล ส.ส.แบบแบ่งเขตในสังกัดของพรรคพลังประชาชน พยายามใช้เท้าถีบนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.แบบสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ นับเป็นอีกครั้งที่สร้างความเสื่อมเสียหายต่อชื่อเสียงของสถาบันนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีศักดิ์ศรีเป็นหนึ่งในสามอำนาจขององค์กรหลักในการปกครองประเทศตามระบอบประชาธิปไตยอย่างน่าอัปยศอดสูใจที่สุด มติของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนสืบสวนข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าว จึงถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบของสถาบันนิติบัญญติที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว เพราะกรณีนี้ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งนี้ เนื่องจากนายการุณ โหสกุล เป็น ส.ส.ภายใต้สังกัดพรรคการเมือง อีกทั้งพฤติกรรมเสมือนหนึ่งอันธพาลก็เกิดขึ้นในสถานที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และทรงเกียรติ นอกจากนั้น ที่มองข้ามมิได้คือ ผลกระทบอันเกิดจากโทสะและโมหะจริตนี้ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบรัฐสภาและระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเป็นอย่างยิ่ง สังคมไทยจะรู้สึกไว้วางใจและเชื่อถือในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร เมื่อปรากฏว่าแม้แต่ ส.ส.ที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้ทรงเกียรตินั้น ใช้กำลังและความรุนแรงในการแก้ปัญหาความไม่พอใจของตนเอง ไม่แตกต่างจาก "กุ๊ย" ข้างถนน และคงจะกล่าวโทษใครไม่ได้หากประชาชนจะเกิดความเบื่อหน่ายการเลือกตั้ง เพราะดูเหมือนว่าสมาชิกรัฐสภาไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร และที่น่าเป็นห่วงคือ ประชาชนจะหันมาใช้วิธีการรุนแรงหรือรูปแบบอื่นๆ ในการเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพของตนเองเพื่อตัดสินปัญหาหรือเรียกร้องความสนใจจากรัฐบาล เช่น การเดินขบวนประท้วงตามถนน การปิดถนน การทำร้ายผู้ที่ไม่เห็นด้วยหรือมีความคิดที่แตกต่าง เป็นต้น ไม่ว่า ส.ส.ผู้ลงมือใช้ความรุนแรงกับอีกฝ่ายจะแก้ตัวว่าถูกยั่วยุท้าทาย จนเป็นเหตุให้อดรนทนไม่ไหว ก็มิใช่สิ่งที่สังคมสามารถยอมได้ ทั้งนี้ ไม่เพียงเพราะ ส.ส.ต้องมีสติปัญญาเป็นที่ตั้ง และกระทำตนเป็นแบบอย่างที่ดีของสาธารณชน ในฐานะตัวแทนของสถาบันนิติบัญญัติซึ่งไม่สมควรใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้อื่นอันเป็นความผิดในคดีอาญาเท่านั้น แต่ ส.ส.ยังมีข้อบังคับประมวลจริยธรรม ส.ส.เป็นเครื่องมือที่ใช้กำกับดูแลการทำหน้าที่ และการแสดงความรับผิดชอบพึงปรารถนาอีกทางหนึ่งด้วย ทั้งนี้ บทบัญญัติว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการอาจจะยังอยู่ระหว่างการร่างของกรรมาธิการ แต่อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้สภาอันทรงเกียรติก็มีข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.2542 ควบคุมดูแล ซึ่งมีรายละเอียดหลักที่ ส.ส.ทุกคนพึงต้องตระหนักเสมอ อาทิ ข้อ 5 สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นแบบอย่างที่ดีในการเคารพและรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อ 6 สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ข้อ 7 สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อ 8 สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยเคร่งครัด ทำงานเพื่อประเทศชาติและรับใช้ประชาชนอย่างเต็มความสามารถด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ ข้อ 10 สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องปฏิบัติตนอยู่ในกรอบจริยธรรม คุณธรรม และศีลธรรม ทั้งโดยส่วนตัวและโดยหน้าที่ความรับผิดชอบ ข้อ 11 สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของรัฐสภา และไม่กระทำการใดๆ อันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของประเทศชาติและรัฐสภา และข้อ 13 สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องเคารพสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ อาฆาตมาดร้าย ใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลใดโดยไม่มีหลักฐาน หรือนำเรื่องที่เป็นเท็จมาอภิปรายแสดงความเห็นในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือที่ประชุมคณะกรรมาธิการหรือที่อื่นใด ขอยืนยันว่า ประชาธิปไตยไทยจะพัฒนาต่อไปหรือถอยหลังลงคลอง บทสรุปของการสอบสวนพฤติกรรมความรุนแรง ส.ส.พรรคพลังประชาชนในครั้งนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญ หรืออย่างน้อยที่สุด หากมีจริยธรรมสำนึกแล้ว การยอมรับผิดด้วยการกล่าวคำ "ขอโทษ" น่าจะช่วยบรรเทาเยียวยาปัญหาได้ เพราะสังคมไทยย่อมให้อภัยได้กับอารมณ์ชั่ววูบ แต่ถ้าดันทุรังโทษว่าถูกท้าทายยั่วยุ ผลลัพธ์คงไม่พ้นทำให้สภาผู้ทรงเกียรติกลายเป็นสภาผู้ทรงถ่อยไปทั้งสถาบัน ปราศจากความเคารพน่าเชื่อถือจากสังคมไทย และมันคงเป็นฝันร้ายของประชาธิปไตยไทย. (ไทยโพสต์ 3 เม.ย. 51) http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=3/Apr/2551&news_id=156660&cat_id=100 จาก : คนเก็บข่าว - 03/04/2008 00:24 |