![]() |
|
หัวข้อ : เปลวสีเงิน : ศึกชิงเมือง 'ภาคพิสดารมนต์ดำ' ข้อความ :
วันอาทิตย์ที่ ๒๕ พฤษภานี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเขาจะชุมนุมใหญ่กันที่ถนนราชดำเนิน โดยใช้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นศูนย์กลาง ประเด็นหลักก็ต่อต้าน-คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๕๐ ของรัฐบาลพลังประชาชน เป็นกตเวทิตาคุณทักษิณ ก็ไม่ทราบนะครับว่ารูปแบบการชุมนุมเขาจะทำอย่างไรกัน จะตั้งเวทีกลางถนนราชดำเนิน ปิดการจราจรช่วงนั้น หรือว่าจะนั่งถก-นั่งเสวนากันบนทางเท้า อยากไปฟังเขาอยู่เหมือนกัน แต่มีคนเตือนว่า "แก่แล้ว เจียมบอดี้ไว้บ้างก็จะดี" แถมยกเหตุจากฟากฟ้า-ดาราศาสตร์มาขู่ว่า พฤหัสบดีประจันหน้ากับอสูรอย่างนี้ ขืนปั้นจิ้ม-ปั้นเจ๋อ จะปากเจ่อ หัวโน เอาไม่รู้ตัว! เขาว่า เหตุการณ์ตอนนี้เหมือนพระนารายณ์เขวี้ยงจักรใส่อสูรที่มาขโมยดื่มน้ำอมฤต ขณะดื่มอั้กๆๆๆ น้ำอมฤตไหลจากคอลงกระเพาะ จักรพระนารายณ์ก็หมุนติ้วๆๆๆๆ ฟันฉึก..ตัด ๑ หัว ๒ แขนอสูร ขาดจากตัว แต่ไม่ยักตาย!? เพราะดื่มน้ำอมฤตเข้าไปแล้วนั่นแหละ ตัวที่ขาด ๒ ท่อนจึงเป็นเหมือน "ไส้เดือนน้ำ" สับสองท่อน กลับกลายเป็น ๒ ตัว ๒ ชีวิต ว่ายดุ๊กดิ๊กไปได้เหมือนเดิม ท่อนบนของอสูร จึงไปเป็นดาวราหู ที่เขาใช้เลข ๘ เป็นสัญลักษณ์ ส่วนท่อนล่างไปเป็นดาวเกตุ มีเลข ๙ เป็นสัญลักษณ์ ส่วนคนที่ไปฟ้องพระนารายณ์ว่าอสูรมาขโมยน้ำอมฤตไปดื่มคือ พระอาทิตย์ กับพระจันทร์ ฉะนั้น ราหูจึงเป็นโกรธ-เป็นแค้นพระอาทิตย์ กับพระจันทร์ ชนิดเข้ากระดูกดำ เจอที่ไหน เมื่อไหร่ พระราหูเป็นต้องไล่จับพระอาทิตย์-พระจันทร์ มาใส่ปากอมเล่นบ้าง เอามาใส่จั๊กกะแร้หนีบให้ดมขี้เต่าเล่นพอหายแค้นบ้าง แล้วก็ปล่อยให้เดินเซขาเป๋ไป ปีนี้ คือปี ๒๕๕๑ ราหูจับคู่รัก-คู่แค้นนี้อมเล่นตั้งแต่ต้นปีไป ๒-๓ หนแล้ว ถัดจากเดือนหน้า ไปเดือนโน้น คือวันที่ ๑ เดือนสิงหา ราหูก็จะจับอาทิตย์มาอมเล่นอีก ท่านบอกว่า สรรพคราส ณ ราศีกรกฎ ๑๕ องศา ๓๔ ลิปดา ตอนเวลา ๑๗.๑๒ น. คราสผ่านดาวจันทร์ของดวงเมืองอย่างนี้ มิเป็นที่น่ายินดีนักแล!!! เมื่อตอนเที่ยงๆ วานนี้ ท่านอยู่ที่ไหนกันบ้างล่ะ สำหรับผมอยู่บ้าน นอนดูข่าวโทรทัศน์ ดูได้นิดเดียว มาแล้ว..รามสูรกับอสูร ท่านวิ่งไล่กันบนท้องฟ้าเสียงดังเปรี้ยงปร้าง..เปรี๊ยะปร๊ะ..ไปหมด ฟ้าร้องเหมือนระนาดทุ้ม ไม่ประทับใจผมเท่าไหร่ แต่วานนี้ ท้องฟ้าบ้านผม คือจากย่านหลักสี่-บางเขน-สวนจตุจักร ร้องประสานเสียงต่อเนื่องรับกันเป็นลูกระนาด สะเทือนเลื่อนลั่นดี แต่ผมชอบลีลาฟ้าผ่ามากกว่า เหมือนระนาดเอก เสียงเปรี๊ยะ..เปรี๊ยะ..นำร่อง ตามด้วยเส้นคมกรีดท้องฟ้าแว้บบบบ แล้วก็..เปรี้ยงงงงง ใส..สะใจดีจริงๆ จนลนลานปิดโทรทัศน์แทบไม่ทัน! คลำที่คอ ใจค่อยมาเป็นกอง พระสมเด็จหลวงพ่อโต วัดระฆังฯ ที่ท่าน "พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช" ให้ผมมาวันก่อนยังอยู่กับเนื้อกับตัว ก็เลยนอนหลับตาฟังดนตรีฟ้าเพลิน..หลับไปอีกรอบ พูดถึง พล.ต.อ.อชิรวิทย์ ท่านกรุณาเขียนเรื่องพระสมเด็จพุฒาจารย์โตให้ "ไทยโพสต์" มาร่วมปีแล้วมั้ง ผมก็ไม่เคยไปกราบขอบพระคุณท่านเลย หากท่านมีช่องว่าง ผมก็ขอช่องนั้นไปคารวะ เจอหน้าท่าน ทั้งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนเลย คำแรกที่ท่านพูดคือ "ไหว้พระตอนเช้า ก็ไม่รู้เป็นไง เกิดความรู้สึกว่าต้องเอาพระองค์นี้ให้พี่" ไม่ใช่พระสมเด็จหรอกครับ แต่เป็น "หลวงพ่อทวด" ที่หลวงปู่ทิมมาสร้างไว้ที่ "วัดประสาท" ย่านสามเสน ท่านบอกว่ามีอยู่ ๒ องค์ ใส่ตลับทองไว้เรียบร้อย แล้วท่านก็ยื่นให้ผมเฉยเลย ๑ องค์! ก่อนจะกลับ ท่านเห็นพระที่พรรคพวกผมให้มาห้อยคอ ท่านบอกว่า "พระสวยดี" แล้วท่านก็ลุกไปหยิบพระสมเด็จฐานแซมให้มาองค์หนึ่ง มุมพระถูกฝน หรือถูกตัดก็ไม่ทราบ ทำเอาผมนอนไม่หลับนับตั้งแต่นั้นมา นี่ก็..เดือนกว่าแล้ว ที่ไม่หลับ เพราะก่อนนอน ก็ต้องเอาพระที่ท่านให้ส่องดูอยู่นั่นแหละ กลางวันก็ส่อง ดึกก่อนนอนก็ยังส่อง ก็แปลกนะ พระสมเด็จนี่ดูไม่เบื่อ ดูกี่ครั้ง กี่ปี ก็ดูไม่จบ อยากดูอยู่นั่นแหละ!? ที่ผมต้องนิมนต์หลวงพ่อองค์นั้น-องค์นี้เวียนใส่สร้อยร้อยคอ ก็จากที่ทราบนั่นแหละว่า ไม่ว่าพระไหนๆ ราหูก็ไม่กลัว กลัวอยู่พระเดียวคือ "พระตถาคตเจ้า" ผมเป็นเหมือนศิษย์ตถาคต ฉะนั้น ไปไหน-มาไหน อาราธนารูปเคารพเป็นสิ่งระลึกถึง "พระตถาคตเจ้า" ติดไปกับตัว คนที่กัดเปลือกยังไม่ถึงแก่นอย่างผม ก็ค่อยใจชื้นหน่อย! แต่ผมนี่มันพวกปลายอ้อ-ปลายแขม ใครก็ไม่รู้จะดูดเข้าไปเป็นเสี้ยนตำตูดทำไม ที่น่าห่วงแทนเห็นจะเป็นท่าน "นายกฯ สมัคร" ของเรานี่แหละ เห็นกี่หมอ..กี่หมอ..ก็ส่ายหน้ารับกันเกือบทั้งนั้น ทั้งที่ตัวท่านก็เป็น "นายหมอดี" แท้ๆ นี่..ผมฟังโทรทัศน์หลายคืนก่อน เขารายงานข่าวว่า "โหรวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ" เจ้าสำนักสุขิโต เชียงใหม่ ทำนายว่า ราวๆ เดือนมิถุนายนนี้ จะเกิดภัยพิบัติทางภาคเหนือและภาคใต้ และที่สำคัญ โหรวารินทร์ทำนายทายทักด้วยว่า "นายกฯ สมัครอยู่ถึงปลายปีนี้ก็คงยาก"!? ความจริง ไม่ต้องเป็นหมอดู ใครๆ ก็พอเดาได้ว่า ชะตา-อนาคตของชายชราวัย ๗๐ กว่าขวบคนนี้ บั้นปลายอันเป็น "ทางลง" ทางการเมือง จะลงน่าอเนจอนาถแบบไหน? แต่เท่าที่ผมสังเกต โหรวารินทร์ท่านทำนายอะไรไว้ "จะเป็นตรงกันข้าม" เสียส่วนมาก ฉะนั้น นายกฯ สมัครเบาใจได้ พกพระอย่างผมซีครับ จะได้มั่นใจ-อุ่นใจ มาเอาที่ผมก็ได้ ผมมีพระสมเด็จหลายองค์ พกแล้วก็ท่อง สติมา..ปัญญาเกิด ท่อง แล้วก็ ทำ! แต่ขืนปล่อยให้ความโกรธนำหน้าสติ มันก็จะเข้าตำรา "ความโกรธมา วาจาก็จะพาวิบัติ" หลวงพ่อองค์ไหนก็ช่วยท่านไม่ได้ครับ!! ที่ผมว่าโหรวารินทร์ทำนายอะไรแล้วจะเป็นตรงข้าม ไม่ใช่ไปดูหมิ่น-ดูแคลนท่าน ต้องเข้าใจว่าโหรวารินทร์นั้น ท่านไม่ใช่โหร คือท่านก็บอกแล้วว่า ไม่ได้เรียนโหราศาสตร์ พยากรณ์ศาสตร์โดยตรง แต่ท่านเป็นร่างที่รอ "องค์ลง" แล้วองค์ที่มาประทับก็จะทำนายทายทักผ่านร่างท่าน ผมเคยฟังที่อาจารย์วารินทร์ให้สัมภาษณ์ทางรายการโทรทัศน์ไว้เป็นอย่างนี้ ฉะนั้น ตารางการลงประทับคงไม่ตรงกับเวลาที่นักข่าวไปถามอาจารย์วารินทร์ทุกครั้งไปหรอก อีกอย่างท่านเคยเป็นครูบาอาจารย์มาก่อน แสดงว่าพอจะรู้ความเป็นไปในบ้านเมืองอยู่บ้าง พอนักข่าวไปถาม ท่านอาจพูดในลักษณะวิพากษ์-วิจารณ์ตามความเห็นส่วนตัวท่านก็ได้ แต่นักข่าวจะจับทุกคำพูดอาจารย์วารินทร์มาเสนอเป็นข่าวในมุม "โหรวารินทร์" ทำนายไปหมด! มันก็เลยเห็นเป็น "แม่น-ไม่แม่น" ไปตามเรื่องตามราว! ก็น่าเห็นใจสังคมไทยอยู่ พูดด้วยวิทยาศาสตร์-มันยาก สู้พูดด้วยไสยศาสตร์ไม่ได้ ง่ายและขลังดี ที่ขลังเพราะ "จิตคนเขลา" เปิดอ้ารับ พร้อมที่จะเชื่อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว! ไม่งั้นจะมีคนไปย้ายศิวลึงค์ ทุบทำลายโบราณสถานที่ "ปราสาทหินพนมรุ้ง" ด้วยความเชื่อผลแห่งอาถรรพณ์มนต์ดำหรอกหรือ? แต่ใครทำอะไรตอนนี้ก็ "เสื่อม" ทั้งนั้นแหละครับ ไม่เชื่อก็ดูถึงขนาดนายสมัครท่าน "ประกาศิตนายกฯ" เปรี้ยงออกไปว่า "จะยอมเสีย (เงินหลวง) ๒,๐๐๐ ล้านบาทซื้อรำคาญ ด้วยการให้ลงประชามติแก้-ไม่แก้รัฐธรรมนูญ" แล้วผลเป็นไง ลูกกรอกสมัครทำท่าจะแท้ง ตรงข้ามกับหมอผีเขมร ..มนต์ดำวิ่งฉิว! ก็ต้องดูว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย "ผู้ขมังเวท" จะเสกข้าวสารซัดสยบมนต์ "หมอผีเขมร" ได้หรือไม่ เพราะลูกกรอกสมัคร กลายเป็นไส้กรอกลูกหมูตัวเดียวไปแล้ว ศึกครั้งนี้เห็นทีจะใช้เวลานานไม่หนี ๔ เดือน. (ไทยโพสต์ 24 พ.ค.51 ) http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=24/May/2551&news_id=158969&cat_id=200 จาก : คนเก็บข่าว - 24/05/2008 19:13 |