เทียนแห่งธรรม เทียนแห่งธรรม

หัวข้อ : เปลวสีเงิน : 'กึ่งศตวรรษ' ตำรวจกับการเมือง
ข้อความ :

นับจากปี พ.ศ.๒๔๗๕ เริ่มระบอบประชาธิปไตย จากวันนั้น ถึงวันนี้ ปี พ.ศ.๒๕๕๑ ก็ ๗๕ ปีเต็ม ผมสังเกตว่า การเดินทางของประชาธิปไตยไทย


จะใช้เวลายุคละ ๒๕ ปีโดยประมาณ เป็น "จุดเปลี่ยน" จาก ๒๔๗๕-๒๕๐๐ ยุคหนึ่ง จาก ๒๕๐๐-๒๕๒๕ ยุคสอง ๒๕๒๕-๒๕๕๐ ยุคสาม ฉะนั้น ขณะนี้กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ "ยุคที่สี่" จาก ๒๕๕๐-๒๕๗๕

ครับ..นี่ไม่เป็นหลักการ-หลักเกณฑ์อะไรหรอก ผมจับเอาเองจากความเป็นไปในบ้านเมืองที่ผ่านมา ๗๕ ปี และข้อสังเกตนี้ ผมเคยคุยกับท่านไปแล้วครั้งหนึ่ง

ที่หยิบมาพูดอีกครั้งเพราะว่า เห็นการใช้อำนาจทางกฎหมายในมือของตำรวจวันนี้แล้ว อดนึกถึงสาเหตุหนึ่งที่เป็น "ชนวนร่วม" นำไปสู่การจบยุคที่หนึ่ง เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๐ ไม่ได้

เดือนกันยายน ๒๕๐๐ ก็..นานมาแล้ว ๕๐ ปี เดือนนั้น คือเดือนจบ "ประชาธิปไตย" ยุคที่หนึ่ง โดยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ถูก "ลูกน้องมือขวา" จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจ!

อืมมม..แล้วนี่ก็อีกไม่กี่เดือน มิถุนา..กรกฎา..สิงหา..ก็จะถึงเดือนกันยา อีกรอบหนึ่ง ถ้าคิดตามทฤษฎีของการผลัดยุคประชาธิปไตยที่ผมโมเมขึ้นเอง

ก็..อยากถึงเดือนกันยาไวๆ..เนอะ!

ที่ไม่ต้องรอถึงกันยา แต่รู้ล่วงหน้าได้วันนี้เลยคือ เดือนนั้น "มีทหาร"

แต่ไม่ใช่ และไม่มี "ปฏิวัติ"!?

ประเด็นที่ผมต้องการพูดถึงวันนี้ ไม่ใช่เรื่องทหาร หรือเรื่องปฏิวัติที่ "ลืม" กันไปได้แล้ว แต่อยากจะพูดเรื่อง "ท่าที" ตำรวจต่อการใช้กฎหมายในฐานะ "เจ้าพนักงาน" ในยุคนี้

ยุคที่มี "พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ" เป็น ผบ.ตร. จากการโปรโมตสู่ตำแหน่งของ "นายกฯ สมัคร" ผู้ประกาศตนเป็น "นอมินีทักษิณ"

รัฐบาลนี้ มีพฤติกรรมแปร่งๆ ให้ผู้คนไม่ไว้วางใจแต่วินาทีแรกแล้วว่า ส่อท่าเข้ามาใช้อำนาจความเป็นรัฐบาล "ช่วยทักษิณ" ในด้านคดีความต่างๆ เพื่อปูทางให้คืนสู่อำนาจการเมืองอีกครั้ง

เข้ามาวันแรกก็ไม่กระมิดกระเมี้ยนกันละ ย้าย "นายสุนัย มโนมัยอุดม" ผู้เอาจริงเอาจังกับคดี "ปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นเอสซี แอสเสท" จน "พ.ต.ท.ทักษิณ" ตกเป็นจำเลยต่อศาลอยู่ขณะนี้ พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคคีพิเศษไปทันทีเลย

แล้วเอา "คนกันเอง" ในเครือข่ายทักษิณขึ้นมาแทน!

ต่อมาก็ย้าย "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส" จาก ผบ.ตร.แล้วป้ายข้อหาฉกาจฉกรรจ์ขึ้นมาสอบสวนทีหลัง เป็นการกำจัด "คนที่ไม่ใช่พวกพ้อง" ออกไปจากวงจรผู้มีกฎหมายเป็นอำนาจ

เพราะใครก็รู้ว่า "ตำรวจเท่านั้นที่มีอำนาจทางกฎหมายเอาคนเข้าคุก-ออกคุกได้"!?

ฉะนั้น ขืนเอาคนที่ไม่ใช่พวก และสั่งไม่ได้ไว้เป็น "นายใหญ่" ฝ่ายตำรวจ ก็จะไม่เป็นผลดีทางด้าน "ใช้ผู้รักษากฎหมาย" ให้เป็นประโยชน์ทางตน และทั้งจะไม่สามารถอาศัยเป็นเครื่องเสริม และแผ่บารมีได้

นั่นก็จะเห็นว่า ๓ เดือนกว่าของการเข้ามาเป็นรัฐบาล ใครว่านายสมัครไม่มีผลงานให้ปรากฏ จงตบปากตัวเอง ๓ ที..ด่วน!

สมัครผลงานเพียบ โดยเฉพาะด้าน "ย้ายตำรวจ" อาศัย ก.ตร.จัดแถวอำนาจผ่านการเปลี่ยนตัวนายตำรวจใหญ่ๆ ไปคุมตามตำแหน่งสำคัญๆ ที่เรียกว่าเป็น "ยุทธศาสตร์พื้นที่"

และไม่เพียงเท่านั้น ญาติ-มิตร-พวก-บริวารใน "ระบอบทักษิณ" ที่กระเด็นออกไปจากสำนักงานตำรวจ ก็ได้รับการโอน-ถ่าย-ย้ายกลับ กันถ้วนหน้า จนขณะนี้ไม่รู้ว่า "สำนักงานตำรวจ" แห่งนี้ ยังเป็น "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ"

หรือสำนักงานตำรวจแห่งใคร เพื่อใครกันแน่!?

ตำรวจนั้น พูดได้ว่าเป็นองค์กรเดียวที่ไม่เคย "เปลี่ยนสี" เครื่องแบบ แต่ประหลาดที่สุด

ทั้งสังคมชาวบ้าน กระทั่งสังคมตำรวจกันเองยอมรับว่า เครื่องแบบ "สีกากี" ของตำรวจนี่ คล้ายกากี ๓ มิติ

คือ "เปลี่ยนสี" ได้ตามแสง!!

เอาละ..เข้าเรื่องเลย ยุค ๒๕๐๐ เรียกว่ากันว่า "ยุคอัศวินเผ่า" คนที่เป็นอธิบดีกรมตำรวจ หรือที่เรียก ผบ.ตร.ขณะนี้ คือ "พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์"

เป็นยุค "อัศวินผยอง" ตำรวจครองประเทศก็ว่าได้!

พล.ต.อ.เผ่า ไม่ใช่อัศวินนะครับ เรียกอัศวิน..มันกระจอกเกินไป พวกลูกน้อง และชาวบ้านต้องเรียกท่านว่า "จอมอัศวิน"

ส่วนพวกนายตำรวจลูกน้องที่เป็น มือฆ่า-มือขน-มือปฏิบัติการต่างๆ มีบรรดาศักดิ์ลดหลั่นเป็น "อัศวินคู่ใจ" เช่น พ.ต.อ.พันธ์ศักดิ์ พ.ต.อ.พุฒ พ.ต.อ.อรรณพ เป็นต้น

"กองปราบปรามสามยอด" นี่เป็นกองที่จอมอัศวินเผ่าตั้งขึ้น เพื่อการใช้ "อำนาจ" ของท่านให้สะดวกขึ้นไปสู่ธุรกิจอำนาจ ด้วยสโลแกน "ภายใต้ดวงอาทิตย์ไม่มีอะไรที่ตำรวจทำไม่ได้"

กรมตำรวจหวิดเป็น "กองทัพตำรวจ" เพียบพร้อมด้วยแสนยานุภาพ เท่า "กองทัพทหาร" อยู่รอมร่อ แต่อย่างว่า กาเหินฟ้า สุดท้ายก็ต้องถลาจิก..หมาเน่า!

บ้านเมืองก่อนการปฏิวัติ กันยา ๒๕๐๐ เต็มไปด้วยความระส่ำ จากการใช้อำนาจไม่ถูกต้องเป็นธรรมจากตำรวจ นอกจากเป็นสมุนการเมืองแล้ว ไม่พอใจใครก็ยัดข้อหา จับกุมตามอำเภอใจ ทั้งรีดไถ คุมซ่อง คุมบ่อน ค้าของเถื่อน รับจ้างฆ่า สารพัดที่จะทำ

ในความทั้งเกลียดตำรวจ ทั้งกลัวตำรวจของประชาชนทุกหย่อมหญ้า เขาเรียกบ้านเมืองขณะนั้นว่า เป็นยุคมืดบ้าง ยุคตำรวจครองเมืองบ้าง ยุคอัศวินทระนงบ้าง

ก็ลูกพี่ใหญ่ "พล.ต.อ.เผ่า" เป็นทั้งอธิบดีกรมตำรวจ รัฐมนตรีมหาดไทย และที่เกรียงไกรก็ในฐานะ "มือซ้าย" ของ "จอมพล ป. พิบูลสงคราม" ผงาดคู่กับมือขวา คือจอมพลสฤษดิ์

ที่ผมยกมาคร่าวๆ นี้ เพียงเทียบให้เห็น "เงาประวัติศาสตร์" ในเส้นทางสิ้นยุคหนึ่ง โดย "ตำรวจ" มีบทบาทร่วมเป็นชนวนแห่งการนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านยุคเท่านั้น

ไม่ได้พูดในทางให้เข้าใจว่า "พล.ต.อ.พัชรวาท" พ.ศ.๒๕๕๑ นี้ ถึงจะได้ดิบ-ได้ดีจากนายกฯ สมัคร แต่ไม่ได้ทำตัวเป็นมือขวา-ซ้ายนายสมัคร และทั้งไม่ได้มีบทบาทเป็นจอมอัศวิน เหมือน "พล.ต.อ.เผ่า" พ.ศ.๒๕๐๐

พล.ต.อ.เผ่า ทำให้ประชาชน "ทนไม่ไหว" ลุกฮือเดินขบวนขับไล่ เป็นชนวนล่มสลาย "รัฐบาลตราไก่" ในที่สุด

แต่ พล.ต.อ.พัชรวาทท่านไม่ได้เป็นอย่างนั้น และถ้าไม่สนองอำนาจการเมืองจนเกินไป คงไม่ทำให้ประชาชนต้องลุกฮือขับไล่..พัชรวาท..ออกไป..เหมือนที่ พล.ต.อ.เผ่าถูกมาแล้วแน่นอน!

แต่พูดเพราะ เห็นพฤติกรรมตำรวจวันนี้แล้ว พล.ต.อ.พัชรวาทจะรู้ หรือรู้ไม่ทันที่ลูกน้องทำก็ไม่ทราบ แต่โปรดทราบ เพราะผมสังเกตว่า

กำลังมีตำรวจบางนายอ้างคำว่า "ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย" แล้วทำอย่างที่พวก "อัศวินคู่ใจ" เขาเคยทำกัน!

ไม่ถึงขั้นคุมทีมไปฆ่าแกงใครหรอกครับ แต่การที่ปล่อยให้ลูกน้อง "ปฏิบัติหน้าที่เคร่งครัด" เฉพาะบางคน บางครั้ง ด้วยการออกหมายจับ ดักจับ คนระดับอธิบดีอย่าง "นายสุนัย มโนมัยอุดม" แค่ด้วยข้อหาหมิ่นประมาททักษิณ

ไม่ต้องใช้วิสัยทัศน์นักบริหารระดับ ผบ.ตร.วินิจฉัยหรอกครับ ใช้แค่สามัญสำนึกก็พอใคร่ครวญได้แล้วว่า การปฏิบัติตามกฎหมายในลักษณะนั้น ตรงไป-ตรงมา

หรือว่า..รับงาน?

แล้วใครแจ้งให้ดำเนินคดีกับนายสุนัย อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ท่านก็ทราบใช่ไหมครับ?

ก็เครือข่าย พ.ต.ท.ทักษิณนั่นแหละ นายสุนัยทำคดีให้ทักษิณต้องตกเป็นจำเลย เขาก็หามุมกฎหมาย มาอาศัยมือตำรวจเล่นนายนายสุนัยบ้าง

แค่นี้..ระดับท่าน ผบ.ตร.พัชรวาท ด้วยจิตวิญญูชนก็มองออกว่า ตำรวจ-ลูกน้องท่าน ทำหน้าที่แบบ มีเบื้องหลังเป็นความ "ตรงไป-ตรงมา" แบบไหน อย่างไร?

ผมเชื่อท่านไม่รู้เห็นอะไรด้วย แต่โปรดทราบเถอะว่า การปฏิบัติหน้าที่แบบนี้ ลูกน้องจะเอาไฟมาเผาเก้าอี้ท่าน!

หรืออย่างที่กองปราบฯ มีคนในกระบวนการคดีทักษิณอีกนั่นแหละ ไปอาศัยมือตำรวจแจ้งความให้ดำเนินคดี คตส.๑๑ ท่าน เขามีสิทธิ์แจ้ง แต่การ "ทำตามกฎหมาย" ถึงขนาดออกหมายจับคณะบุคคลที่กำลังทำหน้าที่ตามกฎหมายด้วยกันอย่างนั้น

ในเชิงนักเลง มองแต้ม มองเหลี่ยม มองคู และมองตากันจะไม่รู้เชียวหรือครับว่า

ที่ตำรวจกำลังทำอย่างนี้ "ทำหน้าที่ตามกฎหมาย" เพื่อความยุติธรรม หรือเพื่อใคร?

หรืออย่างบทบาท-ท่าทีการควบคุมมวลชนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่สะพานมัฆวานฯ ตั้งแต่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เป็นต้นมา ระดับตำรวจผู้ปฏิบัติ..น่ารัก

แต่ระดับนโยบาย-นายพลทั้งหลายซีครับ ผมว่าเลยเส้นแบ่ง "ตำรวจ" ที่ทำหน้าที่ "พิทักษ์สันติราษฎร์" คล้ายยืนแก้ผ้าให้เห็นเป็น "ตำรวจพิทักษ์การเมือง" ไปแล้ว!

ผมไม่ได้ว่าอะไร เพราะผมไม่กล้ากับท่านหรอกครับ แต่บังเอิญผมจำจุดเปลี่ยนบ้านเมืองผ่าน "บทบาทตำรวจ" ในยุค ๒๕๐๐ ได้รางๆ ครั้นมาเห็นบทบาทตำรวจยุค ๒๕๕๑ ขนาดลงทุนพานักข่าวขี่ ฮ.ให้ขึ้นไปดู "ชุมนุมแล้วทำรถติดขนาดไหน?" ผมว่า ช่างเป็นความจริงใจที่ไร้เล่ห์กระไรอย่างนั้น ยุคนี้..ทหารไม่ออกเอง แต่ตำรวจคิดจะ "ออกเอง"..ก็เชิญเลย!

(ไทยโพสต์ 7 มิ.ย. 51)
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&;iDate=7/Jun/2551&news_id=159556&cat_id=200

จาก : คนกู้ชาติ - 07/06/2008 21:42

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
ข้อความ :


รวบรวมข่าวสาร IT โดย ชมรมคนไอที@ทีโอทีภาคกลาง