![]() |
|
หัวข้อ : เปลวสีเงิน : "หมัก-เหลิม" หมดภาวะ "ผู้นำ" ข้อความ :
ชักหมั่นไส้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้าทุกที ไม่รู้มีอะไรดี ถึงมีพวกปากพล่อ ยคอยเป็นแนวร่วมมุมกลับ จุดเชื้อให้ประชาชนร่วมชุมนุมได้ไม่เว้นวัน "หมัก" ที "เหลิม" ที ขยันกระตุ้นต่อมตะเพิดรัฐบาล จนผู้คนเต็มถนนราชดำเนิน เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์แทบทุกคืน "สมัคร สุนทรเวช-เฉลิม อยู่บำรุง" ทั่นทั้งสองลงจากเก้าอี้เถอะครับ เพราะทั่นหม ดภาวะความเป็นผู้นำอย่างสมบูรณ์แล้ว ทั่นหมดท่า ยิ่งกว่าหมานอนหงาย! ภาวะบ้านเมืองปั่นป่วน ข้าวยากหมากแพง ความเป็นผู้นำมีความสำคัญต่อประเทศในลำ ดับต้นๆ แต่ "ทั่นผู้นำ" กลับเหลาะแหละ เช้าพูดอย่าง พอถูกจับได้ไล่ทัน ตกเย็นพูดอีกอย่า ง หาแก่นสารอะไรไม่ได้ ไม่รู้จะพาประเทศไปทิศทางไหน อีกทั้งพฤติกรรมโดยรวมที่แสดงผ่านมาทางสื่อ ชวนให้สงสัยว่าสภาพจิตใจยังปกติดีอยู่หรือ เปล่า ยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้หรือไม่ ดังที่รับรู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง เมื่อสัปดาห์ก่อน นายกฯ สมัคร สุนทรเวช ยืนจ้องผู้สื่อ ข่าวก่อนเข้างานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล นานเป็นนาที ดูท่าทางของท่านซิ ดูนัยน์ตา ดูสีหน้า มันปกติดีหรือ? แล้วไอ้ที่ทั่นประกาศผ่านรายการ "สนทนาประสาของทั่น" บอกว่าเตรียมกำลังทหาร- ตำรวจไว้แล้ว พร้อมที่จะดำเนินกับม็อบพันธมิตรฯ ให้พ้นถนนราชดำเนิน แค่ข้ามวัน แล้วทั่นก็ปฏิเสธว่าไม่ได้พูดว่าจะสลายม็อบสักคำ สุดท้ายเสียรังวัด ทั่นก็เลิกยุ่ง แล้วส่งไม้ให้ "มท.เหลิม" รับไปดำเนินการแทน มันถูกคู่จริงๆ นายกฯ ชื่อ "สมัคร" กับ มท.๑ นามว่า "เฉลิม" ขุนศึกฝั่งธนฯ ขุนพลกรุงเทพฯ เข้ากันยิ่งกว่าผีแห้งกับโลงผุ "มท.เหลิม" รับเรื่องมาปฏิบัติการแทน มันก็ซ้ำรอยเดิม กลายเป็นนักเลงตะโกนด่าอ ยู่ท้ายซอย ไม่กล้าเดินออกมาปากทาง! คำสั่งปากเปล่าของ มท.เหลิม ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เมื่อ "ศุกร์ ๑๓" มิถุนายน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ หยิบปากกาขึ้นมาจด "ข้อกฎหมาย" ที่ไปถ่างตาศึกษา มา แล้วให้นำไปชี้แจงกับประชาชนในพื้นที่ เคเบิลทีวี หรือสถานีโทรทัศน์ระบบบอกรับเอาสัญ ญาณของช่อง ASTV ไปเผยแพร่ต่อนั้น ถือเป็นการทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 85 ฐานโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด ซึ่งผู้ว่าฯ ต้องใช้มาตรการทางการป กครองขอร้องผู้ประกอบการเคเบิลทีวีให้ยุติการออกอากาศ หากขอร้องแล้วไม่ได้รับความร่วมมื อ ผู้ว่าฯ ต้องแจ้งความดำเนินคดี ยังมีการถ่ายถอดคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกประชุมผู้บังคับการตำรวจแต่ละจังหวัดเพื่ อหารือถึงการดำเนินการเรื่องนี้ ว่าปล่อยให้มีการกระทำผิดได้อย่างไร นี่คือคำสั่งที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่า คือการสั่งให้เคเบิลท้องถิ่นทั่วประเทศ ปิดสัญญาณ ASTV ไม่มีทางเข้าใจเป็นอย่างอื่นได้ และ มท.๑ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชื่อในคำสั่ง เ นื่องจากใช้ดีกรีปริญญาเอกทางกฎหมาย ศึกษาข้อกฎหมายมาอย่างถ่องแท้แล้ว แถมยังมีคำขู่ที่ดุเดือดเลือดพล่านว่า "หากเรื่องนี้ผู้ว่าฯ ไม่ทำ ตำรวจไม่ทำ ก็ถือเป็น การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็จะมีความผิด" สำคัญไปกว่านั้น "เฉลิม อยู่บำรุง" ยกความสำเร็จ การปิดเว็บไซต์หมิ่นสถาบันเบื้อง สูง 29 เว็บไซต์ ขึ้นมาสร้างความมั่นใจว่าสิ่งที่ทำไป "ถูกต้องแล้ว" และนายกฯ สมัครเต็มใจใช้บริการกระทรวงมหาดไทย เพราะผลงานปิดเว็บไซต์ดังกล่า ว แล้วผลของการสั่งการด้วยปากเปล่า ก็เป็นไปตามที่มีการคาดหมาย นั่นคือ ผู้ว่าราชกา รจังหวัดหลายจังหวัดรับไปดำเนินการ บังคับ เคเบิลทีวีท้องถิ่นปิดสัญญาณ ASTV และนำม สู่การประท้วงที่หน้าจวนผู้ว่าฯ ในบางจังหวัด นี่คือผลของการสั่งการ และมีการทำให้จอ ASTV มืดจริงๆ ถึง "มท.เหลิม" จะออกมาปฏิเสธในวันรุ่งขึ้นว่า เปล่าสั่งให้ปิดสัญญาณ แค่บอกให้ผู้ ว่าฯ ไปดูว่าถ้ามีคำหยาบ เช่นว่า ด่าโคตรพ่อโคตรแม่คน ด่านายกฯ สมัครไอ้ อี มึง กู จมูกหมูหน้าหมา แล้วค่อยปิดสัญญาณ ช่วงไหนไม่ด่าก็เปิดได้ แต่ความผิดสำเร็จไปแล้วครับทั่น!!! ผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนใหญ่พากันกุลีกุจอ ปฏิบัติตา มคำสั่งของทั่นไปเรียบร้อย อย่างไร้ที่ติ และเชื่อว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดก็เข้าใจเหมือนประชาชนทั่วไป นั่นคือ ทั่นสั่งให้ปิดสัญ ญาณ ASTV ห้ามดูพันธมิตรฯ ปราศรัยด่ารัฐบาล หรือแม้แต่คนในพรรคพลังประชาชนเอง ยังยุยงส่งเสริมให้ "เฉลิม" เดินหน้า ทั้งที่รู้ ว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจในการสั่งปิดสื่อ พ่อคุณคนนั้นคือ "จตุพร พรหมพันธุ์" ออกมาเรียกร้องว่า "เมื่อรัฐมนตรีมหาดไทยเดิ นหน้าก็เดินให้สุดตัว เมื่อตัดสินใจแล้วอย่าถอย เพราะถ้าถอยอีกประชาชนจะขาดความเชื่อมั่น ทันที คิดว่ารัฐบาลเหลาะแหละ ถ้าไม่ทำอย่าตัดสินใจทำ เมื่อลงมือทำแล้วถอยไม่ได้ อย่าง น้อยที่สุดประชาชนเลือกคนมาบริหาร และทำอย่างรับผิดชอบ" คนในพลังประชาชนเองยังต้องการให้ มท.๑ เช็กบิลสื่อ แล้วอย่างนี้จะให้แปลความห มายไปเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร การฟ้องร้องศาลปกครองให้ถอนคำสั่ง มท.๑ ฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไต ย ก็คงดำเนินการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะคำสั่งดังกล่าวยังมีช่องให้ฝ่ายรัฐบาลเล่นลิ้นไป มาได้ แม้ในความเป็นจริง ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากถ่ายทอดสดของ ASTV คนในรัฐบาลสา มารถฟ้องหมิ่นประมาทได้อยู่แล้วหากเห็นว่าสิ่งที่พูดกันบนเวทีพันธมิตรฯ โกหกพกลม ไม่มีมูลควา มจริง แท้จริงแล้ว รัฐบาลต้องการอะไรที่มากไปกว่านั้น นั่นคือหาทางปิด ASTV ให้ได้ เพราะนั่นคือปิดการรับรู้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งของประชาชน ซึ่งเป็นด้านที่รัฐบาลไม่ชอบใจ ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าคนไทยไม่นิยมการอ่าน แต่ชอบดูมากกว่า สื่อทีวีจึงเป็นสื่อที่เข้า ถึงประชาชนมากกว่าสื่อสิ่งพิมพ์ หากมีสื่อทีวีออกมาชำแหละรัฐบาลทุกวัน ย่อมไม่เป็นผลดีต่อรั ฐบาลแน่ และความพยายามปิดกั้นนี่แหละจะทำให้รัฐบาลพังเร็วขึ้น อะไรที่ทำให้รัฐบาลสมัคร อยู่ในสภาวะขลาดกลัว กลัวถูกชำแหละบนถนน แล้วยังกลัวถูกซักฟอกในสภาฯ จึงพยายามปิดช่องทางไม่ให้บุคค ลอื่นเข้าไปตรวจสอบ ลำพังเสียงด่า โคตรพ่อโคตรแม่ ไอ้ อี มึง กู จมูกหมูหน้าหมา ไม่ใช่เรื่องน่าก ลัว เพราะหากมีเสียงด่ามีมากกว่าสาระ ผู้คนก็จะเกลียดชังพันธมิตรฯ แล้วเลิกฟังไปเอง ก ลุ่มพันธมิตรฯ ก็คำนึงถึงเรื่องนี้ และมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและเนื้อหาในการปราศรัยบนเว ที สิ่งที่รัฐบาลกลัว น่าจะกลัวถูกลากไส้มากกว่า โดยเฉพาะ "มท.เหลิม" ที่โดนจนอ่ว ม ว่าด้วยเรื่อง ดีกรีดอกเตอร์ นั้น ทั่นได้แต่ใดมา? และที่หนักหนาสาหัสสุดคือ การวิพากษ์วิจารณ์ระบอบทักษิณ ซึ่งมีเรื่องให้ขุดคุ้ยไม่มีวันจบ สิ้น สิ่งเหล่านี้เองสามารถสร้างความเกลียดชังต่อระบอบทักษิณ ที่เป็นเงินถุงเงินถังของรัฐบา ล ใครที่ได้ดูได้ฟังรายการ "สนทนาประสามัคร" ตอนเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าของร ายการออกปากชม มท.เหลิม ทำถูกต้องแล้ว เพราะถ้าบนเวทีพันธมิตรฯ พูดหยาบ เคเบิ ลทีวีสมควรถูกดำเนินคดี ครับ..ถือว่าเป็นผู้สมคบคิด ปิดหูปิดตาประชาชน เฮงซวย! มันกระ***นกระหือรือ ทำหอกอะไรกัน!!! กลับบ้านซะเถอะทั่น หมดภาวะผู้นำไปนานแล้ว. (ไทยโพสต์ 16 มิ.ย.51) http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=16/Jun/2551&news_id=159930&cat_id=200 จาก : คนเก็บข่าว - 16/06/2008 20:07 |
|
ข้อความ : ใครไม่รู้บุญคุณแผ่นดินเกิดมาเสียชาติเกิดสุนัขจะเกิดกลับชิงสุนัขมาเกิดทั้งคณะรัฐบาลเลย จาก : คนยะลารักประเทศไทย - 17/06/2008 00:01 |
|
ข้อความ : คุณเปลว..ในชีวิตคนเรานั้นเกิดมาผมเชื่อแน่ว่าไม่มีใครอยากทำความชั่วดอกนะ..แต่ก็แปลกบางคนเกิดมาพร้อมโอกาสที่แสนจะสบายมีชีวิตที่แทบไม่ต้องรนต่อสู้กับวิถีชีวิตอันโหดร้ายในโลกที่คนอีกนับล้านฯที่ต้องผจญ..กลับมีชีวิตที่ผันแปรประสบชะตากรรมเหมือนตกนรกทั้งเป็นมีบ้านใหญ่โตราวกับวังก็ไม่ได้อยู่เหมือนไม่มี.มีชีวิตหกระเหินเหมือนคนร่อนเร่พเนจร..ครอบครัวที่เคยอบอุ่นต้องแตกกระสานซ่านเซ็น..มองข้างกายเพื่อหามิตรที่เป็นเพื่อนตายสักคนในยามว้าเหว่..ก็หาแทบไม่ได้ผู้คนที่ห้อมล้อมก็ล้วนแต่มาจ้องทึ้งแทะโลมจ้องเอาแต่ผลประโยชน์เหมือนหมาแย่งกระดูก..หาความจริงใจไม่ได้...มันน่าอนาถนักนะสำหรับวิธีคิดแบบชาวพุทธอย่างเราที่เชื่อในกฏแห่งกรรม....ช่างเป็นตัวอย่างที่นำมาสอนบุตรหลานได้อย่างคลาสสิคทีเดียว....คนเรามักจะแพ้ภัยตัวเองผมไม่เชื่อว่าคนอื่นจะทำลายตัวเราได้เหมือนตัวเราเอง..ความโลภและการขาดสติเสมือนความร้อนของเปลวเทียนที่เผาไหม้ตัวมันเองและไม่สามารถควบคุมทิศทางความร้อนในตัวมันเองได้.....การคบคนชั่วเป็นมิตรเหมือนการสร้างศัตรูรอบด้านที่ไม่อาจจะปฏิเสธความรับผิดชอบในมุมมองของสังคมได้....ยามคับขันสิ่งสำคัญคือสติเห็นซากหมาเน่าลอยมานึกว่าขอนไม้รีบฉวยคว้ามากอด..ไม่ต่างกับทักษิณในยามนี้....ผมชื่นชมในความฉลาดแต่เสียดายเขาขาดความเฉลียว...ไม่น่าเชื่อว่าจะตกม้าตายง่ายฯ..มีสติสักนิดตั้งหลักกวาดเศษสวะข้างกลายออกไปบ้าง...ให้โอกาสสิ่งดีฯเข้ามาเผือ่ชีวิตบั้นปลายลมหายใจสุดท้ายจะประสบกับแสงสว่างบ้าง...อย่างน้อยฯรู้จักบริกรรมพุทโธ..พุทโธ....พุทโธ..เป็นก็ยังดี....ใช่มั้ยคุณเปลว//////// จาก : เด็กวัด - 17/06/2008 07:53 |