เทียนแห่งธรรม เทียนแห่งธรรม

หัวข้อ : เปลวสีเงิน : ๘ กรกฎา.วันชี้ชะตา"สมัคร-นพดล"
ข้อความ :

เปลวสีเงิน
คนปลายซอย
7 กรกฎาคม 2551 กองบรรณาธิการ

...................................................................................................


ผมเห็นพี่น้องทางภาคอีสาน โดยเฉพาะที่อำเภอกันทรลักษ์ ศรีสะเกษ อันเป็นที่ตั้ง "ปราสาทพระวิหาร" เขาแสดงความ รัก-หวงแหน ในปราสาทพระวิหารแล้วก็ตื้นตันใจ อาจพูดได้ว่า ศูนย์กลางติดตามผลขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกขณะนี้ จะอยู่ที่ "ศรีสะเกษ-แคนาดา" ด้วยซ้ำ เพราะพี่น้องอีสาน "ตื่นตัว" ไปรวมใจกันอยู่ที่นั่นหมดแล้ว

วันนี้-วันที่ ๗ กรกฎาคม ก็ประมาณพรุ่งนี้ ๘ กรกฎาคม ในบ้านเราก็จะรู้แล้วหละว่า ที่นายนพดล ปัทมะ คนตามองไปทาง ปากพูดไปทาง ด้วยประโยคว่า

"ผมยืนยันจะไปคัดค้านเพื่อให้คณะกรรมการมรดกโลกเลื่อนการพิจารณาการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกออกไปก่อน" นั้น

ทำได้จริงอย่างที่ปากพูด หรือสถานการณ์จะกลับกลายอย่างที่ "ออกตัว" ไว้ล่วงหน้าว่า

"แต่ก็ไม่สามารถรับประกันการพิจารณาของคณะกรรมการได้ เพราะขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการมรดกโลก ผมไม่มั่นใจเพราะได้รับรายงานมาว่า กัมพูชาได้มีความพยายามที่จะขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกให้ได้ และได้มีการไปล็อบบี้กับคณะกรรมการมรดกโลกทั้ง ๒๑ ประเทศไว้เรียบร้อยแล้ว"

ก็อยากจะแทรกความเห็นไว้ตรงนี้เลย "มนุษย์ลักษณะพรรค์นี้ ไว้ใจอะไรไม่ได้เลยจริงๆ" ดูเขาพูดเป็นนัยยอกย้อน ไม่สมกับคนเป็น "รัฐมนตรีไทย" ที่ถึงพร้อมด้วยจิตวิญญาณเพื่อไทย

ออกตัว-ไปเพื่อเสีย มากกว่าไป-เพื่อพิทักษ์ประโยชน์แผ่นดินพ่อ-แผ่นดินแม่!?

พูดออกมาได้ไง "ไม่มั่นใจ" เพราะทราบข่าวกัมพูชาล็อบบี้คณะกรรมการฯ ทั้ง ๒๑ ประเทศไว้เรียบร้อยแล้ว

ไม่มั่นใจ เพราะ "สมัคร" ให้ "นพดล" ไปเซ็นอะไรไว้พร้อมหน้า ๓ ฝ่าย คือ ไทย-ยูเนสโก-กัมพูชา ที่ฝรั่งเศส เมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ก่อนจะมาตั้งแท่นออกมติ ครม. ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ เป็นการเซ็นสลักหลังเช็คย้อนหลัง นั่นละมากกว่า!

นายนพดล ในฐานะตัวแทนประเทศไทย คุณพูดในเชิงดูหมิ่น-ดูแคลน และหยามในศักดิ์ศรีความเป็นตัวแทนประเทศของคณะกรรมการ ๒๑ ประเทศได้อย่างไรว่า

"ถูกกัมพูชาล็อบบี้ไว้เรียบร้อยแล้ว"?

นับว่าไร้มรรยาท และไร้คุณสมบัติของบุคคลคุณภาพที่จะมาอยู่ในฐานะ "ตัวแทนประเทศ" ด้วยตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยเสียจริงๆ

และในอีกด้าน ถ้าไทยจะเสียสิทธิเหนือปราสาทพระวิหารครั้งนี้ด้วยน้ำหนักจากการล็อบบี้ ถามทั้งข้าราชการระดับสูงในกระทรวง และทั้งตัวรัฐมนตรีจริงๆ ว่า "ไร้เดียงสาต่อเวทีโลก ปล่อยให้เขาทำอย่างนั้นโดยไม่ปกป้อง แล้วมานั่งลอยหน้ากันอยู่ทำไมให้เปลืองข้าวสุก..หือ?"

ผมดีใจแทนคนกัมพูชา เพราะมี "รัฐบาลไทย" อันมีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ผู้มีพฤติกรรมประหนึ่งว่า "เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์กัมพูชา" ทำหน้าที่แข็งขันยิ่งอยู่ในรัฐบาลไทย!?

ส่วนทหาร นั้น ความจริงเรื่องชายแดน โดยเฉพาะเรื่องแผนที่ จะสังเกตเห็นว่า นับตั้งแต่มีข้อสงสัยเป็นปัญหาเรื่องที่ดินทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชาบริเวณรอบๆ ปราสาทพระวิหาร

หลังจากที่นายนพดลตวาดให้ "ทหารหุบปาก" จนบัดป่านนี้ ทหารยังเคร่งครัดในคำสั่ง ขาตะไกรแข็ง พูดอะไร-ทำอะไร ในสิทธิ-ในกรอบหน้าที่ไม่ได้เลย

เรียกว่าทหารยุค "พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา" เป็น ผบ.ทบ.เขาบำเพ็ญตบะจนบรรลุถึงขั้นเป็น "พรหมลูกฟัก" ไปเรียบร้อยแล้ว

คือ กินแล้วก็นอนกลิ้งอึดทึ่ด ไม่เอาเรื่อง-เอาราวอะไรกะใคร "ทุกเรื่อง-ทุกราว" กระทั่งเรื่องแผ่นดินในเขตแดนไทย ท่านก็ยัง "พูดอะไรไม่ได้" เดี๋ยวจะเสียความเป็นกลางระหว่าง ไทย-กัมพูชา

เออออ..ก็อยากรู้เหมือนกัน หัว-ท้ายของคำว่า "ไทย-กัมพูชา" นั้น

"ตรงกลาง" นั่นน่ะ..มันมีผลประโยชน์ "ของใคร" เป็นไส้ที่ต้องเกรงอก-เกรงใจอยู่หรือเปล่า?

ครับ..ฟังนายนพดลกระดกลิ้นก่อนไปแล้ว "คนไทยใจแป้ว" เพราะคำพูดออกไปทางแนว "เสร็จกัมพูชา" เขาละมากกว่า แต่เมื่อมาฟังทาง "นายปองพล อดิเรกสาร" ก็ค่อยใจชื้น พอจะมีความหวังได้บ้าง

คือนายปองพลบอกว่า "คำสั่งศาลปกครองกลาง" ที่ไม่ให้นำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาไปใช้นั้น คณะกรรมการมรดกโลกทั้ง ๒๑ ประเทศได้รับแล้ว แต่นายปองพลก็บอกว่า..

คงไม่มีผลอะไรทางเทคนิค!!

เอ๊ะ..๒๑ ประเทศนี่ ผมเคยบอกไปแล้วหรือยังนะว่ามีอะไรบ้าง ก็มีดังนี้ครับ ออสเตรเลีย, บาห์เรน, บาร์เบโดส, บราซิล, แคนาดา, จีน, คิวบา, อียิปต์, อิสราเอล, จอร์แดน, เคนยา, มาดากัสการ์, มอริเซียส, โมร็อกโก, ไนจีเรีย, เปรู, เกาหลีใต้, สเปน, สวีเดน, ตูนิเซีย และสหรัฐอเมริกา

นายปองพลบอกว่า ทางสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่ศึกษาวิจัย เสนอแนะสถานที่จัดขั้นทะเบียนมรดกโลก ได้เสนอเอกสารต่อ ๒๑ คณะกรรมการฯ แล้ว

"กัมพูชาเสนอเข้ามา ๓ ข้อ ในการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร แต่ผ่านการพิจารณาได้ข้อเดียว คือเรื่องหลักฐานการแสดงอัจฉริยภาพในเชิงสร้างสรรค์ ส่วนอีก ๒ ข้อตกไป เพราะขอขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทพระวิหาร ไม่รวมภูมิทัศน์ ไม่เอาโบราณสถานในเขตไทยมารวมด้วย ก็ถือว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์"

นั่นก็คือทาง "สภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ" เขาต้องการให้ "ไทย-กัมพูชา" เสนอปราสาทพระวิหารร่วมกัน เหมือนกับในอีกหลายๆ ประเทศที่เสนอร่วมกัน นอกจากเป็นการขจัดความขัดแย้งระหว่างประเทศแล้ว

ยังเพ่งเล็งถึงศักยภาพในการนำพื้นที่-ภูมิทัศน์รอบๆ บริเวณนั้น มาพัฒนาเพื่อความเป็น "มรดกโลก" ที่สมบูรณ์ทั้งโบราณสถาน ภูมิทัศน์ และศานติมนุษยชาติ อันอยู่เหนือผลประโยชน์และการเมืองจริงๆ

แต่เรื่องนี้ จะออกหัว-ออกก้อย จะออกทางนายนพดล หรือออกทางนายปองพลนั้น "นายธฤต จรุงวัฒน์" อธิบดีกรมสารนิเทศบอกว่า

"คาดว่าจะทราบผลการพิจารณาคณะกรรมการมรดกโลกในวันที่ ๘ กรกฎาคมนี้ ตามเวลาประเทศไทย"

ก็ให้พี่น้องทางภาคอีสาน โดยเฉพาะที่อำเภอกันทรลักษ์ที่ใจจด-ใจจ่ออยู่กับเรื่องนี้ทราบกำหนดวันเอาไว้ ส่วนเวลาไหนผลจะออกมานั้น ก็ลุ้นไปด้วยกันนี่แหละครับ

พี่น้องทางอีสานคงสงสัยนะครับว่า "เอ๊ะ..ส.ส.พรรคพลังประชาชน-คนอีสานเกือบทั้งพรรคนั่นน่ะ หายหัวไปทางไหนกันหมด ไม่รู้สึกทุกข์ร้อนกับเรื่องที่เขมรจะเอาปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกฝ่ายเดียวบ้างหรือ?"

คนอีสานที่เลือก ส.ส. "พลังประชาชน" ทุกข์ใจ ด้วยรักสิทธิ์ในสมบัติแผ่นดิน

แต่พรรคพลังประชาชน ในฐานะพรรครัฐบาล กลับมีการกระทำที่พยายามยกสิทธิ์เหนือปราสาทพระวิหารให้เขมรหน้าตาเฉย!?

คิดแล้วก็แปลกดีเหมือนกัน คนอีสานคงพอจะเข้าใจแล้วว่า "อะไร-เป็นอะไร" และยิ่งเขารู้ว่า มี "ใครบางคน" และกลุ่มทุนต่างชาติบางกลุ่ม เข้าไปร่วมมือกับผู้มีอำนาจในกัมพูชา

มีแผนรุกคืบเข้าไปเนรมิตพื้นที่บริเวณเชิงล่างปราสาทพระวิหารด้านกัมพูชา พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งคอมเพล็กซ์ กาสิโน แถมมีกระเช้าลอยฟ้าเหาะขึ้นไป-ลงมา ถ้าได้จดทะเบียนเป็นมรดกโลก ก็เท่ากับได้สิทธิเหนือที่ดินทับซ้อนชั้นบนไปกรายๆ ด้วย

ตานี้แหละ..จะมีกลุ่มทุนร่ำรวยกับ "มรดกโลก" แห่งนี้ชนิดที่ "มองไม่เห็น" วันนี้ แต่พรุ่งนี้..จะได้เห็นแน่!

ไม่ต้องดูอื่นไกล ที่ดินทับซ้อนในเขตไทย ปกติต้องเป็นปล่อยเป็นพื้นที่ว่าง ไม่ว่าไทยหรือกัมพูชา ใครก็จะเข้าไปทำอะไรไม่ได้ แต่นี่..ยังปล่อยให้เขมรรุกเข้ามาตั้งบ้านเรือน ทำมาค้าขายเป็นแรมปี

ไม่เห็นมีใครเดือดร้อน รัฐบาลก็เฉย ทหารก็เฉย ฝ่ายปกครองท้องที่ก็เฉย จนขณะนี้ ก็ไม่มีปัญญาไปผลักดันให้เขากลับเข้าไป ก็ใช้ตรรกะนี้คิดเปรียบ ถ้ากัมพูชาได้จดทะเบียนฝ่ายเดียวเมื่อไหร่

พื้นที่ทับซ้อนไม่เสร็จเขมรเพราะ "การวางเฉย" ของฝ่ายไทยหมดไปรึ?

เราจะสังเกตเห็นว่า ในเรื่องผลประโยชน์คาบเกี่ยวระหว่างประเทศ รัฐบาลกัมพูชา โดยกระทรวงต่างประเทศของเขา "ไม่ขี้เกียจ" ที่จะทำการบ้าน และหาคะแนนเสียงต่อชาวโลก "เพื่อชนะ" อยู่ตลอดเวลา

ตรงข้ามกับไทย ขนาดแย้งต่อ "ศาลโลก" ยื้อสิทธิ์เหนือปราสาทพระวิหารไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ ไม่ต้องอ้างจากเอกสารทางราชการไทยหรอก อ้างเอาจาก "ข่าวรอยเตอร์" เลยก็ได้

เมื่อ ๑๕ มิ.ย.๐๕ ศาลโลกตัดสินแล้ว รอยเตอร์ก็รายงานข่าวไปทั่วโลก ตอนท้ายข่าวเขารายงานไว้ว่า

"...คำพิพากษาของศาลโลกนี้ถือเป็นที่สุด ไม่มีอุทธรณ์ แต่อาจมีการพิจารณาใหม่ได้ ถ้าหากปรากฏข้อเท็จจริงอื่นอันสำคัญ ซึ่งศาลไม่รู้มาก่อน"

นายกฯ ที่ใจคิดแต่จะยกให้เขา ก็ดีแต่เอาตัวเลข ๔๖ ปีมาอ้างในด้านที่ยอมแพ้ จะยกให้เขมรท่าเดียว ในฐานะผู้นำ ทำไมไม่เอาตัวเลข ๔๖ ปีมาคิดในมุมกลับบ้างล่ะว่า

"มัวไปตายโหง-ตายห่ะ อยู่ที่ไหนกันหมด ไม่คิดจะขวนขวาย ตั้งทีม-ตั้งคณะศึกษา ค้นคว้า รวบรวม 'ข้อเท็จจริงอื่นใดซึ่งศาลโลกไม่รู้มาก่อน' เพื่อไปยื่นให้เขาได้รู้ใหม่ เพื่อพิจารณาใหม่บ้างล่ะ?!"

ดีแต่จะนอนกินบ้าน-กินเมืองกันเท่านั้นแหละ!

แต่ผมดูตำแหน่งดาวช่วงวันที่ ๘ กรกฎาคมแล้ว "ได้นอก-เสียใน" อะไรประมาณนั้น คืออุ่นใจได้ว่า อาจไม่เสียสิทธิ์เหนือปราสาทพระวิหารให้กัมพูชาไปฝ่ายเดียว แต่นั่นก็ต้อง "เสียใน" อาจมีเหตุให้ต้องวุ่นวายกันไปบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าผลออกมาว่า "กัมพูชาได้จดทะเบียนฝ่ายเดียว" อย่างนั้นจริงๆ ละก็..มึงเอ๊ย..กลับถึงสนามบินวันไหนเป็นได้..น่าดูละ..มึ้ง!?


จาก : คนเก็บข่าว - 07/07/2008 08:25

ข้อความ : เรื่องเขาพระวิหาร ชาวอีสานทุกคน จะต้องปกป้องแผ่นดีน เราควรต่อต้านการขึ้นมรดกโลก
โดยการทำให้เกิดความขัดแย้งที่ชายแดนเขาพระวิหาร เช่นการลอบยิงชาวเขมรที่รุกล้ำเข้ามาใน
ดินแดน หรือเผาบ้านของเขมรที่รุกล้ำให้เหตุบานปลายเพื่อให้กรรมการมรดกโลกตัดสินเลื่อนหรือ
ยกเลิกการขึ้นมรดกโลกเพราะมีความขัดแย้งรุนแรง ให้เหตุการณ์นี้รับรุ้ไปถึงกรรมการก่อนการมี
การลงมติของกรรมการ ช่วยผ่านข้อความนี้ต่อๆไปด้วย

จาก : พี่น้องอีสาน - 07/07/2008 20:20

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
ข้อความ :


รวบรวมข่าวสาร IT โดย ชมรมคนไอที@ทีโอทีภาคกลาง
TheRyo's GYM Bodybuilding and Fitness Guide