![]() |
|
หัวข้อ : สนทนาประสาวิทยุยานเกราะ สงครามโฆษณาชวนเชื่อ 2551 ข้อความ :
บทบรรณาธิการ สนทนาประสาวิทยุยานเกราะ สงครามโฆษณาชวนเชื่อ 2551 21 กรกฎาคม 2551 กองบรรณาธิการ ................................................................................................ อีกครั้งที่รายการสนทนาประสา (ปัญหา) สมัคร จุดประเด็นให้มีความแตกแยกในสังค มอย่างกว้างขวาง ในฐานะผู้ปกครองประเทศ นายสมัคร สุนทรเวช วางตัวเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนในชาติของตนเองคือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีประชาชนในชาติเป็นเครือข่ายกว้างขวางมากขึ้นไปทุกขณะ ท่าทีเช่นนี้จึงมิอาจจบลงด้วยการ รอมชอมทางการเมืองได้ ซึ่งแตกต่างกับความขัดแย้งกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังสามารถหาข้อ ยุติของปัญหาในสภาผู้แทนราษฎร แต่ความขัดแย้งกับประชาชนกลุ่มใหญ่ รัฐสภามิอาจใช้เป็นที่ แก้ปัญหาที่ล้นทะลักออกมาบนท้องถนน ด้วยบุคลิกชอบท้าทายฝ่ายตรงข้ามของนายสมัคร สุนทรเวช ยิ่งโหมแรงไฟให้ความขัดแย้ง กระพือไปเร็วขึ้น ยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง การประกาศว่า จัดรายการสนทนาปัญหาสมัครสัปดาห์ละ ครั้งไม่ทันกินเสียแล้ว จำต้องออกชี้แจงทางสถานีโทรทัศน์ NBT ทุกวันเวลา 4 ทุ่ม เพื่อ ตอบโต้ ASTV ทุกเม็ดทุกถ้อยคำอย่างทันควันเพื่อชิงมวลชน กลับเป็นแนวคิดที่ไม่ต่างจากที่เคย ใช้ก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ที่มีการใช้วิทยุยานเกราะปลุกระดมให้ประชาชนฆ่ากัน และผลลัพธ์ออกมาอย่างที่เราเห็นในอดีต มีนักศักษา ประชาชนล้มตายนับสิบนับร้อย ที่เหลือ ก็ซมซานหนีเข้าป่าไปพึ่งลัทธิคอมมิวนิสต์ นับจากวันจันทร์เป็นต้นไปการตอบโต้ทางสถานีโทรทัศน์จะเปิดฉากขึ้นอย่างเข้มข้น จะเรียก ได้ว่าเป็นสงครามโฆษณาชวนเชื่อก็ว่าได้ แต่มิใช่สงครามข้อมูลข่าวสารแน่นอน โดยเฉพาะฝ่าย รัฐบาลจะไม่ให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับประชาชน แต่จะเป็นข้อแก้ตัวและการทำลายความน่าเชื่อถือ ฝ่ายตรงข้ามทุกกลุ่มมิใช่เฉพาะกลุ่มพันธมิตรฯ เท่านั้น หากจะดูหนังตัวอย่างจะพบว่า กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่นายสมัคร สุนทรเวช หยิบยกมาโจมตี 2-3 สัปดาห์ติดๆ นั้น เป็นการ ดิสเครดิต ป.ป.ช. นั่นเท่ากับว่านับจากนี้เป็นต้นไป สิ่งที่ ป.ป.ช.วินิจฉัยอออกมาจะไม่ได้ รับการยอมรับจากรัฐบาลสมัครอีกต่อไป แล้วลองย้อนกลับไปดูว่าเรื่องที่ค้างอยู่ใน ป.ป.ช.นั้น ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลนี้มีน้อยมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นการจับการทุจริตคอรัปชั่นในรัฐบาลทักษิณแทบทั้งสิ้น และเกือบทั้งหมดถูกโอนจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และหากย้อนไปดูปฐมบทของการเกิด ป.ป.ช.ชุดนี้ แม้จะแต่งตั้งขึ้นภายใต้การปกครอง ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่มีที่มาที่ไม่ขี้ริ้วเหร่เหมือนการแต่งตั้ง "ครม.หมัก" เพราะ ป.ป.ช. ชุดนี้มาจากการเลือกกันเองของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาภายใต้ "ตุลาการภิวัตน์" และที่มาของ ตุลาการภิวัตน์ นายสมัคร สุนทรเวช ผู้ประกาศตัวว่ามีความจงจักภักดีไม่น้อยกว่าใครในประเทศนี้ ก็รู้ว่ามีความเป็นมาเช่นไร กลับมีความพยายามบิดเบือนไปถึงขั้นมีการยึดพระราชอำนาจ ไปพร้อมๆ กับยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณ นี่คือตัวอย่างของสงครามโฆษณาชวนเชื่อ ที่ประ ชาชนต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อแยกน้ำแยกกาก สิ่งไหนเท็จอันไหนจริง ความจริงสิ่งที่นายสมัคร สุนทรเวช มองว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เป็นกับดักก็มีส่วนถูก อยู่ไม่น้อย เป็นกับดักไม่ให้ระบอบทักษิณกลับฟื้นคืนชีพมาได้อีก แต่หากจะมองให้ลึกลงไปกว่านั้น ระบอบทักษิณคือตัวแทนของระบอบที่นักการเมืองรวมหัวโกงกินกันจนแทบจะสิ้นชาติ การวางกับ ดับระบอบการปกครองแบบนี้จึงมิใช่เรื่องแปลกอะไร แม้แต่วุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหา ซึ่งถือเป็นช่องโหว่ให้รัฐธรรมนูญถูกโจมตีว่าไม่เป็น ประชาธิปไตย เป็นอีกสิ่งที่นายสมัคร สุนทรเวช พูดถูกว่า คมช.ตั้งคนของตัวเองเข้าไปทำหน้า ที่ขัดแข้งขัดขารัฐบาล และเมื่อพิจารณาดู แม้จะพบว่า ส.ว.สรรหาทำหน้าที่ได้ดีกว่า ส.ว.ที่ได้รับเลือกตั้งจำนวนมาก ซึ่งจำนวนไม่น้อยมีสายสัมพันธ์อันดีกับอำนาจเก่า แต่ก็ใช่เรื่อง น่ายินดี เพราะคำว่าผู้แทนปวงชนชาวไทยต้องมาก่อนตัวแทนอำนาจ แม้ประชาชนจะยังเลือกผิด เลือกถูก แต่อย่างน้อยหากเกิดข้อผิดพลาด ประชาชนได้เรียนรู้ว่าตนเองต้องรับผิดชอบต่ออนา คตของชาติอย่างไร ในทางกลับกัน การที่นายสมัคร สุนทรเวช ฉวยโอกาสเป่าหูประชาชนให้เชื่อในตัวผู้นำ ให้เชื่อว่าคนอย่าง "สมัคร สุนทรเวช" สามารถบริหารประเทศได้ พารัฐนาวานี้ไปตลอด รอดฝั่งได้ โดยไม่ลงมือปฏิบัติในฐานะ "ผู้นำประเทศ" กลับใช้สื่อของรัฐยุยงให้เกิดความขัด แย้งในชาติ ให้ประชาชนแบ่งแยกเป็นสองฝักสองฝ่าย ตั้งหน้าตั้งตาดิสเครดิตองค์กรตรวจสอบต่างๆ ให้ย่อยยับ แทนที่จะทำให้ประเทศสงบสุข กลับจะจุดชนวนความขัดแย้งให้บานปลายยิ่ง ขึ้น เราเคยเห็นเหตุการณ์ 6 ตุลามาแล้ว แต่นั่นแค่ความขัดแย้งที่จำกัดขอบเขต หากจะ เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวอีกครั้งใน พ.ศ.2551 ความขัดแย้งจะบานปลายไปทั่วประเทศ อย่างที่กำลังทยอยเกิดขึ้นประปรายในช่วงนี้ ถึงเวลานั้นต่อให้นายสมัคร สุนทรเวช มีปีกก็หนี ความรับผิดชอบไม่พ้น! เพราะนี่ไม่ใช่ 6 ตุลา 19 ที่จะลอยหน้าลอยตาอยู่ได้. จาก : คนเก็บข่าว - 21/07/2008 10:00 |