
|
หัวข้อ : ข้อมูลวัฒนธรรมไทยในหลักการ ข้อความ : ข้อควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติในวัฒนธรรมไทย : THE DOS AND DONTS ACCORDING TO THAI CULTURE เทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบันทำให้การติดต่อสัมพันธ์ระหว่างประชากรโลก เป็นไปด้วยความรวดเร็ว โอกาสติดต่อกับกลุ่มคนที่อยู่ในความเชื่อ หรือวัฒนธรรมที่แตกต่างจากตนเกิดขึ้นได้ง่ายจนแทบไม่ทันรู้ตัว(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) เทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบันทำให้การติดต่อสัมพันธ์ระหว่างประชากรโลก เป็นไปด้วยความรวดเร็ว โอกาสติดต่อกับกลุ่มคนที่อยู่ในความเชื่อ หรือวัฒนธรรมที่แตกต่างจากตนเกิดขึ้นได้ง่ายจนแทบไม่ทันรู้ตัว ดังนั้นหากคนมีความรู้ ในวัฒนธรรมที่แตกต่างก็จะนำไปสู่ความเข้าใจกันมากขึ้นและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ กระทรวงวัฒนธรรมจึงจัดทำข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยเพื่อประโยชน์แก่ผู้สนใจ ศาสนา ๑. เมื่อไปวัดในพุทธศาสนาควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย อนุญาตให้สวมรองเท้าเดินรอบอุโบสถ/โบสถ์ แต่ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าอุโบสถ/โบสถ์ และบริเวณที่มีป้ายบอกแสดงไว้ ๒. ในกรณีของศาสนาอื่น ให้ปฏิบัติตามประเพณีปฏิบัติของศาสนานั้น ๆ ๓. มีกฎข้อห้ามของสงฆ์มิให้สัมผัสกับสตรี ดังนั้น สตรีไม่ควรอยู่แนบชิดพระสงฆ์หรือมีการสัมผัสใด ๆ หากต้องรับสิ่งของใดจากพระสงฆ์ ควรรอให้พระสงฆ์วางของสิ่งนั้นก่อนแล้วจึงหยิบของสิ่งนั้น และเมื่อต้องการถวายสิ่งของแด่พระสงฆ์ ให้วางลงบนผ้าที่พระสงฆ์วางแผ่ไว้ให้ ๔. การปีนป่าย นั่ง หรือพิงพระพุทธรูปไม่ว่าจะองค์ใหญ่หรือเล็ก ชำรุดหรือไม่ องค์จริงหรือองค์จำลอง ถือว่าเป็นการกระทำที่แสดงถึงความไม่เคารพวัตถุทางศาสนา หากต้องการถ่ายรูปกับพระพุทธรูปใด ๆ ควรอยู่ในกริยาที่สงบและให้ความเคารพต่อพระพุทธรูป ๕. การวางพระพุทธรูปควรวางไว้ในที่เหมาะสม โดยปกติชาวไทยนิยมตั้งพระพุทธรูปไว้บนที่สูง การตั้งหรือวางพระพุทธรูปไว้กับพื้นห้อง เชิงบันได ใต้โต๊ะ ใต้เตียง ใต้เก้าอี้ ในห้องน้ำ หรือพื้นสนามเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะถือว่าเป็นการไม่ให้ความเคารพ ๖. การจำหน่ายพระพุทธรูปมีเจตนาเพื่อให้บุคคลนำไปสักการบูชา มิใช่เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด เพราะพระพุทธรูปถือเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า นอกจากนี้การใช้พระพุทธรูปเป็นเครื่องหมายการค้า เช่น ขนม เครื่องดื่ม เครื่องดองของเมา เครื่องเล่น หรือมีภาพพระพุทธรูปไปประทับ ปรากฎอยู่กับวัตถุที่เป็นของใช้สอยทั่วไปในชีวิตประจำวันของบุคคลเช่น รองเท้า ถุงเท้า ชุดว่ายน้ำ ชุดชั้นใน เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ๗. พระพุทธรูปเป็นสิ่งเคารพสูงสุดอย่างหนึ่ง จัดสร้างเพื่อสักการบูชา ประเทศไทยจึงมีกฎหมายหลายฉบับที่ให้ความคุ้มครองพระพุทธรูป เช่นการนำพระพุทธรูปออกนอกประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนระวางโทษตามกฎหมายกำหนด ๘. การกระทำการใด ๆ แก่สิ่งที่เคารพ นับถือ หรือสถานที่อันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๖ ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๑ ๗ ปี ๙. การก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในที่ประชุมศาสนิกชนเวลาประชุมกัน นมัสการ หรือกระทำพิธีกรรมตามศาสนาใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๗ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี ๑๐. การแต่งกายและแสดงตนเป็นนักบวชในศาสนาต่าง ๆ โดยมิชอบเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๘ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี พระมหากษัตริย์ ๑. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสักการะ การละเมิดใด ๆ ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลังถือเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ ๒. การแสดงความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่พึงปฏิบัติ ๓. การยืนถวายความเคารพระหว่างเพลงบรรเลงสรรเสริญพระบารมีเป็นสิ่งที่พึงปฏิบัติ ๔. เมื่อเข้าไปในเขตพระราชฐานควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ห้ามมิให้สวมเสื้อไม่มีแขน กางเกงขาสั้น หรือรองเท้าแตะ ขนบธรรมเนียมประเพณีของสังคม ๑. ชาวไทยทักทายกันและกันโดยการไหว้ ๒. ชาวไทยถือว่าศีรษะเป็นของสูงจึงไม่ควรแตะต้องศีรษะของผู้ใด หากบังเอิญพลาดไปแตะศีรษะของผู้ใด ควรกล่าวคำขอโทษโดยเร็ว ๓. ชาวไทยถือว่าเท้าเป็นของต่ำจึงไม่ควรยกเท้าพาดบนโต๊ะ เก้าอี้ หรือใช้เท้าชี้คนหรือสิ่งของใดๆ ๔. การแสดงความรู้สึกทางเพศอย่างเปิดเผยในที่สาธารณะ ถือเป็นสิ่งที่จะไม่ได้รับการยอมรับในวัฒนธรรมไทย ๕. การแสดงธงชาติไทยไว้ที่สิ่งบรรจุ หีบห่อ หรือสินค้าใด ๆ ที่มิได้มีลักษณะเป็นการเหยียดหยามให้ทำได้โดยสมควรเฉพาะ ๑) เป็นการกระทำโดยหน่วยงานของรัฐ ๒) เป็นการกระทำทางการพาณิชย์โดยได้รับความเห็นชอบจากราชการอย่างถูกต้องแล้วตามกฎหมายเรื่องธงชาติ ๖. การละเล่นในเทศกาลสงกรานต์หรือเทศกาลประเพณีต่าง ๆ ของไทยควรกระทำเพื่อสืบทอดธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีงามและแสดงออกถึงความปรารถนาดีและเจตนาบริสุทธิ์ เช่นควรใช้น้ำสะอาด และภาชนะบรรจุที่เหมาะสมในประเพณีสงกรานต์ และไม่ควรเล่นน้ำสงกรานต์กับผู้ที่แสดงให้เห็นว่าไม่มีความประสงค์จะเล่น เป็นต้น คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยในการสัมมนาวิชาการเรื่อง e-Culture ในการดำเนินงานด้าน e-Culture จึงเห็นว่าควรนำหลักการ ๔ เอ มายึดปฏิบัติ ซึ่ง ๔ เอ ดังกล่าว ประกอบด้วย Availability หรือ การมีอยู่ของข้อมูล เพื่อให้เกิดความพร้อมในการนำไปใช้ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าข้อมูลด้านวัฒนธรรมที่มีอยู่บางส่วนยังขาดการบูรณาการเพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลอย่างแท้จริง ซึ่งคงต้องอาศัยสถาบันการศึกษาเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาฐานข้อมูล Accessibility หรือ การเข้าถึงข้อมูลได้อย่างกว้างขวาง เพื่อให้เกิดการเข้าถึง โดยจะต้องจัดระบบข้อมูลให้สะดวกและง่ายแก่ผู้ใช้ Affordability หรือ การเข้าถึงข้อมูลโดยเสียค่าใช้จ่ายไม่มาก เพื่อลดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดให้แก่ผู้ใช้ Accountability หรือ ผู้นำทุกระดับมีความรับผิดชอบต่อข้อมูล หมายถึงการมีฐานข้อมูลที่ถูกต้องรองรับในการนำไปใช้ในการให้ความรู้แก่สังคม นอกจากนั้นแล้ว ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ยังได้ให้ข้อสังเกตกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในระบบการทำงาน หรือปรากฏการณ์ ๔ ไม่ อันประกอบด้วย ไม่รู้จักกัน ไม่เข้าใจกัน ไม่จริงใจต่อกัน และ ไม่ร่วมมือกัน ทั้ง ๔ไม่ ดังกล่าวนำไปสู่การไม่ร่วมมือกันทำงาน ทำให้ขาดการประสานบูรณาการการทำงานร่วมกันแม้จะอยู่ในหน่วยงานหรือองค์กรเดียวกันก็ตาม ทำให้งานแต่ละอย่างต้องเริ่มต้นจากศูนย์อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานวัฒนธรรมถือว่าเป็นงานสำคัญสำหรับมนุษยชาติ สังคมจะเจริญหรือเสื่อมขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมไทย ซึ่งมีฐานอยู่ที่ความมีเมตตาต่อกัน มีสุภาพ อ่อนโยนและประนีประนอม อะลุ้มอล่วยต่อกัน สิ่งเหล่านี้จะเป็นฐานที่ทำให้สังคมไทยเจริญขึ้น จึงควรปลุกจิตสำนึกอันดีงามนี้ให้เกิดขึ้นในคนไทยทุกคน สำหรับ e-Culture นั้นจะเกิดความร่วมมือและเกิดผลทางปฏิบัติได้จริง ต้องคำนึงถึงหลักการ ๔ เอ และลบล้าง ๔ ไม่ ให้ได้ จาก : วัดพรหมฯ เผยแพร่ - - watprom@hotmail.com - 03/10/2005 09:09 |
|
ข้อความ : วัฒนธรรมเป็นอันดีมาก จาก : นา - 05/08/2007 02:08 |
|
ข้อความ : วัฒนธรรมไทยเป็นวัฒนธรรมที่ดีงาม จาก : หมิว (คอนเเวนต์) - 17/02/2008 23:47 |
|
ข้อความ : อึ้บ รัก หนึ่ง จาก : สุรเชษฐ์ บุญสนอง - - www.สุดหล่อ.com - 27/05/2008 20:19 |
|
ข้อความ : เป็ด จาก : แมว - - ไก่ - 27/05/2008 20:42 |