
|
หัวข้อ : ปัญหาวัดพุทธิชิโนฮิลล์ ข้อความ : สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๔๘ เรื่อง ชี้แจงปัญหาวัดพุทธชินราช ชิโนฮิลล์ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ตามที่หนังสือพิมพ์เอเชียนแปซิฟิค ฉบับลงวันที่ ๑๔ ๒๐ กรกฎาคม ศกนี้ ได้เสนอข่าวเรื่องวัดพระพุทธชินราช และมีบางคอลัมน์กล่าวถึงสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ด้วยนั้น สมัชชาสงฆ์ไทยฯ ได้พิจารณาแล้ว เห็นควรชี้แจง เพื่อความเข้าใจ สืบเนื่องจากสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ได้รับจดหมายร้องเรียนจากท่านวิเวกานันทภิกขุ และพระอธิการไสว พร้อมคณะ เอกสารฟ้องร้องนั้นได้ถูกนำเสนอไปหลายที่หลายแห่ง ในการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยฯที่วัดไทย กรุงวอชิงตันดี.ซี.เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน คณะกรรมการอำนวยสมัชชาสงฆ์ไทยฯ โดยมีพระเทพกิตติโสภณ เป็นประธาน มีพระวิเทศธรรมรังษี เป็นที่ปรึกษา ได้เรียกทั้งสองฝ่ายเข้าไปพูดคุย ซึ่งพระสงฆ์ทั้งสองฝ่ายได้ขอให้สมัชชาสงฆ์ไทยฯแต่งตั้งกรรมการเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหา ซึ่งสมัชชาสงฆ์ไทยฯพิจารณาแล้วมีมติให้ปฏิบัติดังนี้ คือ ๑.ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการของสมัชชาสงฆ์ไทยฯเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาของวัด โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ๒. ทั้งสองฝ่ายจะยุติความขัดแย้งด้วยการถอยคนละก้าว ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามไว้เป็นหลักฐาน คือพระสหัส ปริสุทฺโธ พระมหาทินวัฒน์ และพระอธิการไสว และได้ทำสามีจิกรรมต่อกัน มีพยานสามรูป คือ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยฯ รองประธาน และเลขาธิการ เป็นผู้ลงนามรับทราบ วันที่ ๒๙ มิถุนายน คณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้ง ได้นัดประชุมกันที่วัดพระพุทธชินราช โดยอาศัยข้อตกลงของพระสงฆ์ที่วัดไทย กรุงวอชิงตันดี.ซี.นั้นเป็นบรรทัดฐาน และจุดมุ่งหมายการแก้ไขปัญหาอยู่ที่พระสงฆ์ คือ การประสานรอยร้าว และสืบสานความตั้งใจของพระอาจารย์สมบัติผู้ก่อตั้งวัด ให้พระในวัดรวมใจพัฒนาวัดและหาวิธีเรียกศรัทธากลับคืนมา ปัญหาที่มีอยู่ให้ หันหน้ามาแก้ปัญหาโดยสันติวิธี และหาวิธีการหาเงินมาชำระหนี้ของวัดให้ได้ ซึ่งข้อตกลงของกรรมการและพระสงฆ์ที่เข้าประชุมในวันนั้น ให้พระสงฆ์ในวัดบริหารงานกันเองและปฏิบัติงานภายในวัดได้ทันที โดยมีท่านวิเวกานันทภิกขุ(สหัส)ในฐานะผู้อาวุโสสูงสุดเป็นประธานสงฆ์ พระมหาชนะเป็นประธานการบริหารพัฒนาวัด คณะสงฆ์ในวัดเป็นกรรมการ เป็นการตั้งขึ้นมาเพื่อการแก้ไขปัญหาของพระสงฆ์โดยเฉพาะ และต้องการให้พระสงฆ์ได้ทำงานตามกิจวัตรประจำวันอย่างแท้จริง ซึ่งทุกรูปได้ยอมรับในข้อตกลงดังกล่าว ทางคณะกรรมการได้ประกาศแนวทางให้ประชาชนที่รอรับฟังทราบ แต่ไม่มีการประกาศยุบกรรมการที่มีอยู่เดิม สมัชชาสงฆ์ไทยฯไมได้ก้าวล่วงไปถึงตัวบทกฎหมายหรือ By law ของวัด เพราะรู้อยู่ว่าปัญหาการแย่งกันเป็น CEO หรือใครเป็น CEO ตัวจริงนั้น เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาสะสางกันเอง และคิดว่าการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี พูดจากตกลงกัน น่าจะเป็นทางออกดีที่สุด สมัชชาสงฆ์ไทยฯจึงไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับกรรมการ CEO ของทั้งสองฝ่าย ในการทำงานของสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ได้ประชุมเป็นครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ได้ตกลงวางแผนในการทำงานหลายวิธีการ คือ ๑.ศึกษาเรื่องธนาคารเดิมที่ให้กู้เงิน ว่าจะขยายเวลาออกไปได้หรือไม่ ๒. By Law ของวัด จริง ๆ แล้วคือฉบับใด ๓. ช่วยคิดหาวิธีการจัดกิจกรรมของวัด เป็นต้น แต่ปัญหาได้ยุ่งยากตามมา คือ พระสงฆ์ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ทำตามข้อตกลงไว้กับสมัชชาสงฆ์ไทยฯและไม่ได้คิดหันมาแก้ไขปัญหาด้วยพุทธวิธี เพราะสืบทราบมาว่าก่อนที่คณะกรรมการของสมัชชาสงฆ์ไทยฯจะประชุมนั้น ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ยุติการดำเนินงาน กลับดำเนินการภายใน คือฝ่ายหนึ่งได้ดำเนินการเพื่อหาแหล่งกู้เงิน และอีกฝ่ายหนึ่งได้ดำเนินการตั้งทนายเพื่อฟ้องร้องว่าใครคือ CEO ตัวจริง สมัชชาสงฆ์ไทยฯได้แต่หวังว่า ถ้าพระสงฆ์มุ่งมั่นทำงานตามพุทธประสงค์ คือ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนแล้ว ทุกอย่างน่าจะคลี่คลายดีขึ้น แต่ในที่สุดพระสงฆ์ฝ่ายหนึ่งได้ร่วมกันลงนามรับรองให้ทนายความฟ้องร้องคุณอรวรรณและคณะ เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ศกนี้ ซึ่งการฟ้องร้องเช่นนี้ มิใช่บทสรุปที่สมัชชาสงฆ์ไทยฯต้องการ และไม่สนับสนุนให้ใครใช้วิธีการดังกล่าว ในส่วนของความขัดแย้งนั้น สมัชชาสงฆ์ไทยฯขอชี้แจงว่า จะสามารถดำเนินการแก้ไขได้ในขอบเขต คือ ๑. เรื่องศาสนบุคคล หมายถึง พระสงฆ์ผู้มาปฏิบัติหน้าที่พระธรรมทูต และพระสงฆ์ที่มาปฏิบัติศาสนกิจชั่วคราว เป็นหน้าที่โดยตรงของสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ๒. เรื่องศาสนสถานหรือวัด สมัชชาสงฆ์ไทยฯไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ เพราะวัด และองค์กรกุศล จะมีข้อกฎหมายหรือบทบัญญัติเป็นของตนเอง นอกจากได้รับการร้องเรียนหรือร้องขอจากสมาชิกของวัดนั้น ๆ หรือมีเรื่องพระธรรมทูตเข้าไปเกี่ยวข้อง เมื่อมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น สมัชชาสงฆ์ไทยฯได้ยุติในการแก้ไขปัญหาวัดพระพุทธชินราชแล้ว ส่วนเรื่องพระธรรมทูตในวัดนั้นยังมีความเกี่ยวข้องกับสมัชชาสงฆ์ไทยฯ ซึ่งจะต้องดำเนินการแก้ไขต่อไป จึงเจริญพรมา เพื่อความเข้าใจในปัญหาดังกล่าว ขอเจริญพร (พระครูวิเทศพรหมคุณ) เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา สำนักงานเลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา วัดพรหมคุณาราม อริโซน่า 623-935-2276 Fax 623-935-1174 จาก : ปัญญาชน - 10/07/2006 19:59 |
|
ข้อความ : เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ไม่สามารถสมานฉันท์กันได้ การละอัตตา เห็นอัตตาเล็กที่สุด แต่เห็นประโยชน์ของพุทธศาสนาเป็นเหตุใหญ่ที่สุด ย่อมนำมาซึ่งความเจริญ เห็นต้วยกับสมัชชาสงฆ์ฯ แต่บางทีผลประโยชน์และศักดิ์ศรีก็อยู่เหนือสิ่งอื่นใด แต่สุดท้ายก็เสียหายทั้งสองฝ่าย ไม่มีฝ่ายใดได้ประโยชน์ ทั้งนี้วัดและศาสนาก็พลอยเสียไปด้วย
ขอปราชญ์ผู้มีปัญญาจงไตร่ตรองด้วยอุบายอันชอบเถิด จาก : พระมหาสายัณ ติกฺขปญฺโญ พระธรรมทุตรุ่นที่ 11 - - tikpookky@yahoo.com - 03/11/2007 21:54 |