หัวข้อ : กังหันลม
ข้อความ : ถ้าสนใจอยากดูของจริงที่สามารถ สูบน้ำ ปั่นไฟฟ้า ทำงานพร้อมกัน ไปใช้งานได้จริงๆเชิญชมตัวอย่างของจริง ขนาด 4 ใบพัด 6 ใบพัด ได้ที่ วัดป่าอัมพวัน อ.เมือง จ.ชลบุรี เพราะผมไปช่วยท่านเรื่องระบบแปลงไฟฟ้า ที่เก็บไว้ในแบตเตอร์รี่ที่ผลิตได้จากพลังงานลม แล้วแปลงกระแสไฟฟ้า dc เป็น 220 vac สำหรับใช้กับระบบแสงสว่าง บริเวณวัดสวยงามติดภูเขามีอ่างเก็บน้ำสวยงามมาก ถ้าสนใจโทรคุยรายละเอียดกับผมได้ที่ 06 7049941 ไม่เกิน 22.00 น.

จาก : บรรจง - 23/08/2005 14:09

ข้อความ : กังหันลมชนิด 6 ใบพัด ใช้พลังงานลมป๊มระบบไฮโดริคขับเกียรถยนต์ทดรอบให้เร็วแล้วต่อเพลาขับระบบป๊มน้ำและปั่นไดนาโม กระแสไฟฟ้าที่ได้เก็บไว้ในแบตเตอร์รีแล้วแปลงเป็นไฟฟ้าขนาด 220 VAC

จาก : บรรจง - 23/08/2005 17:16

ข้อความ : สนใจกังหันลมที่ผลิตกระแสไฟฟ้าครับ อยากทราบว่าพลังลมปั่นไฮโดรริก ขั้นตอนนี้มีรายละเอียดอย่างไรครับและกระแสไฟฟ้าที่ได้กี่ แอมป์

จาก : สิทธิโชค - - sittichokedee@chaiyo.com - 29/08/2005 15:43

ข้อความ : ผมให้เบอร์โทรไว้แล้วผมพิมพ์ตัวอักษรช้ามาก หรือจะให้ผมส่งรูปไปให้ดูก็ได้ ไดนาโมขนาด 1.5 - 5 kw สบายๆ หลักการ กังหันลมหมุนปั๊มน้ำมันจากถังน้ำมันผ่านวาวล์ควบคุมแรงดันไปหมุนเพลาที่ต่อกับเกียร์รถยนต์ทดรอบให้เร็วขึ้นเพลาจะต่อกับปั๊มสูบน้ำโดยตรง ส่วนไดนาโมจะใช้เกียร์อีกตัวทดรอบให้เร็วขึ้นอีก จึงสามารถทำความเร็วรอบได้สูง ถ้าลมดีๆใบพัดหมุนเสียงจะคล้ายเฮลิคอบเตอร์ ยังมีหลักในการช่วยใบพัดให้หมุนในขณะลมอ่อนๆพอลมแรงกังกันก็หมุนได้สดวกเร็วพอดี

จาก : บรรจง - 31/08/2005 14:25

ข้อความ : น่าสนใจมากครับ สำหรับกังหันลมที่ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ แต่อยากเห็นรูปตัวจริงครับ และอยากทราบงบประมาณในการติดตั้งด้วยครับว่าอยู่ประมาณเท่าไหร่ และใช้พื้นที่ในการติดตั้งขนาดเท่าไหร่ ครับ

จาก : สุรินทร์ - - surinol@gmail.com - 21/09/2005 05:46

ข้อความ : สนใจครับช่วยส่งรูปมาให้ดูทางอีเมล์ได้ไหมครับ ขอบพระคุณมากครับ

จาก : กิติกร - - j_kitikorn@yahoo.com - 23/09/2005 13:47

ข้อความ : ต้องการแบบสร้างกังหันทดน้ำเข้านาเกลือแถวๆสมุทรสาครครับ จะเอามาทำต้นแบบในท้องถิ่นหน่อย หากใครทราบข้อมูลช่วยอนุเคราะห์หน่อยครับ

จาก : อนันต์ หาดใหญ่ - - man_1996@hotmail.com - 24/09/2005 10:35

ข้อความ : คุณบรรจง..ผมสนใจมากครับแต่อยู่ไกลพอจะมีรูปถ่านให้ดูมั๊ยครับ

จาก : เกรียงไกร - - pepper_b2000@yahoo.com - 29/09/2005 15:13

ข้อความ : ตกลงผมจะส่งรูปถ่ายไปให้ทุกท่าน ส่วนทฤษฎี เกี่ยวกับกังหันลม โทรบอกที่อยู่ให้ผมจะส่งไปให้นะครับ

จาก : บรรจง - 30/09/2005 22:18

ข้อความ : กำลังหาข้อมูลเรื่องกังหันลมอยู่ครับ เพราะจะเอาไปใช้ในไร่ที่สุพรรณฯครับ ยังไม่มีไฟฟ้าเข้าไปถึง เวลานี้เจาะบ่อบาบาลไว้แล้ว เวลาจะสูบน้ำต้องใช้เครื่องสูบ(เติมน้ำมัน) กว่าจะได้น้ำเต็มแท้งค์กว่าจะรถน้ำต้นไม้ในไร่ได้ครบ ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง รบกวนคุณบรรจงส่งข้อมูลรายละเอียดรวมถึงราคาให้ทางเมล์ด้วยครับผม .. ขอบคุณมากครับ

จาก : whenUknow - - whenUknow_box@yahoo.co.th - 01/11/2005 21:27

ข้อความ : กังหันลมที่ผมกำลังทำเป็นต้นแบบ ผมใช้หลักการของเมืองนอก ไดนาโมรอบต่ำ ๆ rpm 200 -400 รอบ
วัสดุหาได้ในเมืองไทย ยกเว้น แม่เหล็กแรงสูง ที่ราคาแพงมาก แต่ก็หาซื้อได้ การทำกังหันลม
ใช้งบประมาณ ดังนี้
1 แม่เหล็กแรงสูง ราคาประมาณ 5000 - 6000 บาท
2 ชุดล้อหน้ารถเก๋ง 1 - 2 ชุด ( อะไหล่เชียงกงแถวปทุมวันหรือเมืองใหม่บางพลี ) ดุมล้อหน้า ดีสเบรก
แกนโชค ราคาแล้วแต่รุ่น ขนาด
3 ขดลวด # 13 -18 แล้วแต่การออกแบบ ราคากิโลละ ประมาณ 200 บาท
4 เรซินใช้หล่อขดลวดราคา ไม่ทราบ
5 ไม้อัดใช้ทำแบบวางแม่เหล็ก หล่อขดลวด ทำหางเสือ
6 เหล็กฉาก เหล็กตัวซี เหล็กกลม ขนาดตามแบบ
7 ไดโอดแปลงไฟจากกระแสสลับเป็นกระแสตรง
8 อุปกรณ์เชื่อมเหล็ก ตัด เจีย เลื่อย สิ่ว กบ กระดาษทราย วัดระดับ วงเวียน ดินสอ กระดาษเขียนบบ
9 ไม้ขนาดตามแบบ (ความยาวของใบพัดตามใจชอบ ใช้ไม้สัก ไม้ตะเคียน เมืองนอกใช้ไม้สน )
10 ถังน้ำมันสองร้อยลิตร 2 - 3 ใบ

หมายเหตุ ทำกังหันสูบน้ำ ตัด แม่เหล็ก ขดลวด เรซิ่น ใบพัดใช้ไม้หรือถังน้ำนันตามใจชอบ




จาก : บรรจง - 07/11/2005 20:22

ข้อความ : วันที่ 6 - 9 ต.ค.48 ที่เมืองทองธานี บ. มิตซูฯ นำเข้ากังหันลม ชนิด แกนแนวตั้ง 3 ใบพัด ความสูง ประมาณ 8 เมตร ราคา 1,000,000 .00บาท

จาก : บรรจง - 07/11/2005 20:29

ข้อความ : ถ้าผมจะจัดอบรม ให้ความรู้ เรื่อง กังหันลม จะมีผู้สนใจ สมัครเข้ารับการอบรมหรือไม่ อบรมฟรีจำนวน
10 - 12 คน ต่อ 1 ชุด ใช้เวลา 1 วัน เมื่อมีความรู้แล้ว ภาคปฎิบัติก็นัดกันตกลงจะไปทำของจริงที่บ้านใคร ออกค่าวัสดุด้วยนะครับ ภาคปฎิบัติ เมืองนอก ใช้เวลา 1 สัปดาห์ เมืองไทย เสาร์ อาทิตย์ก็พอ อ้อ..ยังมีวิธีการตั้งเสาอีกนะครับ ไม่ใช่หมูๆแล้วแต่ความสูง


จาก : บรรจง - 07/11/2005 20:45

ข้อความ : สนใจอบรม เรื่องกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า สูบน้ำ ส่งไปรษณียบัตรพร้อมที่อยู่ติดต่อกลับ ถึง คุณบรรจง ขยันกิจ กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยบูรพา 169 ถนนลงหาดบางแสน ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี 20131

จาก : บรรจง - 07/11/2005 20:54

ข้อความ : ผมจะเอาข้อมูลรายละเอียด ขั้นตอนการทำ พร้อมรูปถ่ายทุกขั้นตอน ลงในเวบของมหาวิทยาลัยประมาณเดือนมกราคม 49 ลงบทความพร้อมรูปถ่ายเป็นตอนๆจนกว่าจะจบ และถ้ามีการอบรม ปฎิบัติจริงก็จะนำรูปภาพมาลงให้ชม

จาก : บรรจง - 07/11/2005 21:06

ข้อความ : กังหันลม ของนอกแท้ ใบพัดรัศมี12-15เมตร เสาสูง45เมตรอยู่ที่อำเภอบ้านบึง ถนนสาย331 แถวๆโรงทำอาหารกระป๋องสยาม ราคา 5000000.00 บาท

จาก : บรรจง - 07/11/2005 21:18

ข้อความ : ใบพัดส่วนปลาย ประมาณ1เมตรสามารถบิดต้านลมถ้าลมแรงเกินกำหนด จะมีชุดวัดความเร็วลม เซนเซอร์ เพื่อป้องกันความเสียหาย ลืมถามยี่ห้อ และประเทศผู้ผลิต แต่เจ้าของเป็นชาวเยอรมัน อัถยาศัยดีมาก ชุดควบคุม อยู่ที่โคนเสาขนาดรัศมี3เมตร

จาก : บรรจง - 07/11/2005 21:29

ข้อความ : หลักการสร้างกังหันลมนี้ ยังสามารถประยุกต์ใช้ทำเขื่อนพลังน้ำขนาดเล็กได้ เหมาะกับฝ่ายน้ำล้น ลำคลอง ธารน้ำไหลจากภูเขา น้ำตก หลักการ กั้นเขื่อนบังคับให้น้ำไหลในท่อขนาดรัศมี 3 - 4นิ้ว (ตามความเหมาะสม)ความยาวท่อยิ่งยาวยิ่งแรงเหมือนเขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนลำตะคอง ปลายท่อน้ำปล่อยใส่ใบพัดไดนาโม ใบพัดจะเหมือนใบพัดพัดลมแอร์ (คอยเย็นอยู่ภายในห้องในบ้าน) ปลายท่อบีบให้แบนเล็กน้อยตามขนาดรูปของใบพัดแอร์ที่ติดตั้งกับไดนาโมรอบต่ำที่เราทำขึ้นเอง

จาก : บรรจง - 07/11/2005 21:56

ข้อความ : การต่อขดลวด ต่อได้2วิธี คือแบบสตาร์ และ เดลต้า แรงเครื่อนที่ได้ไม่เท่ากัน แล้วแต่สภาพลมแรงหรือค่อยกระแสไฟฟ้าที่ได้ ขนาด 12 vdc 24 vdc 48 vdc 20 vac - 180 vac กระแส (จำสูตรไม่ได้) ตามความต้องการขณะลมสูงสุด (การออกแบบครั้งแรกต้องตัดสินใจให้ดี สภาพลมที่ที่เราจะติดตั้งเป็นองค์ประกอบทุกอย่ง) จะนำไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ใช้กับอุปกรณ์ ขนาดแรงเครื่อน 12v 24v 48v โดยตรงหรือ ใช้เครื่องอินเวิตเตอร์แปลงเป็น 220 v ac

จาก : บรรจง - 07/11/2005 22:17

ข้อความ : น่าอายจริงๆ ผมส่งเมล์ไม่เป็น ผมจะให้หลานผมส่งไปให้ แต่คงช้าหน่อยเพราะวัยรุ่นไม่ค่อยว่าง

จาก : บรรจง - 07/11/2005 22:27

ข้อความ : เมืองนอกถ้าผู้หญิงทำก็จะขนาดรัศมี4-5ฟุต ขนาดมาตรฐาน รัศมีใบพัด2.4 เมตร (แพร่หลายในเมืองนอก) ใหญ่สุด 17ฟุต ใช้ล้อรถเก๋งวอลโว 240 เสาสูง 5 - 60 เมตร แล้วแต่สภาพของลม มีทั้งเสาเดี่ยว สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ตามขนาดความสูง วิธีตั้งเสาก็แตกต่างกันไปตามความสูง การทำกังหันลมแต่ละครั้ง จะแบ่งเป็นขั้นตอน 4 ขั้นตอน 1. ทำใบ ต้องเหลาให้ได้ขนาด(ถ้าได้ช่างไม้ฝีมือดีร่วมทีมก็แจ๋วไม่เหนื่อย) 2 . ช่างเชื่อม กลึง ไส เจียดีสเบรกให้เรียบไว้เชื่อมโครงกังกัน หางเสือ (เชื่อมเหล็กต้องได้มาตรฐานเพราะกังหันน้ำหนักมากพอสมควร) 3. ทำไดนาโม ออกแบบแม่เหล็ก พันขดลวด บัดกรีขดลวด หล่อเรซิ่น ต่อสายไฟเข้าระบบ(ได้ช่างไฟร่วมทีมรับรองไฟสว่างไสวไม่ต้องกลัวว่าจะต้องพันขดลวดใหม่ ขอเอาใจช่วยข้างๆ กระแส 50-100แอมป์สดุ้งแน่ๆ) การต่อ มีแบบ1 - 3 เเฟส 4. รวมใจกันทุกฝ่ายช่วยกันตั้งเสา อะไรเอ่ยยิ่งสูงยิ่งเหนื่อย ก็ตั้งเสานะสิ ฮะๆๆๆ (เครื่องทุ่นแรงใช้รถกระบะช่วยดึง) กังหันลมรับลมหมุนได้ที่ เช็คกระแสไฟฟ้า เปิดหลอดไฟ แค่นี้ก็หายเหนื่อยแล้ว

จาก : บรรจง - 07/11/2005 23:15

ข้อความ : มี cd ตัวอย่างการทำกังหันลมของเมืองนอก ประมาณ 40 ตัวอย่าง เริ่มตั้งแต่ การจัดเตรียมหาวัสดุ อะไหล่รถเชียงกง รุ่นที่ต้องการใช้ ตามใจชอบ การเหลาใบพัด การทำไดนาโมรอบต่ำ การประกอบทุกอย่างจนสำเร็จ วิธีการตั้งเสา แบบแปลน ทฤษฎี สนใจโทรมาคุยกับผมได้

จาก : บรรจง - 08/11/2005 09:40

ข้อความ : cd ชุดนี้ผมได้มาจากเมืองนอก คุ้มจริงๆผมเปิดดูหลายรอบจนเข้าใจในระดับหนึ่ง สามารถทำกังหันได้ด้วยตัวผมเอง และประยุกต์ใช้กับกังหันชนิดแกนแนวดิ่ง และแกนแนวตั้ง เกิดแนวความคิดทำใบกังหันได้หลายรูปแบบ ให้เหมาะกับสภาพลมของท้องถิ่น และภูมิประเทศ

จาก : บรรจง - 08/11/2005 09:51

ข้อความ : ถ้าลมแรงจัดหรือมีพายุ ส่วนใบพัดจะพับงอหันหลบพายุอัตโนมัติ หรือเชิดหน้ากังหันขึ้นฟ้าได้เอง เมื่อสภาพลมปกติ กังหันก็จะหมุนได้เองอีกครั้ง

จาก : บรรจง - 08/11/2005 09:56

ข้อความ : อยากทราบว่ากังหันลมมีขนาดเท่าไรที่ปันไฟได้220และหาซื้อได้ที่ไหนราคาเท่าไรอยู่ห่างจากไฟฟ้า

จาก : คุณก้อง - - gonggong_samrong@yahoo.com - 11/11/2005 20:44

ข้อความ : ผมสนใจกังหันลมของคุณมาก ที่ใช้ในการสูบน้ำ ปั่นไฟฟ้า ทำงานพร้อมกัน อยากจะให้คุณ บรรจงช่วยบอกรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของ กังหันลม พร้อมกับช่วยอธิบาย การแปลง วงจร DC เป็น VAC หน่อยครับ หรือจะส่งเมลมาหาก็ไดครับ ขอขอบคุณครับ

จาก : bird - - baby_handsome@hotmail.com - 14/11/2005 09:48

ข้อความ : อยากรู้แหล่งขายใบพัดกังหันลม

จาก : tu 061831772 - - - - 14/11/2005 10:58

ข้อความ : คุณก้อง กังหันลมขนาดเล็กๆ รัศมีใบพัด4-5นิ้วใช้ใบพัดเครื่องบินเล็กต่อกับมอเตอร์ dc เทปหรือใช้มอเตอร์พัดลมหม้อน้ำรถยนต์จะได้ไฟฟ้าเป็น dcv แล้วค่อยแปลงไฟ dcv เป็น acv อีกครั้ง เนื่องจากลมไม่สม่ำเสมอจะได้พลังงานที่ดีกว่า กรณีที่จะปั่นไฟเป็น acv จะต้องเป็นสถานที่ๆลมแรงเช่นชายทะเล ในทะเล หรือทุ่งขนาดใหญ่ใช้กังหันขนาดใหญ่ มีเกียร์ทดรอบ หรือเกียร์บ๊อก ระบบดีสเบรก แล้วต่อกับเยนเนอเรเตอร์ ac ระบบไฟจะเป็น 110 v 220 v 380 v 3 เฟส แล้วแต่ขนาดของกังหัน มีระบบควบคุม ทั้วความถี่ เฟส ที่ได้ต่อเข้ากับระบบสายส่งอีกครั้ง ซื้อได้ที่เมืองนอก ราคากรุณากลับไปอ่านบทความต้นๆ นะครับ กังหันขนาดรัศมีใบพัด 3 - 17 ฟุต ( เราทำขึ้นเองทั้งเมืองนอกและเมืองไทย )ไฟที่ได้ สากลที่ 12v 24 v 48 v dcv เนื่องจากสามารถเก็บพลังงานไว้ที่แบตเตอรี่ แล้วแปลงเป็น 220 acv ภายหลังหรือเลือกใช้อปกรณ์ ไฟฟ้าขนาด 12 24 48 dcv ได้โดยตรงครับ

จาก : บรรจง - 15/11/2005 11:15

ข้อความ : คุณ bird โทรคุยรายละเอียด และนัดพบผมแล้วเย็นนี้ ผมเตรียมเอกสารไว้ให้แล้วนะครับ

จาก : บรรจง - 15/11/2005 11:23

ข้อความ : ขนาดของกังหัน เล็กหรือใหญ่ รัศมีใบพัด ไดนาโมรอบต่ำขนาด watt ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือความเร็วลมถ้าส่ำเสมอเสาต่ำๆก็ใช้ได้ ถ้าลมไม่ดี คุณต้องเพิ่มขนาดความยาวเสา บางท้องที่เสาแพงกว่ากังกัน

จาก : บรรจง - 15/11/2005 11:35

ข้อความ : คุณ tu ครับ แหล่งขายใบพัด เมืองนอกมีชุดสำเร็จขายมีแยกชิ้นและครบชุด ในเมืองไทยผมไม่ทราบ เฉพาะใบพัดและตัวไดนาโมก็ราคาเกือบแสน (ขนาดไม่เกิน 500 watt ) ส่วนใหญ่ทำเอง ใช้เหล็ก ไม้ ไฟเบอร์ แล้วแต่ชนิดกังหัน ทำเองซิครับภูมิใจกว่าจ้างช่างไม้ทำตามแบบก็ได้แล้ว ผมมีแบบและขั้นตอนการทำนะคุณ tu ต้องการขนาดกี่ฟุตละ

จาก : บรรจง - 15/11/2005 11:50

ข้อความ : การพัฒนาพลังงานลมในประเทศไทย
เมื่อมองย้อนกลับมาในประเทศความจริงนั้น ประ--เทศไทยได้เริ่มโครงการพลังงานทดแทนมาตั้งแต่ปี 2526 เป็นต้นมา โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าร่วมเซลล์แสงอาทิตย์ และกังหันลม แบบต่อเข้าระบบจำหน่ายไฟฟ้า สถานที่ที่ดำเนินการทดลองอยู่ในบริเวณสถานีพลังงานทดแทนแหลมพรหมเทพ ที่เกาะภูเก็ต ซึ่งมีแรงลมตะวันตกเฉียงใต้จากทะเลอันดามันในช่วงมรสุม

ในระยะแรกทาง กฟผ. ได้ทดลองติดตั้งกังหันลม 2 ชุด เป็นกังหันลมที่มีใบกังหัน 3 ใบ แบบแกนหมุนในแนวนอน ความเร็วรอบของกังหันประมาณ 350 รอบต่อนาทีที่ความเร็วลม 12.1 เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 2,400 ฟุตต่อนาที ความเร็วลมที่สามารถเริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 3.1 เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 600 ฟุตต่อนาที ความสูงของเสากังหันลม 20 เมตร ซึ่งจะสามารถผลิตไฟฟ้ากระแสตรงได้รวม 20 kW ประจุเก็บไว้ในแบตเตอรี่ จำนวน 120 ลูก แต่ละลูกมีแรงดันไฟฟ้าเท่ากับ 2 โวลท์ เพื่อจะได้ขนาดแรงดันไฟฟ้ารวม 240 โวลท์ กระแสตรง แล้วจึงใช้ชุดเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ แบบ 3 เฟส 416 โวลท์ 50 Hz ขนาด 15 kVA ผ่านหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อเชื่อมโยงกับระบบจำหน่ายขนาด 33 kV 3 เฟสติดตั้งแล้วเสร็จในปี 2536

กังหันลมอีกชุดหนึ่ง เป็นกังหันลมที่มีใบกังหัน 3 ใบ เป็นแบบแกนหมุนในแนวนอน ความเร็วรอบของกังหันประ--มาณ 38 รอบต่อนาที ที่ความเร็วลม 13 เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 2,660 ฟุตต่อนาที ความเร็วลมที่สามารถเริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าได้คือ 4 เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 800 ฟุตต่อนาที ความสูงของเสากังหันลม 31 เมตร ขนาด กำลังผลิตสูงสุด 150 kW เป็นกังหันลมชนิดติดตั้งกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส 400 โวลท์ 50 Hz ติดตั้งแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2539

จากการทดลองจ่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลม เข้าสู่ระบบจำหน่าย พบว่า ได้ผลเป็นที่น่าพอใจกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ จะมีประโยชน์กับท้องถิ่นบริเวณนั้น ซึ่งเป็นบริเวณปลายสายส่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก แต่การใช้กังหันลมจะประสบปัญหาในด้าน พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จะไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากความเร็วและทิศทางของลมไม่แน่นอน อีกทั้ง เสาของกังหันลมมีขนาดใหญ่ทำให้ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งมาก ดังเช่นในสถานที่ทดลอง กังหันลมขนาด 150 kW มีขนาดใหญ่ จึงต้องนำไปติดตั้งใกล้กับหน้าผาชัน ทำให้เผชิญกับกระแสลมแปรปรวน และการสั่นสะเทือน อันเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเสียหายแก่ชิ้นส่วนต่างๆ ของกังหันลม รวมไปถึงชิ้นส่วนต่างๆ ของกังหันลมยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศทำให้ค่าใช้จ่ายสูง และเป็นการเสียดุลการค้ากับต่างชาติ ดังนั้น ในอนาคตหากจะพัฒนาให้สามารถนำพลังงานลมมาใช้ได้ ควรที่จะคำนึงถึงผลกระทบ ในด้านต่างๆ ด้วย

ในสภาวะปัจจุบัน โลกกำลังมีปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ปริมาณการใช้พลังงานที่มากขึ้น ดังนั้น การทดลองนี้จะเป็นแนวทางเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ และเป็นทางเลือกพลังงานอีกทางหนึ่ง ที่สะอาดและมีอยู่อย่างไม่จำกัด จึงควรที่ภาครัฐจะให้ความสำคัญ และให้การสนับสนุนการวิจัย เพื่อการพัฒนาให้เป็นแหล่งพลังงาน

จาก : บรรจง - 17/11/2005 09:56

ข้อความ : บทความวิชาการ
พลังงาน ..ทะเล
โดย รัฐฐาน์ ฤทธิเกริกไกร
วิศวกร สถานจัดการและอนุรักษ์พลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ทะเล นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ สำคัญของไทยแล้ว ยังเป็นแหล่งพลัง--งานทดแทนที่สำคัญอันจะนำไปสู่พลังงานสำรองที่จะใช้ใน ประเทศต่อไป บทความเรื่องพลังงานจากทะเลนี้เป็นบทความที่จะแนะนำพลังงานทดแทนที่มีต้นกำเนิดจากทะเล อันได้แก่ พลังงานลม พลังงานน้ำขึ้น-น้ำลง และพลังงานคลื่น

พลังงานลม (Wind Energy)

ลมเป็นพลังงานที่มนุษย์ใช้มานานกว่า 2,000 ปี โดยการใช้กังหันลมหมุน เครื่องบดธัญพืช สูบน้ำ และเครื่องจักรกลต่างๆ ลมเป็นพลังงานธรรมชาติที่สะอาดและไม่มีวันหมดสิ้นไปจากโลก มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์จากพลังงานลมมานานแสนนานในการอำนวยความสะดวกสบายแก่ชีวิต และการศึกษาค้นคว้าเพื่อพัฒนาการใช้ประโยชน์จากพลังงานลมก็ยังคงดำเนินอยู่ตราบจนทุกวันนี้
พลังงานลมมาจากไหน

อากาศในส่วนที่ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ จะมีความหนาแน่นลดลง จึงเบาและลอยตัวขึ้นสู่เบื้องบน ขณะเดียวกันอากาศที่เย็นกว่าจะมีน้ำหนักมากกว่าจึงเคลื่อน ตัวเข้ามาแทนที่ก่อให้เกิดกระแสลมพัดผ่านกระจายอยู่ ทั่วไปในชั้นบรรยากาศ

สำหรับประเทศไทยมีศักยภาพของพลังงานลม ต่ำยกเว้นบริเวณ ชายฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน รวมทั้งบริเวณเกาะและที่ราบปากแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้ติดตั้งสถานีทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมที่แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต โดยการทดลองใช้งานและเก็บข้อมูลเพื่อระบบในอนาคต

สถานภาพการใช้ประโยชน์พลังงานลม

สถานภาพการนำพลังงานลมมาประยุกต์ใช้งาน ในประเทศไทย จัดแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ ได้แก่กังหันลมเพื่อการสูบน้ำ กังหันลมเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า และการใช้พลังงานลมเพื่อการระบายอากาศหลังคา

1. กังหันลมเพื่อการสูบน้ำ

การใช้กังหันลมเพื่อการสูบน้ำ ปัจจุบันได้มีการ ติดตั้งใช้งานในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 6,000 ตัว

2. กังหันลมเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า

การใช้กังหันลมเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า ปัจจุบันได้มีการติดตั้ง สาธิตใช้งานในประเทศไทย รวมจำนวน 7 ตัว มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 192 กิโลวัตต์ ณ แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต

3. การใช้พลังงานลมเพื่อการระบายอากาศจากหลังคา

ปัจจุบันได้มีการติดตั้งกังหันลมระบายอากาศบนหลังคาของโรงงาน และบ้านพักอาศัยอยู่บ้าง สำหรับการระบายอากาศร้อนภายในตัวอาคารออกสู่ภายนอก และเป็นเทคโนโลยีที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างหนึ่ง

หลักการทำงานของกังหันลมผลิตไฟฟ้า

เมื่อลมมาปะทะจนทำให้กังหันหมุน ทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงที่มีอยู่ติดกับส่วนของกังหันผลิตและทำการจ่ายกำลังไฟฟ้ากระแสตรงผ่านเครื่องควบคุมไฟฟ้ากระแสตรงที่ติดตั้งทางด้านล่างเพื่อสะสมพลังงานโดยการอัดประจุไฟฟ้าให้แก่แบตเตอรี่แล้วจึงเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสสลับอีกทอดหนึ่ง ซึ่งเป็นไฟฟ้าที่เราใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

สถานภาพการใช้ประโยชน์พลังงานลมในการผลิต กระแสไฟฟ้า

งานศึกษาและทดลองใช้พลังงานลมผลิตไฟฟ้า ได้รับการบรรจุเป็นแผนการพัฒนาพลังงานทดแทนของ กฟผ.ประมาณ 10 ปีมาแล้ว ในขั้นแรก กฟผ.ได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับพลังงานลมทั่วประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าความเร็วลมในประเทศไทยโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง-ต่ำ คือต่ำกว่า 4 เมตร/วินาที บริเวณที่มีความเร็วสูงสุดอยู่แถวชายฝั่งและเกาะต่าง ๆ ในอ่าวไทยและทางภาคใต้ สถานที่น่าสนใจในการทดลองใช้พลังงานลมคือแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีความเร็วลมเฉลี่ย 5 เมตร/วินาที

กฟผ. ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยสนับสนุนทุนวิจัยออกแบบสร้างกังหันและนำไปติดตั้งทดลอง ปรากฏผลว่ามีปัญหาเกี่ยวกับระบบส่งกำลังและความเข็งแรงของใบกังหัน และเมื่อ กฟผ.ทดลองออกแบบสร้างกังหันแบบล้อจักรยาน นำไปติดตั้งใช้งานที่ชายฝั่งทะเลบริเวณบ้านอ่าวไผ่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ก็พบว่ามีปัญหาเรื่องระบบส่งกำลัง เช่นกัน

ในปี พ.ศ.2526 กฟผ. ได้ร่วมมือกับหน่วยราชการจังหวัดภูเก็ต จัดตั้งสถานีทดลองใช้งานขึ้นในจังหวัด เพื่อรวบรวมข้อมูลนำไปวิเคราะห์ทางเทคนิคและเศรษฐศาสตร์ โดยนำกังหันลมผลิตไฟฟ้าซึ่งสั่งซื้อจากต่างประเทศในราคามิตรภาพ ติดตั้งในบริเวณแหลมพรหมเทพ จำนวน 4 ชุด ในขนาด 18.5, 2 ,1 และ 0.83 กิโลวัตต์ พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์บันทึกข้อมูล Digital Data Logger และ Strip Chart Recorder ไว้อย่างครบถ้วน ไฟฟ้าที่ผลิตได้นั้นนำมาใช้ในบริเวณสถานีทดลอง โดยใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ที่ติดตั้งไว้ ผลการวิเคราะห์สรุปได้ว่ากังหันลมที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าในสถานนีนี้ใช้งานได้ดีพอสมควร แต่มีปัญหาเรื่องชิ้นส่วนบางชนิด เช่น ใบกังหันและตลับลูกปืนชำรุด และยังมีปัญหาด้านการจัดซื้ออะไหล่จากต่างประเทศในบางกรณี

เมื่อการทดลองใช้พลังงานลมผลิตไฟฟ้าปรากฏ ผลเป็นที่พอใจ ในปี พ.ศ.2531 กฟผ.จึงกำหนดแผนงานเชื่อมโยงระบบกังหันลม เพื่อผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบจำหน่ายของ กฟภ. เพื่อการใช้งานจริงและเพื่อศึกษาหาทางพัฒนาการใช้พลังงานลมกับระบบด้วย และด้วยความร่วมมือจาก กฟภ. การจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้เริ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2533 นับเป็นการนำไฟฟ้าจากพลังงานลมมาใช้งาน โดยผ่านระบบจำหน่ายเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในปี พ.ศ.2535 กฟผ. ทำการติตั้งกังหันลมเพิ่มขึ้นอีก 2 ชุด ขนาดกำลังผลิต ชุดละ 10 กิโลวัตต์ เชื่อมโยงเข้าระบบฯ เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ในบริเวณสถานีทดลองแหลมพรหมเทพนี้ กฟผ.ได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด กำลังผลิต 5 กิโลวัตต์ เพื่อใช้งานร่วมกับกังหันลมและจะเชื่อมโยงเข้ากับระบบจำหน่ายของกฟภ. ในเวลาต่อไป

ตัวอย่างโครงการที่เกี่ยวกับพลังงานลม

โครงการสาธิตการใช้ประโยชน์พลังงานทดแทน (พลังงานลม) ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำร

วัตถุประสงค์

1. เพื่อสาธิตและเผยแพร่การใช้ประโยชน์เทคโนโลยีพลังงานลมเพื่อการสูบน้ำ

2. เพื่อพัฒนาบุคลากรของภาครัฐและเอกชนให้สามารถนำเทคโนโลยีพลังงานมาพัฒนาใช้งานในพื้นที่อื่นได

เป้าหมาย

จัดตั้งกังหันลมสูบน้ำพร้อมหอถังสูง จำนวน 3 ระบบ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนา เขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ 2 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

งบประมาณ

แหล่งเงินทุน 905,000 บาท จากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

ระยะเวลาดำเนินการ

1 ปี (25 สิงหาคม 2542-24 สิงหาคม 2543)

ลักษณะโครงการ

เป็นโครงการหนึ่งภายใต้โครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 โดยการนำพลังงานทดแทนมาใช้เพื่ออนุรักษ์พลังงานและสิ่ง แวดล้อม ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เป็นระบบที่จัดตั้ง ณ พื้นที่แปลงเกษตรบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยเจ็ก, ห้วยน้ำโจน และสระน้ำซับอื่นๆ ของศูนย์การพัฒนาเขาหินซ้อนฯ จำนวน 3 ระบบ ซึ่งบริเวณพื้นที่ดังกล่าวศักยภาพพลังงานลมมีมากพอสำหรับระบบสูบน้ำด้วยกังหันลม โดยเลือกใช้เทคโนโลยีกังหันลมที่มีอยู่แล้ว ในเชิงพาณิชย์ภายในประเทศ ซึ่งเป็นกังหันลมแบบหลายใบ ขนาดความสูง 18 เมตร 3 ตัว เส้นผ่าศูนย์กลาง 14 ฟุต จำนวน 30 ใบ ปั๊มน้ำแบบลูกสูบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5 นิ้ว มีระยะชัก 7 นิ้ว และเนื่องจากพลังงานลมไม่มีช่วงเวลาที่แน่นอน จึงมีความจำเป็นต้องมีหอถังสูง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ ซึ่งได้กำหนดใช้หอถังสูง 12 เมตร เพื่อสร้างหัวยกน้ำที่พอเหมาะในการให้น้ำกับแปลงเกษตรที่ใช้แบบ หัวฉีดย่อย หรือน้ำหยด จากข้อมูลการวัดพลังงานลมบริเวณข้างเคียง พบว่า มีความเร็วลมเฉลี่ยประมาณ 7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วันละ 13 ชั่วโมง ซึ่งกังหันลมรูปแบบที่เลือกใช้นี้สามารถสูบน้ำได้เฉลี่ย วันละ 15-20 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ที่หัวยกน้ำรวม 18 เมตร และได้กำหนดให้มีหอถังสูงเก็บน้ำได้ร้อยละ 60 โดยปริมาตร จึงเลือกใช้หอถังสูงขนาดความจุ 12 ลูกบาศก์เมตร

ผลการดำเนินงาน/ศึกษา

ได้ดำเนินการจัดตั้งระบบฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลเพื่อทำการวิเคราะห์ระบบฯ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพลังงานลม

ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพลังงานลมสามารถเข้าไปศึกษาค้นคว้าได้ที่ วิศวกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ www.fortunecity.com/meltingpot/kamimura/278/wind/index_wind.htm และหากต้องการทราบ ศักยภาพพลังงานลม และโครงการจัดทำแผนที่ศักยภาพพลังงานลม ก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ กรม--พัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน www.dedp. go.th/



จาก : บรรจง - 17/11/2005 10:24

ข้อความ : web สูตรการคำนวน กังหันลม แล้วไปที่ เทคโนโลยีกังหันลม http://www.egat.co.th/rdo/energy/web-wind/index_wind.htm

จาก : บรรจง - 17/11/2005 10:48

ข้อความ : ลมเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ ความกดดันของบรรยากาศและแรงจากการหมุนของโลก สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเร็วลมและกำลังลม เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าลมเป็นพลังงานรูปหนึ่งที่มีอยู่ในตัวเอง ซึ่งในบางครั้งแรงที่เกิดจากลมอาจทำให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยพังทลายต้นไม้หักโค่นลง สิ่งของวัตถุต่างๆ ล้มหรือปลิวลอยไปตามลม ฯลฯ ในปัจจุบันมนุษย์จึงได้ให้ความสำคัญและนำพลังงานจากลมมาใช้ประโยชน์มากขึ้น เนื่องจากพลังงานลมมีอยู่โดยทั่วไป ไม่ต้องซื้อหา เป็นพลังงานที่สะอาดไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสภาพแวดล้อม และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น

เทคโนโลยีกังหันลม

กังหันลม คือ เครื่องจักรกลอย่างหนึ่งที่สามารถรับพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลมให้เป็นพลังงานกลได้ จากนั้นนำพลังงานกลมาใช้ประโยชน์โดยตรง เช่น การบดสีเมล็ดพืช การสูบน้ำ หรือในปัจจุบันใช้ผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า การพัฒนากังหันลมเพื่อใช้ประโยชน์มีมาตั้งแต่ชนชาวอียิปต์โบราณและมีความต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยการออกแบบกังหันลมจะต้องอาศัยความรู้ทางด้านพลศาสตร์ของลมและหลักวิศวกรรมศาสตร์ในแขนงต่างๆ เพื่อให้ได้กำลังงาน พลังงาน และประสิทธิภาพสูงสุด

รูปแบบเทคโนโลยีกังหันลม

กังหันลมสามารถแบ่งออกตามลักษณะการจัดวางแกนของใบพัดได้ 2 รูปแบบ คือ

1. กังหันลมแนวแกนตั้ง (Vertical Axis Turbine (VAWT)) เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุนและใบพัดตั้งฉากกับการเคลื่นที่ของลมในแนวราบ

2. กังหันลมแนวแกนนอน (Horizontal Axis Turbine (HAWT)) เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุนขนานกับการเคลื่อนที่ของลมในแนวราบ โดยมีใบพัดเป็นตัวตั้งฉากรับแรงลม

ส่วนประกอบของเทคโนโลยีกังหันลม

1. กังหันลมเพื่อสูบน้ำ (Wind Turbine for Pumping) เป็นกังหันลมที่รับพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลมและเปลี่ยนให้เป็นพลังงานกลเพื่อใช้ในการชักหรือสูบน้ำจากที่ต่ำขึ้นที่สูงเพื่อใช้ในการเกษตร การทำนาเกลือ การอุปโภคและการบริโภค ปัจจุบันมีใช้อยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบระหัดและแบบสูบชัก

2. กังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า (Wind Turbine for Electric) เป็นกังหันลมที่รับพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลมและเปลี่ยนให้เป็นพลังงานกล จากนั้นนำพลังงานกลมาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ปัจจุบันมีการนำมาใช้งานทั้ง กังหันลมขนาดเล็ก (Small Wind Turbine) และกังหันลมขนาดใหญ่ (Large Wind Turbine)

กังหันลมแนวแกนตั้ง

กังหันลมแนวแกนตั้ง (Vertical Axis Turbine (VAWT)) เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุนและใบพัดตั้งฉากกับการเคลื่อนที่ของลมในแนวราบ ซึ่งทำให้สามารถรับลมในแนวราบได้ทุกทิศทาง มีเพียง 2 แบบ คือ กังหันลมแดร์เรียส (Darrieus) ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส และกังหันลมซาโวเนียส (Savonius) ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกในประเทศฟินแลนด์ กังหันลมแบบแกนตั้งมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนพลังงานต่ำ มีข้อจำกัดในการขยายให้มีขนาดใหญ่และการยกชุดใบพัดเพื่อรับแรงลม การพัฒนาจึงอยู่ในวงจำกัดและมีความไม่ต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการใช้งานกังหันลมแบบแกนตั้งน้อยมาก
กังหันลม Savonius กังหันลม Darrieus
กังหันลม Cycrotor กังหันลม Giromill


กังหันลมแนวแกนนอน

กังหันลมแนวแกนนอน (Horizontal Axis Turbine (HAWT)) เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุนขนานกับทิศทางของลมโดยมีใบพัดเป็นตัวตั้งฉากรับแรงลม ได้แก่ กังหันลมวินด์มิลล์ (Windmills) กังหันลมใบเสื่อลำแพน กังหันลมชนิดหลายใบพัดสำหรับสูบน้ำ กังหันลมชนิด 1, 2, 3, 4 หรือ 6 ใบพัดสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งกังหันลมผลิตไฟฟ้าชนิด 3 ใบพัดได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีการใช้งานมากที่สุดในปัจจุบันเนื่องจากมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนพลังงานสูง

กังหันลม Windmill กังหันลมฉุดน้ำใบเสื่อลำแพน

กังหันลมสูบน้ำ กังหันลมผลิตไฟฟ้า


กังหันลมแบบระหัดฉุดน้ำของคนไทยโบราณ

การใช้พลังงานลมเพื่อฉุดน้ำจากที่ต่ำมาใช้ในพื้นที่สูงในประเทศไทยนั้น ได้มีการใช้มาเป็นเวลานานแล้วและยังใช้มาจนถึงปัจจุบัน พบเห็นได้จากการใช้กังหันลมฉุดน้ำเพื่อทำนาเกลือ กังหันลมแบบระหัดฉุดน้ำเป็นการประดิษฐ์คิดค้นขึ้นด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านในสมัยโบราณของไทย เพื่อใช้ในนาข้าว นาเกลือและนากุ้ง เช่นเดียวกันกับการประดิษฐ์กังหันลมวินด์มิลล์ (Windmills) เพื่อฉุดน้ำและใช้แรงกลช่วยในการแปรผลิตผลทางการเกษตรของชาวยุโรป วัสดุที่ใช้ประดิษฐ์กังหันลมแบบระหัดฉุดน้ำ เป็นวัสดุที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น ราคาถูกและมีความเหมาะสมต่อการใช้งานตามสภาพพื้นที่ภูมิประเทศ ใบพัดกังหันลมปกติจะมีจำนวน6 ใบพัด วัสดุที่ใช้ทำใบกังหันลมจะทำมาจากเสื่อลำแพนหรือผ้าใบ โดยตัวโครงเสา รางน้ำ และใบระหัด จะทำจากไม้เนื้อแข็งซึ่งมีความทนทานต่อน้ำเค็ม สามารถใช้งานได้ยาวนาน กังหันลมแบบระหัดฉุดน้ำใช้ความเร็วลมตั้งแต่ 2.5 เมตร/วินาที ขึ้นไปในการหมุนใบพัดกังหันลม หากมีลมแรงมากไปก็สามารถปรับม้วนใบเก็บให้เหลือสำหรับรับแรงลมเพียง 3 ใบ เพื่อให้มีความเหมาะสมสำหรับการใช้งาน เมื่อไม่ต้องการใช้งานก็ม้วนใบเก็บทั้ง 6 ใบ

ส่วนประกอบที่สำคัญของกังหันลมแบบระหัดฉุดน้ำ

1. ส่วนของใบพัด ก้านใบทำจากไม้ยึดติดกับแกนหมุน ใบรับลมทำจากเสื่อลำแพนหรือผ้าใบ ปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้แผ่นพลาสติก มีจำนวน 6 ใบ แกนหมุนตั้งในแนวนอนอยู่บนเสาไม้

2. เสาของกังหันลม ทำจากไม้จำนวน 2 ต้น ปักไว้เป็นคู่เพื่อรองรับแกนหมุน

3. สายพานขับแกนเพลา ทำจากเชือกที่มีความเหนียวและทนต่อแรงเสียดสี ทำหน้าที่ถ่ายแรงจากการหมุนของแกนหมุนไปยังแกนเพลาให้หมุนตามเพื่อใช้ฉุดระหัดไม้

4. แกนเพลา ทำจากเหล็กหรือไม้กลม วางอยู่บนเสาไม้คู่เหนือพื้นดินที่พอเหมาะ มีซี่ไม้ลักษณะคล้ายเฟืองยึดติดกลางแกนเพลาเพื่อขับหมุนฉุดแผ่นระหัด

5. ส่วนของรางน้ำและระหัด ทำจากไม้ ลักษณะรางน้ำเป็นกล่องรางไม้ตัวยู (u) หงายขึ้น พาดเฉียงระหว่างท้องน้ำกับพื้นนาเกลือแล้วใช้ไม้แผ่นขนาดเท่าหน้าตัดของกล่องรางน้ำทำระหัดเรียงต่อกันเป็นซี่ๆ ด้วยเชือกหรือโซ่ห่างกันพอประมาณเพื่อกักเก็บและฉุดน้ำเคลื่อนตัวจากที่ต่ำขึ้นที่สูง



เมื่อปี พ.ศ. 2524 ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานลมในประเทศไทยได้ประเมินการใช้งานกังหันลมแบบระหัดฉุดน้ำที่มีใบพัดทำด้วยไม้ ที่ใช้ในนาข้าวมีจำนวนประมาณ 2,000 ชุด และกังหันลมแบบระหัดฉุดน้ำที่มีใบพัดทำด้วยเสื่อลำแพนหรือแบบผ้าใบ ที่ใช้ในนาเกลือหรือนากุ้งมีจำนวนประมาณ 3,000 ชุด ต่อมาได้พบว่าจำนวนกังหันลมดังกล่าวลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงจากการพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมเป็นอุตสาหกรรม และการเข้ามาแทนที่ของเครื่องยนต์สูบน้ำ ในปี พ.ศ. 2531 มีการสำรวจจำนวนกังหันลมเฉพาะในบริเวณ 20 ตารางกิโลเมตรของจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงครามพบว่ามีกังหันลมเหลืออยู่จำนวน 667 ชุด ในปัจจุบันจำนวนกังหันลมเหลืออยู่น้อยมาก คงพบเห็นได้ในบริเวณนาเกลือข้างถนนตามทางหลวงหมายเลข 35 รอยต่อของพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงคราม กังหันลมดังกล่าวถือได้ว่าเป็นชนิดดั้งเดิมจากภูมิปัญญาชาวบ้านของคนไทยโบราณ ที่สามารถใช้พลังงานลมทดแทนพลังงานไฟฟ้าเพื่อสูบน้ำได้เป็นอย่างดี ในอนาคตคงหาดูได้ยากและอาจสูญหายหากไม่มีการอนุรักษ์ไว้

กังหันลมใบเสื่อลำแพนฉุดน้ำเข้านาเกลือ วิธีกางใบพัดเมื่อต้องการใช้งาน

รางและระหัดไม้ฉุดน้ำเข้านาเกลือ กังหันลมแบบสูบน้ำในปัจจุบัน

กังหันลมแบบสูบชักเป็นกังหันลมชนิดหลายใบ ส่วนใหญ่ใช้ในการสูบน้ำจากบ่อ สระน้ำ หนองน้ำ และแหล่งน้ำอื่นๆ ที่มีความลึกไม่มากนัก เพื่อใช้อุปโภค ใช้ในทางการเกษตรและใช้ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ มีความสามารถในการยกหรือดูดน้ำได้ในระยะที่สูงกว่าแบบระหัด เพื่อความเข็งแรงวัสดุที่ใช้ทำใบพัดและโครงสร้างเสาของกังหันลมชนิดนี้มักเป็นโลหะเหล็ก ถ้าผลิตในประเทศขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใบพัด ประมาณ 4 - 6 เมตร จำนวนใบพัด 18, 24, 30, 45 ใบ การติดตั้งแกนใบพัดสูงจากพื้นดินประมาณ 12-15 เมตร ตัวห้องเครื่องถ่ายแรงจะเป็นแบบข้อเหวี่ยงหรือเฟืองขับ กระบอกสูบน้ำมีขนาดตั้งแต่ 3-15 นิ้ว ปริมาณน้ำที่สูบได้ขึ้นอยู่กับขนาดกระบอกสูบน้ำและปริมาณความเร็วลม กังหันลมเริ่มหมุนทำงานที่ความเร็วลม 3.0 เมตร/วินาที ขึ้นไปและสามารถทำงานต่อเนื่องได้ด้วยแรงเฉื่อยที่ความเร็วลม 2.0 เมตร/วินาที แกนใบพัดสามารถหมุนเพื่อรับแรงลมลมได้รอบตัวโดยมีใบแพนหางเสือเป็นตัวควบคุมการหมุน มีระบบความปลอดภัยหยุดหมุนในกรณีที่ลมแรงเกินกำหนด

ส่วนประกอบที่สำคัญของกังหันลมแบบสูบชักเพื่อสูบน้ำ

1. ใบพัด ทำจากเหล็กกาวาไนท์หรือแผ่นสังกะสีชนิดหนาอย่างดี ไม่เป็นสนิมทนทานต่อกำลังลม ทำหน้าที่รับแรงลมแล้วเปลี่ยนพลังงานจลน์จากลมเป็นพลังงานกลและส่งต่อไปยังเพลาประธาน

2. ตัวเรือน ประกอบไปด้วยเพลาประธานหรือเพลาหลักทำด้วยเหล็กสแตนเลสที่มีความแข็งเหนียวทนต่อแรงบิดสูง ชุดตัวเรือนเพลาประธานเป็นตัวหมุนถ่ายแรงกลเข้าตัวห้องเครื่อง ภายในห้องเครื่องจะเป็นชุดถ่ายแรงและเกียร์ที่เป็นแบบข้อเหวี่ยงหรือแบบเฟืองขับ เพื่อถ่ายเปลี่ยนแรงจากแนวราบเป็นแนวดิ่งเพื่อดึงก้านชักขึ้นลง ใช้น้ำมันเป็นตัวหล่อลื่นในห้องเครื่อง

ส่วนประกอบของกังกันลมสูบน้ำ

3. ชุดแพนหาง ประกอบไปด้วยใบแพนหางทำจากเหล็กแผ่น ที่ทำหน้าที่บังคับตัวเรือนและใบพัดเพื่อให้หันรับแรงลมในแนวราบได้ทุกทิศทาง และโซ่ล็อคแพนหางซึ่งทำหน้าที่ล็อคแพนหางให้พับขนานกับใบพัดเมื่อได้รับแรงลมที่ความเร็วลมเกิน 8 เมตร/วินาที และส่ายหนีแรงปะทะของแรงลม

4. โครงเสา ทำด้วยเหล็กประกอบเป็นโครงถัก (Truss Structure) ความสูงของกังหันลมสูบน้ำ มีความสำคัญอย่างมากในการพิจารณาติดตั้งกังลม เพื่อให้สามารถรับลมได้ดี กำหนดที่ความสูงประมาณ 12-15 เมตร และมีแกนกลางเป็นตัวบังคับก้านชักให้ชักขึ้นลงในแนวดิ่ง

5. ก้านชัก ทำด้วยเหล็กกลมตัน รับแรงชักขึ้นลงในแนวดิ่งจากเฟืองขับในตัวเรือน เพื่อทำหน้าที่ปั้มอัดกระบอกสูบน้ำ และถูกบังคับให้ชักขึ้นลงได้ในแนวดิ่งด้วยตัวประคองก้านชัก (Slip Control) ที่อยู่กึงกลางโครงเสาในแต่ละช่วง

6. กระบอกสูบน้ำ ลูกสูบของกระบอกสูบน้ำวัสดุส่วนใหญ่เป็นทองเหลืองหรือสแตนเลส มีความคงทนต่อกรดและด่าง สามารถรับแรงดูดและแรงส่งได้สูง มีหลายขนาดแต่ที่ใช้ทั่วไปมีขนาด 3 - 15 นิ้ว ใช้สูบน้ำได้ทั้งจากบ่อบาดาลและแหล่งน้ำตามธรรมชาติอื่นๆ การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับระยะหัวน้ำและการออกแบบ

7. ท่อน้ำ ซึ่งจะประกอบไปด้วยท่อดูดขนาด 2 นิ้ว ต่อระหว่างปั้มน้ำกับแหล่งน้ำที่จะสูบและติดฟุตวาล์วกันน้ำไหลกลับ ท่อส่งขนาด 1.5 นิ้ว ต่อระหว่างปั้มน้ำกับถังกักเก็บน้ำเพื่อส่งน้ำที่ดูดได้ไปไว้ที่ถังเก็บน้ำ





กังหันลมสูบน้ำของต่างประเทศ กังหันลมสูบน้ำในฟาร์มปศุสัตว์





กังหันลมสูบน้ำเพื่อการเกษตร กังหันลมสูบน้ำของไทย


http://www.dede.go.th/dede/index.php?id=97

จาก : บรรจง - 17/11/2005 15:01

ข้อความ : กังหันลมที่ใช้งานจริงๆ นั้น ส่วนที่เป็นแกน และข้อเหวี่ยงจะต้องใช้ท่อนเหล็กกลมยาวที่แข็งแรงมาก เพื่อที่จะชักรอกเอาถังน้ำขึ้นมาจากบ่อได้

นอกจากนั้นแล้ว เรายังใช้พลังงานลมช่วยงานอย่างอื่นด้วยโดยเฉพาะงานที่หนัก และน่าเบื่อหน่ายอย่างการโม่แป้ง เดิมเราโม่แป้งกันโดยการค่อยๆ หยอดเมล็ดข้าวลงในเครื่องโม่ จากนั้นออกแรงโม่กันจนเหน็ดเหนื่อย แต่เมื่อมีผู้คิดวิธีใช้กังหันลมและพลังงานลมเข้าช่วยการโม่แป้งแล้ว งานที่แสนจะน่าเบื่อหน่ายนี้ก็สำเร็จลุล่วงไปโดยรวดเร็ว

ที่ปลายของล้อที่อยู่ในเครื่องโม่แป้งนั้นจะมีหินโม่แป้งขนาดใหญ่สองก้อน หินก้อนหนึ่งจะอยู่นิ่งกับที่ ส่วนหินอีกก้อนจะเคลื่อนที่ตามการชักรอกของแกนที่ต่อกับล้อและเฟืองด้านบน

เมื่อต้องการจะโม่แป้งก็จะนำเมล็ดข้าวหรือข้าวโพดเทลงในช่องตรงกลางของหินก้อนบน ข้าวหรือข้างโพดจะถูกหินบดจนเป็นแป้งแล้วไหลออกมาตามท่อ จากนั้นจึงบรรจุกระสอบต่อไป


http://www.teenet.chula.ac.th/kid/zone4a.asp?ID=185


จาก : บรรจง - 17/11/2005 15:48

ข้อความ : คอลัมน์ไขปัญหาพลังงาน :
มติชน ฉบับวันที่ 1 กันยายน 2546
พลังงานหมุนเวียน จุดเริ่มต้นของการลด CO2


ฉบับที่ผ่านมา เราคงได้ทราบกันดีแล้วว่า ภายใต้พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ประเทศที่พัฒนาแล้วมีความจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากการผลิตไฟฟ้า ดังนั้นหลายประเทศในยุโรป จึงหันมาให้ความสนใจในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ประเทศเดนมาร์ก จึงมีการพัฒนาพลังงานลม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการลดการปล่อยก๊าซ CO2 ซึ่งทั่วประเทศพบว่ามีกำลังในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมประมาณ 2,500 เมกะวัตต์ต่อปี และตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าให้มีมากขึ้น โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ เกาะแซมโซ (Samsoe) ซึ่งใช้กังหันลมผลิตไฟฟ้ามากที่สุด อย่างไรก็ดี พลังงานลมก็ยังมีต้นทุนการผลิตที่สูงอยู่ ซึ่งก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ

ทั้งนี้ นอกจากมีการใช้พลังงานลมในการผลิตไฟฟ้าแล้ว ประเทศเดนมาร์กยังมีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พลังน้ำ และพลังงานชีวมวลเพื่อผลิตไฟฟ้าด้วย แม้จะมีกำลังการผลิตไม่มากเท่าพลังงานลม เนื่องด้วยสภาพภูมิศาสตร์ และภูมิอากาศของประเทศ ซึ่งไม่เอื้ออำนวยต่อการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานเหล่านี้เท่าใดนัก แต่ปัจจุบันรัฐบาลก็ให้การสนับสนุนระบบพลังงานหมุนเวียน โดยได้ออกกฎระเบียบให้พลังงานไฟฟ้าที่มาจากพลังงานหมุนเวียนจัดเป็น Priority Power คือ รัฐจะเป็นผู้รับซื้อพลังงานไฟฟ้าเหล่านี้เป็นอันดับแรก ก่อนที่จะรับซื้อไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่นๆ

สำหรับต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าของพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเดนมาร์ก ยังถือว่า สูงมากประมาณ 3 เท่า เมื่อเทียบกับราคาค่าไฟปกติที่ระดับ 1.5 โครนต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง (9.75 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง) แต่คาดว่าในอนาคตการพัฒนาเทคโนโลยีที่สูงขึ้น จะทำให้ต้นทุนลดต่ำลงได้

ในด้านของการใช้พลังงานชีวมวล สำหรับประเทศเดนมาร์ก พบว่า ในปี 2001 มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวล คิดเป็นสัดส่วนเมื่อเทียบกับพลังงานชีวมวลด้วยกันเอง ดังนี้ ฟางข้าว 11.7% เศษไม้ 25.5% ก๊าซชีวภาพ 31% และขยะ 31.8% แม้จะไม่มากเท่าใดนักเมื่อเทียบกับกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ แต่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยลดก๊าซ CO2 ได้

ประเทศฟินแลนด์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ลงนามในพิธีสารเกียวโต ทั้งนี้มีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซ CO2ให้ได้จำนวน 25% ภายในปี 2010 เมื่อเทียบกับปี 1995 ซึ่งปัจจุบันมี สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากถึง 30% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากเศษไม้ คิดเป็นสัดส่วน 85% ที่ผลิตได้จากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด และคาดว่าจะมีการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายของการลดก๊าซ CO2 ที่วางไว้

ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีการส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เช่นกัน มีการจัดตั้งเป็นหมู่บ้านพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 500 ครัวเรือน โดยรัฐให้เงินสนับสนุนในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาเรือนในอัตราจำนวน 3.5 ยูโรต่อวัตต์ (210 บาทต่อวัตต์) เพื่อผลิตไฟฟ้า อย่างไรก็ตามไฟฟ้าที่ผลิตได้ยังไม่เพียงต่อความต้องการใช้ในแต่ละบ้าน โดยจะผลิตได้เพียงครึ่งเดียว ทำให้ส่วนหนึ่งของการใช้ยังจำเป็นต้องมีการซื้อไฟจากการไฟฟ้า

นอกจากนี้การหันมาให้ความสนใจในการใช้พลังงานหมุนเวียน ไม่เพียงแต่ดึงดูดบริษัทที่ชำนาญการด้านไฟฟ้าเท่านั้น ปัจจุบันบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติยักษ์ใหญ่อย่างเช่น บริษัท Shell, BP ก็เริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ได้แก่ กังหันลม เซลล์แสงอาทิตย์ และเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) เพราะเห็นว่าเป็นพลังงานที่จะเข้ามามีส่วนสำคัญในอนาคต และการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ จะทำให้ราคาค่าไฟลดต่ำลงได้

ด้านประเทศไทย แม้ไม่ได้มีพันธะที่ต้องลด CO2 ตามพิธีสารเกียวโต แต่ก็ได้มีการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนขึ้นมาใช้ เนื่องจากเป็นประเทศเกษตรกรรม จึงพบว่าศักยภาพพลังงานชีวมวลที่สามารถนำมาผลิตไฟฟ้าได้เป็นจำนวนมาก ได้แก่ แกลบ ชานอ้อย และเหง้ามันสำปะหลัง สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 536 เมกะวัตต์ 988 เมกะวัตต์ และ 118 เมกะวัตต์ ตามลำดับ และที่ผ่านมาสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ภายใต้กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้ให้การสนับสนุน เพื่อให้มีการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงหมุนเวียนมากขึ้น และปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าที่ผ่านการอนุมัติได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 15 โครงการ ใน 11 จังหวัดทั่วไป และคาดว่าจะมีการเปิดให้มีการสนับสนุนต่อไป

การพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ส่วนหนึ่งจะเห็นได้ว่าขึ้นอยู่กับสภาพภูมิศาสตร์ และศักยภาพพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่ในประเทศ ดังนั้นแนวทางการพัฒนาเพื่อให้ได้พลังงานที่สะอาดหรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงต่างกันไป แต่ถึงอย่างไรก็ตามการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐก็เป็นสิ่งสำคัญ ด้วยเหตุผลเพื่อรองรับพลังงานฟอสซิลที่นับวันจะยิ่งลดน้อยลง และจำเป็นต้องหาพลังงานใหม่เข้ามาทดแทน ตลอดจนสิ่งสำคัญก็คือ เพื่อโลกของเรา


จาก : บรรจง - 17/11/2005 16:17

ข้อความ : พลังงานลม
มีสาเหตุใหญ่มาจากความร้อนที่แผ่จากดวงอาทิตย์สู่โลกเราให้กับอากาศไม่เท่าเทียมกัน ทำให้อากาศร้อนที่เบากว่าลอยขึ้นและอากาศเย็นที่หนักกว่าลอยเข้ามาแทนที่ เช่น อากาศใกล้บริเวณศูนย์สูตรจะร้อนกว่าอากาศใกล้บริเวณขั้วโลกอากาศที่เบากว่าจะลอยตัวขึ้นขณะที่อากาศหนักกว่าจะเคลื่อนเข้ามาแทนที่ลมเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ ความกดดันของบรรยากาศและแรงจากการหมุนของโลก สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเร็วลมและกำลังลม เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าลมเป็นพลังงานรูปหนึ่งที่มีอยู่ในตัวเอง ซึ่งในบางครั้งแรงที่เกิดจากลมอาจทำให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยพังทลายต้นไม้หักโค่นลง สิ่งของวัตถุต่างๆ ล้มหรือปลิวลอยไปตามลม ฯลฯ ในปัจจุบันมนุษย์จึงได้ให้ความสำคัญและนำพลังงานจากลมมาใช้ประโยชน์มากขึ้น เนื่องจากพลังงานลมมีอยู่โดยทั่วไป ไม่ต้องซื้อหา เป็นพลังงานที่สะอาดไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสภาพแวดล้อม และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น
ประโยชน์ของพลังงานลม(กังหันลม)
ประวัติ
ในศตวรรษที่ 12 กังหันลมถูกนำมาใช้ในยุโรป ในศตวรรษที่ 14 มีการใช้กังหัน สำหรับสูบน้ำในฮอลแลนด์ โดยมีการพัฒนารูปแบบไปมากจนมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในชื่อของ ดัทชวินด์มิส์ล์ ปัจจุบันมีความพยายามที่จะนำพลังงานลมมาผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งมีใช้กันบ้างแล้วในสหรัฐอเมริกา

เทคโนโลยีกังหันลม
กังหันลม คือ เครื่องจักรกลอย่างหนึ่งที่สามารถรับพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลมให้เป็นพลังงานกลได้ จากนั้นนำพลังงานกลมาใช้ประโยชน์โดยตรง เช่น การบดสีเมล็ดพืช การสูบน้ำ หรือในปัจจุบันใช้ผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า การพัฒนากังหันลมเพื่อใช้ประโยชน์มีมาตั้งแต่ชนชาวอียิปต์โบราณและมีความต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยการออกแบบกังหันลมจะต้องอาศัยความรู้ทางด้านพลศาสตร์ของลมและหลักวิศวกรรมศาสตร์ในแขนงต่างๆ เพื่อให้ได้กำลังงาน พลังงาน และประสิทธิภาพสูงสุด

จาก : บรรจง - 17/11/2005 16:47

ข้อความ : เรื่องสิทธิบัตร

คำตอบ : การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้นั้นจะต้อง 1.เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ คือเป็นการประดิษฐ์ที่แตกต่างไปจากเดิม ยังไม่เคยมีใช้หรือแพร่หลายมาก่อนในประเทศ หรือไม่เคยเปิดเผยสาระสำคัญในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์มาก่อนทั้งในและนอกประเทศ หรือยังไม่เคยได้รับสิทธิบัตรมาก่อน 2. เป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น คือมีลักษณะที่เป็นการแก้ไขปัญหาทางเทคนิค หรือไม่เป็นการประดิษฐ์ที่อาจทำได้โดยง่ายต่อผู้ที่มีความรู้ในระดับธรรมดา 3.สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ซึ่งกังหันลมดังกล่าวถ้ามีหลักเกณฑ์ครบทั้ง 3 ข้อก็สามารถจดสิทธิบัตรได้
ผู้ตอบ : สำนักสิทธิบัตร 18/9/2546 15:43:30


จาก : บรรจง - 17/11/2005 16:58

ข้อความ : ลม (wind) คือการเคลื่อนที่ของอากาศ เนื่องจากเกิดความแตกต่างของอุณหภูมิหรือความกดอากาศระหว่าง 2 บริเวณ โดยทั่วไปลมจะพัดจากที่เย็นกว่าไปสู่ที่ร้อนหรือพัดจากบริเวณที่มีความกดอากาศสูง (ความหนาแน่นมาก) เข้าสู่บริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ (ความหนาแน่นน้อย) เราจำแนกลมออกได้หลายชนิดตามสถานที่ที่เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิ ดังนี้
ลมบกลมทะเล (Land and Sea Breeze)
ลมบก คือ ลมที่พัดจากชายฝั่งออกสู่ทะเล เกิดในเวลากลางคืน
ลมทะเล คือ ลมที่พัดจากทะเลเข้าหาฝั่ง เกิดในเวลากลางวัน
สาเหตุ : ในยามกลางวันพื้นดินร้อนระอุกว่าพื้นน้ำ อากาศเหนือพื้นดินที่ร้อนกว่าจะลอยตัวสูงขึ้นอากาศบริเวณผิวน้ำจะลอยตัวเข้ามาแทนที่ ในยามกลางคืน พื้นน้ำคายความร้อนได้ช้ากว่าพื้นดินจึงมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นดิน อากาศบริเวณผิวน้ำจะลอยตัวสูงขึ้น อากาศเหนือพื้นดินจะพัดเข้ามาแทนที่
ลมภูเขาและหุบเขา (Mountain and Valley Winds) เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างสันเขา (ยอดเขา) และหุบเขา
ลมภูเขา พัดจากสันเขาไปสู่หุบเขา เกิดตอนกลางคืน เนื่องจากบริเวณสันเขาที่อยู่สูงกว่าเย็นเร็วกว่าหุบเขา จึงมีลมพัดลงจากยอดเขาสู่หุบเขา
ลมหุบเขา พัดจากหุบเขาไปสู่สันเขา เกิดตอนกลางวัน เนื่องจากบริเวณหุบเขาเบื้องล่างจะมีอุณหภูมิต่ำกว่ายอดเขา จึงมีลมพัดไปตามความสูงของสันเขา

http://www.eduzone.th.edu/vichakan/bioshysic/biophysic1.html

จาก : บรรจง - 17/11/2005 17:07

ข้อความ : ศัพท์ภาษาอังกฤษ คำแปลเป็นไทยในวงการช่างสาขาต่างๆ

wind ลม [โยธา, ช่างก่อสร้าง]; การหมุน (กล้องโทรทัศน์) [สำรวจ]
windmill กังหันลม [โยธา]; โรงสีลม [สิ่งแวดล้อมน้ำ]


จาก : บรรจง - 17/11/2005 17:11

ข้อความ : กังหันลมแนว Vertical
กังหันลมแนวคิดใหม่ที่สร้างใบพัดให้รับลมในแนว Vertical เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่มีลมแรงมากๆ เช่น บริเวณชายทะเล เป็นต้น เนื่องจากการรับลมในแนว Vertical จึงทำให้ไม่จำเป็นที่จะต้องระวังเรื่องของความเสียหายมากนัก และยังไม่ต้องการการดูแลบำรุงรักษามากอีกด้วย เหมาะสำหรับในไปประยุกต์ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม โดยใช้รอบการทำงานประมาณ 100-300 รอบต่อนาที

http://www.kmitl.ac.th/park/a029.html

จาก : บรรจง - 17/11/2005 17:14

ข้อความ : กังหันลม
ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการแปลงพลังงานลมเป็นพลังงานไฟฟ้า สามารถใช้งานได้กับพื้นที่ที่มีปริมาณปานกลาง จนถึงพื้นที่ที่มีลมแรงมาก เช่นบริเวณ ชายทะเล ภูเขา และยังเป็นกังหันลมที่มีความแข็งแรง ไม่เป็นสนิม ต้องการการซ่อมบำรุงน้อย

http://www.kmitl.ac.th/park/a028.html

จาก : บรรจง - 17/11/2005 17:16

ข้อความ : Phys descr 48 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม.
Series หนังสือชุดพลังงานยั่งยืน ; เล่ม 5
Subject กังหันลม
พลังงานลม
Add auth ชาญชัย ลิมปิยากร
ยุวนันท์ สันติทวีฤกษ์
อุไรพรรณ ปรางอุดมทรัพย์
ทิศนา ดำริห์สมกุล, ผู้แปล
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. โครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อชนบทและการพัฒนาที่ยั่งยืน
Var title Wind energy
ISBN - 9742290865
กังหันลม หนังสือชุดพลังงานยั่งยืน ; เล่ม 5 48 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม.

พลังงานลม = Wind energy / [คณะผู้จัดทำ, ชาญชัย ลิมปิยากร, ยุวนันท์ สันติทวีฤกษ์, อุไรพรรณ ปรางอุดมทรัพย์ ; ผู้แปลและเรียบเรียง, ทิศนา ดำริห์สมกุล

[กรุงเทพฯ] : โครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อชนบทและการพัฒนาที่ยั่งยืน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2545
http://mulinet1.li.mahidol.ac.th/search*eng/c?SEARCH=TJ820+%BE453+2545

เป็นหนังสือที่ดีมาก เนื้อหากล่าวถึง
1 หลักการพื้นฐานทางกายภาพและเทคนิ ( Physical and Technical Fundamentals )
2 การบันทึกข้อมูลและการจัดทำข้อมูล
3 กิจกรรมที่ใช้พลังงานลมและอุปกรณ์
4 ประเด็นที่ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมในการผลิตกังหันลม
5 การใช้พลังงานลมในประเทศไทยในอดีต
6 เอกสารอ้างอิง

เหมาะสำหรับนิสิต นักสึกษา ประชาชนผู้สนใจเรื่อง กังกันลม ติดต่อที่

โครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อชนบทและการพัฒนาที่ยั่งยืน
ฝ่ายสนับสนุนงานวิจัย พัฒนาและวิศวกรรมและเสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กร
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
73/1 อาคารสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ ฯ 10400
โทรศัพท์ 02 6448150 - 9 ต่อ 310, 402, 405
โทรสาร 026448028

http://www.nstda.or.th/rural/thairural




จาก : บรรจง - 17/11/2005 18:10

ข้อความ : แก้ไขเป็น ดังนี้นะครับ


http://www.nstda.or.th/rural/

จาก : บรรจง - 17/11/2005 18:22

ข้อความ : บุคคลากร

1. ผศ.ชาญชัย ลิมปิยากร ผู้ประสานงาน โทรศัพท์ (02) 564 7000 ต่อ 1407
2. น.ส. อุไรพรรณ ปรางอุดมทรัพย์ นักวิเคราะห์โครงการ โทรศัพท์ (02) 564-7000 ต่อ 1409 E-mail : uraipan@nstda.or.th
3. น.ส.กัลยารัตน์ รัตนะจิตร นักวิเคราะห์โครงการ โทรศัพท์ (02) 564-7000 ต่อ 1406 E-mail : kanlayarat@nstda.or.th
4. นายธนากร เจริญรัตน์ นักวิเคราะห์โครงการ โทรศัพท์ (02) 564-7000 ต่อ 1408 E-mail : thanakorn@nstda.or.th
5. นายสมชาย ภู่โต โทรศัพท์ (02) 564-7000 ต่อ 1405


เข้าไปในweb ที่อยู่เป็นดังนี้

สถานที่

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
ถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง
จ.ปทุมธานี 12120
โทรศัพท์ 0 2564 7000 ต่อ 1405-9 โทรสาร 0 2564 7004



จาก : บรรจง - 17/11/2005 18:26

ข้อความ : หิวข้าวแล้ว วันนี้แค่นี้ก่อนนะครับ ข่าวดี มีผู้ผลิตกังหันลมขายในเมืองไทยแล้วใช้สูบน้ำ ปั่นไฟฟ้า มีหลายขนาด ทำในประเทศไทยด้วยฝีมือคนไทย รับรองไม่ใช่ผมแน่ๆ วางขายต้นปี 49

ติดต่อ ดร. วิรชัย โรยนรินทร์ ครับ ท่านจบมาด้านการออกแบบกังหันลมโดยตรงครับ ที่ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
02-5493430-4 ผลิตขายปี 49



จาก : บรรจง - 17/11/2005 18:50

ข้อความ : ได้ความรู้เยอะจริงๆค่ะ

จาก : น้ำฝน - - chomphoonut_jk@hotmail.com - 18/11/2005 14:07

ข้อความ : ขอบคุณ คุณน้ำฝน หนังสือชุดพลังงานยั่งยืน เล่มที่ 5 กังหันลม ถ้าใครหาอ่านไม่ได้ ผมจะลงให้อ่านเร็วๆนี้

จาก : บรรจง - 20/11/2005 14:53

ข้อความ : ดิฉันอยากทราบหลักการทำงานและส่วนประกอบของกังหันลมค่ะ เพื่อจัดทำรายงานค่ะ ขอบคุณนะคะ

จาก : นักศึกษา - - sheoff7@hotmail.com - 22/11/2005 19:10

ข้อความ : น่ารักค่ะ

จาก : 1112 - - 1234@1212com - 22/11/2005 20:22

ข้อความ : ข้อความ : web สูตรการคำนวน กังหันลม แล้วไปที่ เทคโนโลยีกังหันลม http://www.egat.co.th/rdo/energy/web-wind/index_wind.htm

จาก : บรรจง - 23/11/2005 14:24

ข้อความ : คุณนักศึกษาครับเข้าไปใน web ข้างบนนะครับ แต่เครื่องคอม ฯ ของคุณต้องมีโปรแกรม adobe reader โดยทั่วไปจะลงโปรแกรมนี้อยู่แล้ว

จาก : บรรจง - 23/11/2005 14:37

ข้อความ : ขอบคุณนะคะ สำหรับการแนะนำ web ข้อมูลภายใน web เป็นประโยชน์อย่างมากค่ะ

จาก : นักศึกษา - - sheoff7@hotmail.com - 23/11/2005 21:52

ข้อความ : http://www.windmillworld.com/

น่าสนใจมาก โด้คความรู้ดี

จาก : บรรจง - 25/11/2005 10:52

ข้อความ : 1. กังหันลมเพื่อสูบน้ำ (Wind Turbine for Pumping) เป็นกังหันลมที่รับพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลมและเปลี่ยนให้เป็นพลังงานกลเพื่อใช้ในการชักหรือสูบน้ำจากที่ต่ำขึ้นที่สูงเพื่อใช้ในการเกษตร การทำนาเกลือ การอุปโภคและการบริโภค ปัจจุบันมีใช้อยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบระหัดและแบบสูบชัก

จาก : บรรจง - 25/11/2005 11:07

ข้อความ : พิมพ์ Wind Turbine for Pumping ที่ http://www.google.co.th/
ข้อมูลเพียบ

จาก : บรรจง - 25/11/2005 11:14

ข้อความ : สมสกุล เผ่าจินดามุข

สำหรับประเทศไทย หากมีใครพูดถึงโรงงานไฟฟ้า "พลังงานลม" อาจจะถูกมองหน้าด้วยความกังขาว่า "บ้าหรือเปล่า" เพราะแดดที่ร้อนอำมหิตแม้แต่หน้าหนาว น่าจะพูดถึง "โซลาร์เซลล์" มากกว่า

แต่ก็ใช่ว่า โอกาสที่จะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมในไทยจะเท่ากับศูนย์ ด้วยเทคโนโลยีกังหันสมัยใหม่ช่วยให้ประเทศที่มีกำลังลมต่ำสามารถสร้างฟาร์มกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในท้องถิ่นได้

แนวโน้มในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนด้วยกระแสลมปรากฏเค้าลางขึ้นเมื่อประมาณสามปีที่ผ่านมา หลังจากกรมพัฒนาส่งเสริมพลังงานได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาแห่งหนึ่งมาทำการศึกษาและจัดทำแผนที่ศักยภาพพลังงานลม หรือ Wind Map ของไทย โดยโครงการนี้เป็นการทำแผนที่ลม และการประเมินศักยภาพเบื้องต้นว่าประเทศไทยเหมาะที่จะนำลมมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานทดแทนมากน้อยแค่ไหน

"วัตถุประสงค์หลักในการจัดทำวินด์แมพก็คือ การจัดทำแผนที่ลมเป็นมาตรฐานของประเทศไทย โดยโครงการนี้ได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตัวที่ผมเองรับหน้าที่เป็นวิศวกรที่ปรึกษา" สมชาย ภูพงศ์ไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เฟลโลว์ เอ็นจิเนียร์ส คอนซัลแตนตส์ จำกัด เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของโอกาสในการทำฟาร์มกังหันลมในไทย

ในการดำเนินการเพื่อทำแผนที่ลมดังกล่าว ทีมวิจัยได้ทำการศึกษาจากข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวัดกระแสลม อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา การไฟฟ้าฝ่ายผลิต กองทัพอากาศ และกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือเป็นต้น จนรู้กายภาพของทิศทางลม และความเร็วลมเฉลี่ยตลอดทั้งปีจากการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม WindMap

การศึกษาครั้งนั้นพบว่า แหล่งศักยภาพพลังงานลมของไทยที่ดีมีกำลังลมเฉลี่ยทั้งปีที่ความเร็วลม 6.4 เมตรต่อวินาทีขึ้นไปที่ความสูง 50 เมตร แถบภาคใต้บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก เริ่มตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

แผนที่ลมที่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานจัดทำขึ้นมาครั้งนั้นอาจกล่าวว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจในการศึกษาเพื่อทำโรงไฟฟ้าพลังงานลมในอนาคต

"นอกจากโครงการจัดทำแผนที่ลมครั้งนั้นแล้ว ยังมีโครงการที่เกี่ยวกับเรื่องลมต่อเนื่องมา โดยทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ว่าจ้างให้บริษัทเป็นผู้ติดตั้งเครื่องวัดลมในสี่จังหวัดภาคใต้ นครศรีธรรมราช สงขลา พังงา และสตูล เพื่อศึกษาความเร็วลมที่พื้นที่ดังกล่าว แต่การวัดความเร็วลมครั้งนี้เป็นการวัดที่ความสูง 40 เมตร" คุณสมชายเล่าถึงความคืบหน้าในลำดับต่อมา

เสาที่มีความสูงถึง 40 เมตรดังกล่าว นับเป็นเสาที่ทันสมัยแห่งแรกในประเทศไทย ที่ผ่านมาไทยใช้เสาวัดความเร็วลมที่สูงสุดเป็นของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่ระดับ 26 เมตร ในการดำเนินการวัดกระแสลมครั้งล่าสุดนี้เป็นการตรวจวัดในหลายๆ ระดับ ที่ 20 เมตร 30 เมตร และ 40 เมตร และมีเป้าหมายเพื่อประเมินศักยภาพพลังงานลมโดยตรง และข้อมูลที่ได้ถูกนำวิเคราะห์วิจัยอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุณสมชายกล่าวว่า เหตุที่ต้องสูงถึง 40 เมตรนั้น เนื่องจากลมบนจะมีกระแสลมแรงเนื่องจากลมเคลื่อนที่ได้อิสระ ไม่มีสิ่งกีดขวาง แต่ลมผิวดินจะมีการเคลื่อนไหวที่ช้าเนื่องจากมีสิ่งกีดขวางคอยชะลอความเร็วลม ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน อาคาร หรือต้นไม้ เป็นต้น

การตรวจวัดกระแสลมในยุคก่อนจะอยู่ภายใต้การดำเนินการของกรมอุตุนิยมวิทยา แต่เป็นการตรวจวัดเพื่อวัตถุประสงค์ทางอุตุนิยมวิทยาเท่านั้น ดังนั้นการวัดจึงกระทำที่ระดับ 10 เมตร โดยทำการตรวจวัดวันละ 8 ครั้ง ห่างกันช่วงละสามชั่วโมง แต่การวัดดังกล่าวไม่เที่ยงตรงเพียงพอสำหรับใช้ประเมินกระแสลมเพื่อจัดทำโรงไฟฟ้าพลังงานลม ซึ่งต้องตรวจวัดต่อเนื่องกันตลอดเวลาด้วยอัตราเฉลี่ยทุกนาที สิบนาที และทุกหนึ่งชั่วโมงตลอด 24 ชั่วโมง

"จากการศึกษาทำให้เราทราบว่า ลมในประเทศไทยมีสองทิศทาง ได้แก่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ โดยทุกหกเดือนลมจะมีการหมุนสลับปรับเปลี่ยนกัน เดือนพ.ย.-เม.ย.จะเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนตะวันตกเฉียงใต้ที่มาจากอันดามันจะพัดตั้งแต่พ.ค.- ต.ค." คุณสมชาย กล่าว

การเกิดกระแสลมเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ โดยในเวลากลางวันดวงอาทิตย์ส่งพลังงานความร้อนมายังพื้นดิน เมื่อพื้นดินมีการคายตัวเกิดความกดอากาศขึ้น และความกดอากาศ ความแตกต่างของอากาศทำให้ลมเคลื่อนที่

"มันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นมานานแล้ว เพียงแต่เราเข้าไปศึกษาและดูกฎเกณฑ์และมาอธิบายทางวิทยาศาสตร์ และมาสรุปว่าประเทศไทยอยู่ในพื้นที่ที่มีลมพัดอย่างนี้ตลอดทั้งปีเป็นพลังงานที่เกิดขึ้นทั้งปีไม่มีหมดสิ้น ตราบใดที่ยังมีพระอาทิตย์และโลกก็ยังหมุนก็จะเกิดลมขึ้นอยู่ตลอดเวลา"

ข้อจำกัดที่กำราบด้วยเทคโนโลยี

แม้ว่าประเทศไทยจะตั้งอยู่ในเขตศูนย์สูตร ซึ่งหากเทียบกับประเทศที่อยู่ในยุโรปและสหรัฐ ประเทศเหล่านั้นมีอัตราความเร็วลมสูงกว่าที่ตั้งของไทย แต่เนื่องจากเทคโนโลยีการผลิตกังหันลมในปัจจุบันมีการพัฒนาสูงขึ้น ทำให้สามารถใช้ความเร็วลมในระดับที่ไม่สูงมากมาผลิตกระแสไฟฟ้าได้เช่นกัน

สมัยก่อน กังหันลมจะมีความสูงไม่เกิน 25 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 เมตร ต่อมาปี 2000 เสาถูกพัฒนาให้มีความสูงเพิ่มเป็น 70 เมตร มีเส้นผ่านสูงกลาง 50 เมตร และในปี 2003 เสาสูงถึง 100 เมตร สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 2,500 กิโลวัตต์ เส้นผ่านศูนย์กลางได้ถึง 80-90 เมตร และเมื่อไม่นานมานี้มีบริษัทแห่งหนึ่งประกาศว่า ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า จะผลิตกังหันลมที่ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 5,000 กิโลวัตต์ หรือ 5 เมกะวัตต์ต่อต้น

"ในทางเทคนิคแล้วทำได้ แต่ราคาแพงกว่าในยุโรปและสหรัฐ ถ้าจะทำให้เมืองไทยควรมีการสนับสนุนจากทางภาครัฐ อาจจะเป็นการชดเชยในเรื่องของพลังงานไฟฟ้า หรือช่วยเหลือผู้ที่จะทำโรงงานไฟฟ้าพลังงานลม ทุกประเทศในโลกในโครงการพลังงานลมได้รับความช่วยเหลือจากทางภาครัฐหมด ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง" กรรมการผู้จัดการบริษัท เฟลโลว์ เอ็นจิเนียร์ส คอนซัลแตนตส์ กล่าว

ในยุโรปและสหรัฐ รัฐบาลจะเข้ามาช่วยให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตกังหันไฟฟ้า เป็นการผลิตเพื่อเป็นสินค้าออก และผลิตเพื่อใช้ในประเทศ

คุณสมชายกล่าวถึงวิวัฒนาการของกังหันลมในต่างประเทศว่ามีแนวโน้มในการพัฒนาที่ต่อเนื่อง จากเมื่อก่อนที่มีราคาแพง แต่เมื่อมีการใช้งานมากขึ้นทำให้ราคาของกังหันถูกลง และคุ้มทุนมากขึ้น ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา สมัยก่อนอาจผลิตได้น้อย กำลังผลิตต่อหน่วยน้อย แต่ปัจจุบันการผลิตต่อต้นเพิ่มมากขึ้น

"ช่วงสิบปีที่แล้วการพัฒนากังหันลมมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในรอบสิบปีที่ผ่านมาถือว่า กังหันลมพัฒนาถึงขั้นที่เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน เริ่มมีเอกชนมาลงทุนและผลิตไปขายจากการพัฒนา และราคาสามารถแข่งขันกับการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงอื่นๆ โดยเฉพาะเชื้อเพลิงที่มาจากน้ำมัน" สมชาย กล่าว

ประเทศที่มีกังหันลมมากที่สุดในปัจจุบันคือ ประเทศเยอรมนี โดยตัวเลขล่าสุดในปี 2001 เยอรมนีผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมถึง 8,754 เมกะวัตต์ รองลงมาคือ สหรัฐ ผลิตกระแสไฟฟ้าจากฟาร์มกังหันลมได้ 4,200 เมกะวัตต์ ตามมาด้วยสเปน 3,300 เมกะวัตต์ เดนมาร์ก 2,400 เมกะวัตต์ ซึ่งเมื่อดูจากขนาดประเทศแล้ว สเปนถือว่าเป็นดาวรุ่งเบอร์รองลงมาคือสหรัฐอเมริกา

ยุโรปเป็นกลุ่มประเทศที่ก้าวหน้ามากที่สุดในการใช้พลังงานหมุนเวียนจากลมมาผลิตกระแสไฟฟ้า ถึงขนาดตั้งเป้าว่าภายในปี 2010 จะต้องผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมให้ได้ 60,000 เมกะวัตต์ ขณะที่ตัวเลขจากปี 2001 ระบุว่ายุโรปผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมได้ประมาณ 14,000 เมกะวัตต์

ในเยอรมนีเมื่อปี 1988 ผลิตกระแสไฟฟ้าจากกังหันลมประมาณ 137 เมกะวัตต์ ซึ่งครั้งนั้นยังมีจำนวนกังหันไม่เกินพันต้น อีกสิบห้าปีต่อมาเยอรมนีติดตั้งกังหันเพิ่มเป็นมากกว่าหมื่นชุด และผลิตกระแสไฟได้ 8,000 เมกะวัตต์

"ถ้าคิดจากแฟคเตอร์ 20-25% ซึ่งหมายถึงอัตราการผลิตกระแสไฟฟ้าได้จริงจากกังหันลม หมายความว่า เยอรมนีจะมีพลังงานไฟฟ้าใช้จากกังหันลม 2,000 เมกะวัตต์ ที่ใช้จากพลังงานธรรมชาติ จะเห็นว่ามีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เป็นกิจการที่มีความก้าวหน้า 30% ทุกปี อัตราการเติบโตสูงที่สุดในโลก" สมชาย กล่าว

ที่น่าสนใจคือในเอเชียพบว่า อินเดีย เป็นประเทศที่มีศักยภาพและวิวัฒนาการด้านพลังงานลมมาก โดยสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมได้ถึง 1,500 เมกะวัตต์ รัฐบาลอินเดียส่งเสริมการผลิตกังหันลมในเชิงอุตสาหกรรมอย่างมาก โดยรับถ่ายโอนเทคโนโลยีจากยุโรปและสหรัฐ

"นอกจากอินเดียแล้ว จีนเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เริ่มต้นพัฒนากังหันลม และผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม จะเห็นว่าจีนกับอินเดียเป็นผู้เล่นที่สำคัญ แม้แต่ญี่ปุ่นยังตามไม่ทันด้วยซ้ำ และมีแนวโน้มข้างหน้าว่า อินเดียจะสามารถส่งออกกังหันลมไปยังประเทศอื่น"

ทว่า ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับไม่มีวิวัฒนาการเรื่องพลังงานลมเลย ในกลุ่มประเทศอาเซียนพบว่ามีประเทศเดียวที่เริ่มติดตั้งกังหันลมเพื่อใช้เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ไม่มีวันหมด

คุ้มค่า ไม่มีวันหมด

สมชายมองว่า การผลิตกระแสไฟฟ้าจากกังหันลมมีข้อได้เปรียบจากการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แหล่งพลังงานจากฟอสซิล

ไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานลมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพสามารถป้อนกระแสไฟฟ้าให้กับชุมชนได้โดยตรง โดยไม่ต้องเสียค่าเดินสายไฟฟ้าจากแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าที่อยู่ห่างไกลออกไป ซึ่งล้วนแต่เป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถทดแทนโรงไฟฟ้าฟอสซิล และลดค่านำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศได้

"พลังงานลม ต้นทุนถูกกว่าพลังงานแสงอาทิตย์ 8-10 เท่า มีโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่แม่ฮ่องสอน ซึ่งมติ ครม.อนุมัติเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2545 ใช้เงินทั้งสิ้น 195 ล้านบาท เพื่อติดตั้ง 500 กิโลวัตต์ ถ้าเทียบเป็นพลังงานลมแล้ว โซลาร์ลงทุนต่อกิโลวัตต์ 8,600 ดอลลาร์ พลังงานลมในอเมริกา 1,000 ดอลลาร์ ทำในไทยเชื่อว่าจะถูกกว่าถึง 10 เท่า เพราะไทยเหมือนอินเดียที่สามารถผลิตใบพัดเองได้"

สมชายมองว่า โอกาสเกิดวินด์ฟาร์มในประเทศไทยมีความเป็นไปได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของรัฐบาล โดยส่วนตัวเขาเชื่อว่ามีเอกชนพร้อมลงทุนทันที

"เมืองไทยยกตัวอย่างทำรถยนต์ได้ เราเป็นดีทรอยต์ของเอเชีย หากผลิตกังหันลมเป็นสิ่งเล็กน้อยมาก ใบพัดก็ทำได้ เรามีโรงงานทำไฟเบอร์กลาสอยู่แล้ว ถ้าไม่ผลิตเองแต่นำเข้าใบพัดมา คิดดูเอาเองว่าใบพัดหนึ่งใบมีรัศมี 45 เมตร แค่ค่าขนส่งก็มหาศาลแล้ว แม้แต่เสาเราก็ทำเองได้ รวมถึงตัวเครื่องกำเนิดไฟฟ้า"

"ในอนาคตมีปัจจัยหนึ่งที่ควรพิจารณาซึ่งก็คือ การแพร่กระจายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือซีโอทูเครดิต ซึ่งประเทศที่ไปลงนามในเกียวโตโปรโตคอลถูกบังคับให้แพร่กระจายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ตามที่กำหนดไว้ และเริ่มบังคับใช้ในปี 2010 หากประเทศไหนทำไม่ได้ ต้องไปซื้อคาร์บอนเครดิตจากประเทศที่แพร่กระจายคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ" สมชายพูดถึงผลที่เกิดขึ้นจากอนุสัญญาเกียวโต

อีกปัจจัยหนึ่งอาจผลักดันให้ไทยหาแหล่งพลังงานทดแทนที่ไม่ก่อมลพิษมาผลิตกระแสไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้เร็วขึ้นคือ อนุสัญญาเกียวโตว่าด้วยการแพร่กระจายก๊าซเรือนกระจกที่จะเริ่มบังคับใช้ในปี 2010 ซึ่งหากประเทศที่ลงนามไม่สามารถทำได้ตามข้อกำหนดจะต้องไปซื้อคาร์บอนเครดิตจากประเทศอื่นที่มีอัตราแพร่กระจายต่ำ

สมชายกล่าวว่า เรื่องที่ควรทำอย่างยิ่งขณะนี้คือ หน่วยงานภาครัฐควรให้การสนับสนุน และมีการตั้งกรอบนโยบายขึ้นมาพร้อมกับตั้งเป้าหมายและสัดส่วนในการนำพลังงานลมมาใช้ในอัตราเทียบเคียงกับการเกิดโรงไฟฟ้าจากฟอสซิล "เราอาจจะตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2010 เราจะต้องมีพลังงานลม 3,000 เมกะวัตต์ หรือ อย่างน้อย 1,000 เมกะวัตต์ ผมเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สำหรับเมืองไทย"


จาก : บรรจง - 29/11/2005 08:56

ข้อความ : http://www2.dede.go.th/dede/renew/Twm/MAIN%20MAP%20-%201I.htm

webนี้จะบอกความเร็วลมทุกจังหวัด อำเภอ นะครับ มีเฉลี่ยรายเดือน รายปี เข้าไปชมได้

จาก : บรรจง - 29/11/2005 09:35

ข้อความ : วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2548
ผศ.ดร. จำนง สรพิพัฒน์
บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม

ในปี พ.ศ. 2546 กระทรวงพลังงานได้กำหนดเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานทดแทนให้มีการติดตั้งและผลิตกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 100 MW ในปี พ.ศ. 2554 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวนับได้ว่ามีความท้าทายต่อการรับผิดชอบในการจัดหาแหล่งพลังงานทดแทนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากในปัจจุบัน ประเทศไทยมีความรู้และประสบการณ์น้อยมากเกี่ยวกับเทคโนโลยีพลังงานลม



ที่ผ่านมาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ทำการติดตั้งกังหันลมเพื่อการผลิตไฟฟ้าเพื่อการทดลองเพียงแห่งเดียวคือ ที่แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต และมีกำลังการผลิตเพียง 150 KW เท่านั้น จึงนับว่าเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะนักวิจัยไทยที่จะให้การสนับสนุนต่อฝ่ายปฏิบัติการ เพื่อให้เกิดความสัมฤทธิ์บรรลุผลตามเป้าหมายของรัฐบาล

ปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเป็นที่นิยมกันมากในหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะในแถบยุโรปเหนือ เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวได้มีความก้าวหน้าไปอย่างมากในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จนทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากลมมีต้นทุนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับแหล่งพลังงานหมุนเวียนชนิดอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นในเขตที่มีกระแสลมเหมาะสมทั้งปี ต้นทุนจะต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งฟอสซิลเลยทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตาม การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในไทยยังมีอุปสรรคอยู่มาก เนื่องจากความเร็วลมมีค่าเฉลี่ยค่อนข้างต่ำกว่าความเร็วลมเฉลี่ยในเขตยุโรปเหนือเป็นอันมาก ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดที่สำคัญยิ่ง

เทคโนโลยีกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้าในยุโรปส่วนใหญ่แล้ว ออกแบบให้ทำงานที่เหมาะสมกับความเร็วลมเฉลี่ยเกินกว่า 8 เมตรต่อวินาทีขึ้นไป แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาขยายสมรรถนะการทำงานของกังหันลมดังกล่าวให้ดีขึ้นมาก โดยปรับปรุงให้สามารถเริ่มหมุนทำงานได้แม้ที่ความเร็วลมต่ำ ๆ เพียง 2-3 เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยความเร็วลมที่ผิวดินของไทย แต่หากมีการนำเข้ากังหันลมดังกล่าวมาใช้ในประเทศไทย โดยไม่มีการดัดแปลงที่เหมาะสม น่าจะมีความไม่คุ้มทุนเป็นอย่างมาก เนื่องจากกังหันลมเหล่านี้มักมีขนาดใหญ่ ทำให้มีต้นทุนแพง แต่จำนวนชั่วโมงต่อปีที่กังหันลมชนิดนี้มีโอกาสทำงานที่ประสิทธิภาพสูงสุดตามค่าความเร็วลมเฉลี่ยที่ออกแบบไว้จะมีเพียงไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งจะมีผลทำให้ต้นทุนเฉลี่ยของพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้มีค่าสูงตามไปด้วย ดังนั้นการวิจัยออกแบบกังหันลมที่มีขนาดเล็กลงและให้ทำงานที่ความเร็วลมเฉลี่ยต่ำตามลักษณะของกระแสลมในไทยเป็นสิ่งที่ท้าท้ายยิ่งสำหรับนักวิจัย

แนวทางการวิจัยและพัฒนาของกังหันลม เพื่อผลิตไฟฟ้าให้มีต้นทุนต่อหน่วยต่ำในระดับที่แข่งขันได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับประเทศไทย ควรมีทิศทางเป็นไปดังนี้

ประการแรก การสำรวจเพื่อหาตำแหน่งที่ตั้งที่มีศักยภาพพลังงานลมสูงของไทยว่าอยู่ที่ใดและมีค่าเป็นเท่าใด เนื่องจากจุดที่มีความเร็วลมยิ่งสูง ต้นทุนก็จะยิ่งต่ำ ที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้คือ เรายังไม่รู้ว่าความเร็วลมสูงสุดในตำแหน่งที่ดีที่สุดของไทยมีค่าเท่าใดและอยู่ที่ไหน

การสำรวจความเร็วลมเบื้องต้นเพื่อประเมินค่าความเร็วลมสูงสุดสำหรับพื้นที่ของไทย โดยทางทฤษฎีเราสามารถประเมินความเร็วลมสูงสุดที่เป็นไปได้ในแต่ละพื้นที่ได้ โดยพิจารณาจากความเร็วสูงสุดที่อยู่เลยชั้นผิว ซึ่งสามารถทำได้โดยการวิเคราะห์ข้อมูลจากความเร็วลมบนจากข้อมูลของบอลลูนหยั่งอากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ความสูงตั้งแต่ระดับผิวดินไปจนถึงความสูงที่ 500 เมตรขึ้นไป เพื่อวิเคราะห์หาความเร็วลมสูงสุดที่สูงกว่าระดับความหนาของชั้นผิวอากาศ ซึ่งจะทำให้ทราบค่าความเร็วสูงสุดที่เป็นไปได้สำหรับไทย

ผลการศึกษาดังกล่าวจะช่วยให้เกิดประโยชน์ที่สำคัญดังนี้ (ก) ทำให้ทราบพิสัย ของค่าความเร็วลมสูงสุดในไทยในพื้นที่ต่างๆ เพื่อใช้เป็นข้อกำหนดในการออกแบบความเร็วลมกังหันลมที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย (ข) สามารถใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนเชิงนโยบาย สำหรับการตั้งอัตราเงินอุดหนุนจากภาครัฐฯ ที่เหมาะสม กรณีที่รัฐมีนโยบายให้มีการนำพลังงานลมมาใช้ประโยชน์ขึ้นเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังงาน และเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ (ค) ทำให้สามารถจำแนกหรือระบุแนวเขต ของพื้นที่ที่มีศักยภาพพลังงานลมได้ง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การศึกษาเพื่อหาความสัมพันธ์ของความเร็วลมสูงสุดที่ระดับความสูงต่างๆ ในภูมิประเทศที่มีความขรุขระต่างๆ กัน ก็มีความสำคัญเพราะจะทำให้สามารถช่วยประเมินความเร็วลมที่ระดับความสูงต่างๆ ที่อยู่ต่ำกว่าแนวเส้น upper boundary layer เพื่อประเมินความเร็วลมสูงสุดที่เป็นไปได้สำหรับเขตภูเขาสูง นอกเหนือจากพื้นที่ๆเปิดโล่งตามแนวชายฝั่งทะเลของไทยที่ได้มีการศึกษาเบื้องต้นมาแล้ว

ประการที่สอง การวิจัยและพัฒนากังหันลมความเร็วต่ำที่เหมาะสมกับไทย โดยเน้นการใช้วัสดุท้องถิ่นและการผลิตในไทย โดยให้มีสัดส่วนมูลค่าท้องถิ่นสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการจ้างงานของประเทศ อีกทั้งช่วยให้เกิดการจ้างงาน และเกิดการสะสมองค์ความรู้ในประเทศขึ้น

ปัจจุบัน ไทยมีขีดความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรและอุปกรณ์ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมวัสดุพลาสติก ซึ่งสามารถดัดแปลงและต่อยอดเพื่อการผลิตชิ้นส่วนของกังหันลม โดยอาศัยศักยภาพทางอุตสาหกรรมดังกล่าวที่มีอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดี การใช้ศักยภาพการผลิตชิ้นส่วนกังหันลมในประเทศ จำเป็นต้องอาศัยการออกแบบทางวิศวกรรมที่ถูกต้อง ซึ่งองค์ความรู้ดังกล่าว ประเทศไทยยังไม่มีประสบการณ์มาก่อน ความรู้ดังกล่าวสามารถทำให้บังเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการวิจัยและพัฒนาในประเทศ หรือด้วยการรับการถ่ายทอดความรู้โดยตรงจากต่างประเทศ หรือทั้งใช้วิธีการสองอย่างร่วมกัน

ประการสุดท้าย คือ นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่เหมาะสม จากการศึกษาผลสำเร็จของนโยบายสนับสนุนการใช้พลังงานลมในประเทศยุโรปเหนือ พบว่าองค์ประกอบการวิจัยพัฒนาทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จ หากรัฐไม่มีนโยบายสนับสนุนที่ดีพอ ทั้งนี้เนื่องจากโดยปกติแล้ว นวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งหลายที่ประดิษฐ์คิดค้นขึ้น มักจะมีต้นทุนสูง อีกทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ต่างก็ไม่มีความมั่นใจต่อเทคโนโลยีใหม่ที่คิดค้นขึ้นได้ ทำให้ไม่มีการใช้งานจริง ดังนั้น การวางนโยบายสนับสนุนที่เหมาะสม เพื่อสร้างตลาดให้ผู้ผลิตมีความมั่นใจในการลงทุนผลิต และทำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีมีความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีที่ซื้อและนำไปใช้ จะต้องเกิดขึ้นและพัฒนาไปพร้อมๆ กัน มิฉะนั้นงานวิจัยที่สร้างขึ้นก็เป็นได้เพียงของเด็กเล่นในห้องทดลอง

ดังนั้น บทบาทของรัฐในการกำหนดนโยบายต่างๆ ดังกล่าว จึงมีความสำคัญมาก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ปัจจุบัน อินเดียเป็นประเทศที่มีการผลิตกังหันลมใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก ทั้งที่ศักยภาพของพลังงานลมในประเทศอินเดียก็ไม่ต่างไปจากของไทยมากนัก เพราะอยู่ในละติจูดต่ำเช่นเดียวกับไทย แต่ก็ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ด้วยนโยบายส่งเสริมการลงทุนการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมที่เหมาะสม

มีคำถามที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในงานพัฒนาพลังงานลม ควรตั้งคำถามกับตัวเองก็คือ ประเทศไทยมีความพร้อมแล้วหรือยัง? ที่จะดำเนินการดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาแต่ละภาคส่วนของไทย มักจะต่างคนต่างทำและต่างคนต่างคิดเสียเป็นส่วนใหญ่ ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขและปรับปรุง ตัวเลขเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมอย่างมากที่สุดก็เป็นได้เพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ของรัฐบาลเท่านั้น

หมายเหตุ : เรียบเรียงจากประชาคมวิจัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฉบับเดือนกันยายน-ตุลาคม 2548


--------------------------------------------------------------------------------

โดย สำนักงานกองทุนสนุบสนุนการวิจัย (สกว.) 21 พฤศจิกายน 2548 09:38 น.



จาก : บรรจง - 29/11/2005 10:14

ข้อความ : หน่วยงานรัฐขนาดเล็ก อบต. วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยสารพัดช่าง โรงเรียน ชุมชน ที่มีความพร้อมสนับสนุนเรื่องงบประมาณ ตำบล หมู่บ้าน วัด สำนักสงฆ์ ไร่สวน รีสอร์ต สนใจผมให้คำปรึกษาแบบง่ายๆ ทฤษฎี หลักการทำงาน ลงมือทำจริงๆ ผมอบรมให้ฟรี นะครับ หรือ อยากได้แบบพร้อมตัวอย่าง กว่า 40 ตัวอย่างของนอก ทำตามแบบก็ทำได้เหมือนกันทำได้ด้วยตัวคุณเอง เอกสารหนากว่า 2,000 หน้า รูปภาพประกอบระเอียดทุกขั้นตอน 3,000 กว่ารูป พลังงานลม ได้ฟรีๆ ไม่ก่อมลพิษ

จาก : บรรจง - 29/11/2005 13:36

ข้อความ : มาสร้างกังหันลมผลิตไฟฟ้า สูบน้ำกันดีกว่า ขนาด 4 - 12 ฟุต ชนิด 3 ใบพัด
Diameter , Average power, Energy per day, Amphours at 24 v , Amphours at 12 v
Ft - m
4 - 1.2 -----------20 W -----------------0.5 kWh ---------------20 Ah ---------------------40 Ah
8 - 2.4 ----------100 W ----------------2.5 kWh --------------100 Ah -------------------200 Ah
10 - 3 -----------160 W ------------------4 kWh ---------------160 Ah --------------------320 Ah
12 - 3.6 ---------250 W -----------------6 kWh ---------------250 Ah --------------------500 Ah

จาก : บรรจง - 30/11/2005 20:48

ข้อความ : ผมจะใช้ขนาด 8 ฟุต หรือ 2.4 เมตร เป็นต้นแบบ 8 - 2.4 , 100 W , 2.5 kWh , 100 Ah at 24 v , 200 Ah at12 v
เริ่มจากการทำใบกังหันก่อน ( Blade )


จาก : บรรจง - 30/11/2005 20:53

ข้อความ : ใช้ไม้ขนาด กว้าง 6 นิ้ว ยาว 48 นิ้ว หนา 1.5 นิ้ว จำนวน 3 ชิ้น ( 150 x 1200 x 37 mm )
เมื่อคุณได้ไม้กระดานสำหรับทำใบแล้ว ยาว 48 " ( 1200 mm ) แบ่งเป็น 6 ส่วน( นึกถึงปีกเครื่องบิน ปีกซ้าย ลำตัว ปีกขวา บินมุ่งหน้าไป กทม. คุณตัดปีกซ้าย เครื่องบิน 3 ลำ เอาโคนมารวมกันปลายชี้ออกด้านนอก ) นำไม้กระดานวางขวางจาก ซ้าย - ขวา แบ่งเป็น 6 ส่วน ซ้ายมือสุดเขียนเลข 6 (ปลายปีก - TIP ) 5 - 4 - 3 - 2 - 1 - (โคนปีก - ROOT )ตามลำดับ

จาก : บรรจง - 30/11/2005 20:54

ข้อความ : ปลายไม้กระดานซ้ายมือ เลข 6 ( tip ) กว้าง 2 3/8" [ 60 mm ] ,5 = 2 3/4" [70mm] ,4 = 3 1/8" [80mm] ,3 = 3 15/16" [100mm] , 2 = 4 3/4" , 1 = 6" [150mm] ดินสอลากจากปลายมาหาส่วนที่ 1 ด้านล่าง จะเกิดเส้นโค้งขึ้นใช้เลื่อยตัดตามเส้นโค้งนี้ เหลาให้ได้ส่วนโค้งมนเหมือนปีกเครื่องบิน


จาก : บรรจง - 30/11/2005 20:56

ข้อความ : สูตรทางเทคนิค
1/2 x air-density x swept-area x windspeed[ยกกำลัง 3]
(where air density is about 1.2 kg/m[ยกกำลัง 3] )

Blade power = 0.15 x Diameter[ยกกำลัง2] x windspeed[ยกกำลัง 3]
=0.15 x (2.4 metres [ยกกำลัง2] ) x (10 metres/second[ยกกำลัง3] )
=0.15 x 6 x 1000 = 900 watts approx
(2.4m diameter rotor at 10 metres/sec or 22 mph )

Blade speed
Rpm = windspeed x tsr x 60/circumference
= 3 x 7 x 60 / ( 2.4 x 3.14 ) = 167 rpm

จาก : บรรจง - 30/11/2005 20:58

ข้อความ : หรือใช้ถังน้ำมัน 200 ลิตร 2 ใบ ผ่าครึ่งตามความสูงของถังทั้ง 2 ใบ เลื่อนออกด้านข้างประมาณ 1ใน 3 ส่วน กังหันแบบแกนแนวดิ่ง ใช้ไม้หน้าสามยึดถังที่ผ่าครึ่งทั้ง 2 ด้าน แล้วหาสมดุล ด้วยการนอนถังหมุนกับแนวระนาบ ส่วนที่เบากว่าจะอยู่ด้านบน หาตะกั่ว เหล็ก ถ่วงให้สมดุล

จาก : บรรจง - 30/11/2005 21:00

ข้อความ : การทำไดนาโมรอบต่ำ [ ALTERNATER ] 100 - 400 รอบ/นาที


จาก : บรรจง - 30/11/2005 21:03

ข้อความ : จินตนาการตาม เริ่มจากซ้ายไปขวา ( ต้องมีเหรียญหนึ่งบาท 2 เหรียญ, เหรียญสิบบาท 1 เหรียญ, แม่เหล็กแรงสูง= 12 คู่ , ลวดทองแดงอาบน้ำยาวานิช 10 ขด, เรซิ่น (Polyester resin), น๊อตเกลียวตลอด, น็อตตัวเมีย, BEARING HUB ,



จาก : บรรจง - 30/11/2005 22:04

ข้อความ : นำเหรียญหนึ่งบาททั้ง 2 เหรียญวางตรงหน้า ( แผ่นเหล็กหนา = 8 มม. เส้นผ่าศูนณ์กลาง = 310 มม. เจาะรูตรงกลางขนาด = 64 มม.จำนวน 2 แผ่น) นำแม่เหล็กจำนวน 12 ชิ้น เรียงบนเหรียญบาททั้ง 2 เหรียญ จัดระยะช่องไฟเรียงขั้วบวก ลบ สลับกันไปทั้งสองเหรียญ (แผ่นเหล็กทั้งสอง)

จาก : บรรจง - 30/11/2005 22:24

ข้อความ : ใช้ไม้อัดความหนาเท่าแม่เหล็ก ความหนา=แม่เหล็ก เส้นผ่าศูนณ์กลาง150มม. วางตรงกลางเหรียญบาททั้งสองเหรียญ หล่อเรซิ่นยึดแม่เหล็กทั้งสองแผ่น แห้งดีแล้วแกะไม้อัดตรงกลางออก


จาก : บรรจง - 30/11/2005 22:34

ข้อความ : ซ้ายมือคือเหรียญบาท (แผ่นเหล็กติดแม่เหล็ก=12ชิ้น),ตรงกลางคือเหรียญสิบบาท(ขดลวดสิบขด 12v #15พัน80รอบ 24v #18 พัน150รอบ 48v #21 พัน250รอบ ต่อแบบสตาร์(start)เลือกตามใจชอบ เรียงในแบบไม้อัดแล้วหล่อด้วยเรซิ่น ขนาดรัศมี200มม.ปลายสายทั้วหมดรวมใส่ท่ออ่อนเดียวกันทั้งหมด11เส้น ขวามือคือเหรียญบาทอีกเหรียญติดแม่เหล็ก=12ชิ้นเหมือนชิ้นแรก รวมแม่เหล็ก=12คู่24ชิ้น

จาก : บรรจง - 30/11/2005 23:02

ข้อความ : หลักการสนามแม่เหล็กสองขั้วบวก - ลบ ดูดกันเกิดสนามแม่เหล็ก( บวก - บวก ผลักกัน ลบ - ลบ ผลักกัน ) ขดลวดอยู่ตรงกลางเมื่อขดลวดหมุนตัดสนามแม่เหล็กเกิดกระแสไฟฟ้า ขั้นตอนต่อไป(อันตรายมากถ้าไม่ระวังในการที่จะเอาแผ่นเหล็กสองแผ่นวางใกล้กันโดยมีแผ่นขดลวดอยู่ตรงกลางนิ้วมีอแตกแน่นอนต้องใช้อุปกรณ์ช่วย)

จาก : บรรจง - - - 30/11/2005 23:24

ข้อความ : หยิบเหรียญบาท เหรียญสิบ เหรียญบาทประกบกันทั้งสามเหรียญใช้น็อตเกลียวตลอดยาว6นี้ว 4 ตัวร้อยตรงรูให้พอดีกับรูน็อตของ BEARING HUB ( bearing hub คือชุดขับเคลือนของล้อรถเช่น t90 t100 รถโตโยต้าล้อหลังไปถามอู่ซ่อมรถเอาเอง )ของเชียงกงราคาประมาณ300-400บาท

จาก : บรรจง - 30/11/2005 23:45

ข้อความ : ยึดเหรียญบาทซ้ายมือ ขวามือ hub กับฐานเหล็กชุดเดียวกัน (rotor)ชุดหมุนเคลื่อนที่
เหรียญสิบ(ขดลวดอีกฐานคนละชุดกัน)stater อยู่กับที่
เหรียญบาทสองเหรียญ(สนามแม่เหล็ก)ตัดขดลวด(เหรียญสิบ)
เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นมากหรือน้อยอยู่ที่ความเร็วในการหมุน(ลมแรงหรือค่อย)


จาก : บรรจง - 30/11/2005 23:59

ข้อความ : นึกภาพตามนะครับ ซ้ายมือสุด
ใบพัด (3 ใบ ) - เหรียญบาท (แผ่นเหล็กติดแม่เหล็ก=12ชิ้น) - เหรียญสิบ (ขดลวด 10 ขด ) - เหรียญบาท - hub - ฐานเหล็กอยู่กับที่(เสา) ลมพัดใบพัด เหรียญบาททั้งสองหมุน (สนามแม่เหล็ก) ตัดขดลวดเหรียญสิบอยู่กับที่ไม่หมุน ได้ไฟฟ้ามาใช้งาน

จาก : บรรจง - 01/12/2005 00:21

ข้อความ : หางเสือ TAIL
เราจะทำชนิดถ้าลมแรงเกินที่กำหนด หางเสือจะงอพับขนานกับใพพัดเพื่อความปลอดภัยของกังหันลม
ถ้าลมพัดความเเร็วอยู่ในช่วงที่กำหนดหางเสือจะกางออกเองอัตโนมัติหมุนปกติ

จาก : บรรจง - 01/12/2005 00:30

ข้อความ : ขอย้อนกลับไปไดนาโมอีกนิด เหรียญบาททั้งสองเหรียญต้องอยู่ห่างเหรียญสิบ 2-3 มม.โดยใช้น็อตตัวเมียบังคับระยะห่าง ใช้น็อตเกลียวตลอดอีก 4 ตัวยาว 6 นิ้วยึดขดลวดกับฐานเสา(เหรียญสิบ) = น็อตเกลียวตลอด 8 ตัว น็อตตัวเมียประมาณ 40 ตัว ไฟฟ้าที่ได้เป็นกระแสสลับ จะต้องใช้ไดโอดเรียงกระแสให้เป็นกระแสตรงผ่านฟิวส์ ก่อนต่อกับแบตเตอรี่ ACV(กระแสสลับ) เป็น DCV(กระแสตรง)

จาก : บรรจง - 01/12/2005 00:51

ข้อความ : ต่อตอนหน้านะครับไม่เข้าใจตอนไหนก็ โทรมาถามใหม่ อ่านบทความต้นๆให้ละเอียดwebไหนผมลงไว้มีความรู้ลองเอาลูกศรชี้ดูถ้าคลิกได้ก็เข้าไปดูก่อนเห็นภาพแล้วจะเข้าใจได้ดีขึ้นคำถามจะกระชับตรงประเด็นผมจะได้ตอบสั้นๆเข้าใจง่ายเรื่องยากมากที่จะบรรยายตัวอักษรอ่านแล้วนึกภาพออกถ้าลงรูปให้ดูได้ง่ายนิดเดียว นอนหลับัดีนะครับ




จาก : บรรจง - 01/12/2005 01:41

ข้อความ : นอนหลับฝันดีนะครับ

จาก : บรรจง - 01/12/2005 01:42

ข้อความ : http://www2.dede.go.th/dede/renew/Twm/MAIN%20MAP%20-%201I.htm

webนี้จะบอกความเร็วลมทุกจังหวัด อำเภอ นะครับ มีเฉลี่ยรายเดือน รายปี เข้าไปชมได้

จาก : บรรจง - 01/12/2005 02:14

ข้อความ : เรียน คุณบรรจงลงเนื้อหาได้ดีมากครับ ช่วยส่งรูปถ่ายพร้อมรายเอียดการทำให้ด้วยครับ ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ


จาก : ปิยะ - - piya_avk@yahoo.com - 02/12/2005 10:38

ข้อความ : หลักการทำงานของกังหันลมมีอะไรบ้างค่ะ แล้วประเทศที่ใช้กังหันลมมากที่สุดคือประเทศอะไรค่ะ

จาก : สุชาดา - - nisanat_ka@hotmail.com - 02/12/2005 12:34

ข้อความ : อาจารย์ธีรัชพงษ์ จ.บุรีรัมย์ ได้รับแบบการสร้างกังหันลม สูบน้ำ ซีดี 40 กว่าตัวอย่าง แล้วนะครับ
คุณนิติ จ. นครราชสีมา แบบการสร้างกังหันลม สูบน้ำ ซีดี 40 กว่าตัวอย่าง น่าจะถึงบ่ายนี้
คุณปิยะผมส่งให้ตอน 13.00 น. คงจะเป็นวันเสาร์เย็นหรืออังคารเช้า

ผมนัดคุยรายละเอียดเรื่องการทำกังหันลมกับทั้งสามท่าน และทีมงานของคุณนิติ ลืมไปคุณนิติครับมีสมาชิกเพิ่มอีก 2 ท่านนะครับ วันที่ 9 เที่ยง ผมจะนัดทั้ง 3 ท่านอีกครั้ง

ส่วนท่านอื่นที่สนใจเรื่องกังกันลม สูบน้ำ ก็เชิญนะครับที่ จ. นครราชสีมา โทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 06 - 7049941 ( ฟรี ) กับผมก่อนส่วนสถานที่ๆจะนัดคุยในรายละเอียด คุณนิติ คงจัดการรับเป็นเจ้าภาพงานบุญครั้งนี้ ในวันที่ 10 ธ.ค. 48

จาก : บรรจง - 02/12/2005 15:05

ข้อความ : ตอบ คุณสุชาดา ครับ
สถานภาพการนำพลังงานลมมาประยุกต์ใช้งาน ในประเทศไทย จัดแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ ได้แก่กังหันลมเพื่อการสูบน้ำ กังหันลมเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า และการใช้พลังงานลมเพื่อการระบายอากาศหลังคา

1. กังหันลมเพื่อการสูบน้ำ การเกษตร การใช้กังหันลมเพื่อการสูบน้ำ ปัจจุบันได้มีการ ติดตั้งใช้งานในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 6,000 ตัว

2. กังหันลมเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า การใช้กังหันลมเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า ปัจจุบันได้มีการติดตั้ง สาธิตใช้งานในประเทศไทย รวมจำนวน 7 ตัว มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 192 กิโลวัตต์ ณ แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต

3. การใช้พลังงานลมเพื่อการระบายอากาศจากหลังคา ปัจจุบันได้มีการติดตั้งกังหันลมระบายอากาศบนหลังคาของโรงงาน และบ้านพักอาศัยอยู่บ้าง สำหรับการระบายอากาศร้อนภายในตัวอาคารออกสู่ภายนอก และเป็นเทคโนโลยีที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างหนึ่ง

หลักการทำงานของกังหันลมผลิตไฟฟ้า
เมื่อลมมาปะทะจนทำให้กังหันหมุน ทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงที่มีอยู่ติดกับส่วนของกังหันผลิตและทำการจ่ายกำลังไฟฟ้ากระแสตรงผ่านเครื่องควบคุมไฟฟ้ากระแสตรงที่ติดตั้งทางด้านล่างเพื่อสะสมพลังงานโดยการอัดประจุไฟฟ้าให้แก่แบตเตอรี่แล้วจึงเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสสลับอีกทอดหนึ่ง ซึ่งเป็นไฟฟ้าที่เราใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

คุณสุชาดา ครับ สละเวลาอ่านบทความต้นๆให้ละเอียดอีกครั้งนะครับ web ไหนผมลงไว้ ( ตัวอักษรสีฟ้า ) มีความรู้ลองเอาลูกศรชี้ดูถ้าคลิกได้ก็เข้าไปดูก่อนเห็นภาพแล้วจะเข้าใจได้ดีขึ้นคำถามจะกระชับตรงประเด็นผมจะได้ตอบสั้นๆเข้าใจง่ายเรื่องยากมากที่จะบรรยายตัวอักษรอ่านแล้วนึกภาพออกถ้าลงรูปให้ดูได้ง่ายนิดเดียว

จาก : บรรจง - 02/12/2005 15:52

ข้อความ : web สูตรการคำนวน กังหันลม แล้วไปที่ เทคโนโลยีกังหันลม http://www.egat.co.th/rdo/energy/web-wind/index_wind.htm

จาก : บรรจง - 02/12/2005 15:57

ข้อความ : ตอบ คุณสุชาดา ผมอ้างอิงข้อมูลของ คุณสมสกุล เผ่าจินดามุข
ประเทศที่มีกังหันลมมากที่สุดในปัจจุบันคือ ประเทศเยอรมนี โดยตัวเลขล่าสุดในปี 2001 เยอรมนีผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมถึง 8,754 เมกะวัตต์ รองลงมาคือ สหรัฐ ผลิตกระแสไฟฟ้าจากฟาร์มกังหันลมได้ 4,200 เมกะวัตต์ ตามมาด้วยสเปน 3,300 เมกะวัตต์ เดนมาร์ก 2,400 เมกะวัตต์ ซึ่งเมื่อดูจากขนาดประเทศแล้ว สเปนถือว่าเป็นดาวรุ่งเบอร์รองลงมาคือสหรัฐอเมริกา

ยุโรปเป็นกลุ่มประเทศที่ก้าวหน้ามากที่สุดในการใช้พลังงานหมุนเวียนจากลมมาผลิตกระแสไฟฟ้า ถึงขนาดตั้งเป้าว่าภายในปี 2010 จะต้องผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมให้ได้ 60,000 เมกะวัตต์ ขณะที่ตัวเลขจากปี 2001 ระบุว่ายุโรปผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมได้ประมาณ 14,000 เมกะวัตต์

จาก : บรรจง - 02/12/2005 16:09

ข้อความ : หรือตัวอักษรสีแดง (ลองเอาเม้าท์ชี้ๆดูถ้าคลิกได้ก็เข้าไปชม รับรองคุ้มค่า

จาก : บรรจง - 03/12/2005 01:14

ข้อความ : กังหันต้องลม
คำร้อง จินต์ วัฒนปฤต
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕0๔ โดย เอื้อ สุนทรสนาน


กังหันต้องลมหมุนวน ไม่รู้กี่หนต่อวัน แต่ใจคนหมุนเวียนผัน ไม่รู้ว่าวันละกี่หน นี่แหละน้ำใจ เชื่อแน่อะไรกับน้ำใจคน
วันนี้ก็ยังรักอยู่ ทั้งคู่ก็สดก็ชื่น พรุ่งนี้รักอาจเป็นอื่น คู่ชื่นก็กลับชอกช้ำ วันนี้ยังรักกันอยู่ ทั้งคู่ก็ชื่นก็ฉ่ำ พรุ่งนี้ชื่นกลับเป็นช้ำ ทำให้ระกำใจ
วันนี้อาจเลิกรักกัน รุ่งอีกวันอาจรักใหม่ รักกันแล้วจืดจางไป ต่างก็ไม่รักกันจริง
แต่ครั้นแล้วผลสุดท้าย ทางฝ่ายชายก็โทษหญิง ต่างก็ไม่รักกันจริง ทางฝ่ายหญิงก็โทษชาย
กังหันต้องลมหมุนวน ไม่รู้กี่หนต่อวัน แต่ใจคนหมุนเวียนผัน ไม่รู้ว่าวันละกี่หนนี่แหละน้ำใจ ย่อมวนเวียนไปคล้ายกังหันต้องลม นี่แหละน้ำใจ เชื่อแน่อะไรกับน้ำใจคนนี่แหละน้ำใจ ย่อมวนเวียนไปคล้ายกังหันต้องลม


จาก : บรรจง - 03/12/2005 14:20

ข้อความ : ชอบเนื่อหาอ่านแล้วได้ความรู้สนใจครับ รอดูผู้ผลิดขายปี 49 ครับ

จาก : ชาวกังหันลม - 03/12/2005 14:57

ข้อความ : กังหันลม สูบน้ำ ปั่นไฟฟ้า เพื่อการเกษตรน่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ในระดับหนึ่ง ลดการใช้น้ำมัน ไฟฟ้า ถ้ามีกังกันลมบ้านละตัว ประหัยไฟฟ้าได้ 5 หลอด ใช้พัดลม 1 ตัว วิทยุ 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 1 ชุด ถ้า 1 ล้านครัวเรือนประหยัดได้ x กับตัวเลขที่รัฐบาลให้ช่วยกันประหยัด จะเป็นเงินมูลค่ามหาศาล ไม่ต้องสร้างเขื่อนเพิ่ม ทำลายสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ท่านมีความเห็นอย่างไรเชิญแสดงความคิดเห็นได้ครับ

จาก : บรรจง - 03/12/2005 17:00

ข้อความ : กังหันลม สำหรับสูบน้ำด้วยนะครับ เพราะน้ำมันแพง

จาก : บรรจง - 03/12/2005 18:02

ข้อความ : ขอบคุณ ชาวกังหันลมครับ อย่าลืมเช้ามาชมบ่อยๆนะครับ รายละเอียด หางเสือ ขนาดเหล็กยึดโครงไดนาโม วิธีการตั้งเสา การต่อชุดประจุไฟ การแปลงไฟไปใช้งาน ฯ ยังมีอีกมาก จบเรื่องไฟฟ้าค่อยไปต่อเรื่องสูบน้ำนะครับ

จาก : บรรจง - 03/12/2005 19:27

ข้อความ : กังหันลมของนอกแท้ความสูง 45 เมตร ใบพัด 15 เมตร ราคา 5 ล้านบาท เชิญชมได้ที่อำเภอบ่อทอง ถนนสาย 331 ถ้ามาจากกบินบุรี ก่อนถึงทางแยก ไป อ.บ่อทอง 2 ก.ม. มองไปด้านซ้ายมือคุณจะ ตะ ลึง ตื่นเต้นสง่างามแท้ๆ เลี้ยวรถเข้าปากทางวัดสำเภาทอง ไม่เกิน 2 ก.ม. คุณจะได้สัมภัสด้วยสายตาในระยะ 50 เมตร และมีตัวเล็ก 1 ตัว ติดตั้งที่บ้านพักอีก สอบถามได้ความว่า เอาไว้ใช้สำหรับบังกาโลที่พัก รับรองแขก

จาก : บรรจง - 03/12/2005 22:53

ข้อความ : ประเทศ เยอรมัน ล่าสุด ข้อมูลล่าสุด ปัจจุบันสุดๆ กังหัน 1 ต้น ผลิตไฟฟ้าได้ 5 เมกกะวัตต์ พึ่งไปอบรมเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 48 ไม่น่าเชื่อเห็นข้อมูลรายละเอียดแล้วทึ่งมาก อ้อผมตอบคำถามเรื่องกังหันลมแล้วได้รับรางวัลด้วย (พอมีความรู้และศึกษาเรื่องนี้นิดหน่อย ) ความสูงเสา 120 เมตร รัศมีเสา 105 เมตร

จาก : บรรจง - 03/12/2005 23:05

ข้อความ : แก้ไข รัศมีใบพัด 105 เมตร

จาก : บรรจง - 03/12/2005 23:09

ข้อความ : ติดตั้งที่ ช่องเขาหรือหุบเขา ชื่อ (ชื่ออะไรลืม จำยาก รางวัลก็ไม่คืนด้วย)

จาก : บรรจง - 03/12/2005 23:12

ข้อความ : เราทำตัวเล็กให้เก่งๆๆๆๆๆๆ แล้วค่อยทำตัวใหญ่ๆบ้าง น๊ะครับ แสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจกันดีกว่าเชิญทุกท่านครับ

จาก : บรรจง - 03/12/2005 23:22

ข้อความ : ประมาณปลายเดือนธันวานี้ ชายหาดบางแสน แถวแหลมแท่น เป็นแหล่งท่องเที่ยว ตกปลา ถ้าใครมีโอกาศได้ไปเที่ยว ไม่แน่นะครับอาจจะเห็นผมนั่งจดข้อมูล ความเร็วลม กระแส แรงเคลื่อน พร้อมกับกังหันลมชนิดแปลกๆไม่ซ้ำกันแต่ละแบบ และถ้าใครทักผมว่าเคยอ่านบทความในเวฟนี้อาจโชกดีได้รับกังหันติดมือกลับบ้านไปด้วย (ต้องไช้รดกระบะนะครับหรือรับแบบการสร้างกังหันพร้อมแผ่น ซีดี ตัวอย่าง เป็นที่ระลึก)

จาก : บรรจง - 03/12/2005 23:39

ข้อความ : ความคิดในการนำพลังงานลมมาเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานอื่นๆ เป็นสิ่งที่ควรเผยแพร่ให้กว้างกว่านี้เพื่อเป็นการช่วยลลพลังงานรูปอื่นที่เสียค่าใช้จ่ายให้กับต่างประเทศ
ดังนั้น กระผมจึงขอแบบแปลนการสร้างและรายละเอียดการสร้างกังหันลมสูบน้ำพร้อมรูปประกอบ
sungcompoo@yahoo.co.th

จาก : sungcom - - sungcompoo@yahoo.co.th - 04/12/2005 14:00

ข้อความ : ขอบคุณครับ กรุณาแจ้งสถานที่ที่ติดต่อกลับด้วย แล้วผมจะส่งไปให้ครับ

จาก : บรรจง - 04/12/2005 14:30

ข้อความ : คลิ๊กที่เวฟนี้รูปกังหันสวยๆ http://www.windmillworld.com/uk/buckinghamshire.htm#Quainton

จาก : บรรจง - 04/12/2005 16:32

ข้อความ : พลังงานลม ที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า สูบน้ำ โดยใช้กังห้นลม

จาก : บรรจง - 05/12/2005 17:25

ข้อความ : ตอนนี้กำลังทำโครงงานเรื่องกังหันลมผลิตไฟฟ้าอยู่ค่ะ ขอรายละเอียดการทำกังหันลมขนาดเล็กและทำไม่ยากหน่อยได้ไหมค่ะ...ขอข้อมูลโดยย่อๆด้วยน่ะค่ะ

จาก : นิสิตา - 05/12/2005 22:35

ข้อความ : เห็ดใช้น้ำไม่มากหรอกค่ะ ใช้เฉพาะรดน้ำ 3 เวลา เท่านั้น หรือมากน้อยขึ้นอยู่กับความชื้นในอากาศค่ะ

จาก : ก้อย - - chuleeporn696@yahoo.com - 06/12/2005 09:26

ข้อความ : คุณนิสิตาครับ กรุณาแจ้งที่อยู่ที่สามารถส่งเอกสารด้วยครับหรือไปที่ เทคโนโลยีกังหันลม http://www.egat.co.th/rdo/energy/web-wind/index_wind.htm
เบอร์โทรผม 06 - 704 9941 บรรจง

จาก : บรรจง - 06/12/2005 10:31

ข้อความ : คุณก้อยครับ ถ้าเราใช้พลังงานที่สะอาด ใช้พลังงานหมุนเวียน น่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มากนะครับ

จาก : บรรจง - 06/12/2005 10:35

ข้อความ : คุณนิสิตาครับ กังหันที่วางขายริมถนน หรือ ตามสถานที่ท่องเที่ยว ขนาดใบพัดรัศมี 2 ฟุต มีหลาบๆ ใบสามารถนำไดนาโมปั่นไฟฟ้า ของรถจักรยานไปต่อกับเพลาของกังหันได้ โดยใช้ยางสวมกับเพลากังหันเพื่อเพิ่มขนาดความโตของเพลา หรือใชล้อรถเด็กเล่นสวมที่เพลา ออกแบบยึดไดนาโมในตำแหน่งที่คล้ายๆกับรถจักรยาน เมื่อลมพัดใบกังหันหมุนก็เหมือนกับเราปั่นจักรยาน ไฟฟ้าที่ได้เป็นกระแสสลับ แรงเตลื่อนขนาด 6 - 9 - 12 โวลท์ ต่อกับหลอดไฟฉายได้โดยตรง หรือใช้ไดโอดแปลงเป็นกระแสตรงเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ข้อความแรกที่ผมตอบคุณนิสิตา ลองเข้าไปชมนะครับมีหลักการและรูปแบบกังหันลมหลากหลาย ครับ

จาก : บรรจง - 06/12/2005 11:12

ข้อความ : http://www2.dede.go.th/dede/renew/Twm/MAIN%20MAP%20-%201I.htm

webนี้จะบอกความเร็วลม ทุกจังหวัด อำเภอ นะครับ มีเฉลี่ยรายเดือน รายปี เข้าไปชมได้


จาก : บรรจง - 06/12/2005 11:15

ข้อความ : สวัสดีครับคุณบรรจงผมเพิ่งจะเจอเวบนี้ได้อ่านบทความของคุณแล้วรู้สึกดีใจที่ประเทศของเรามีผู้ที่จะสนใจพลังงานทดแทน ผมเห็นด้วยที่จะต้องพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านนี้ ตอนนี้ผมกำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตกังหันลมความเร็วต่ำอยู่เพราะสนใจเหมือนกัน อยากถามคุณบรรจงเกี่ยวกับแม่เหล็ก ผมมีข้อมูลเล็กน้อย
แม่เหล็ก Neodymiam 40 x25x 10mm ราคาชิ้นละ 350บาท มีเส้นแรงประมาณ4200-4500เกาซ์
ผมว่ามันแพงเกินไป จึงอยากจะขอคำแนะนำจากคูณบรรจงว่าจะหาซื้อที่ไหน Emailก็ได้ครับ

จาก : ณรงค์ชัย - - nongnarongchai@hotmail.com - 06/12/2005 11:27

ข้อความ : คุณ ณรงค์ชัยครับ กรุงเทพฯ หาซื้อได้แถวบ้านหม้อนะครับ ลองไปสอบถามดู หรือสั่งซื้อโดยตรงที่ต่างประเทศ มีหลายขนาด รูปแบบ ผมมีเฉพาะขนาด 40 x 40 x 10 ผมหาซ้อได้ในราคาชิ้นละ 250 บาท แล้งแต่การออกแบบ วัตถุประสงค์ ประโยชน์ในการใช้งาน ผมซื้อมาร้อยกว่าชิ้น วัตถุประสงค์ของผมต้องการทดลองกังหันที่เหมาะสมกับลักษณะลมของแต่ละพื้นที่ การออกแบบใบพัดกังหัน ทั้งแกนแนวดิ่ง และแกนแนวตั้ง ทำงานผลิตกระแสไฟฟ้า สูบน้ำได้ ทำงานทีละหน้าที่ หรือ ทำพร้อมกันได้ หรือกังหันขนาดเล็กชนิดแกนแนวดิ่ง เวลาคุณไปเที่ยวที่ไหน แค่ผูกเชือกโยงชักรอกขึ้นบนที่สูง กับต้นไม้ เท่านี้คุณก็ได้ไฟฟ้ามาใช้โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่ของคุณจะหมด ถ้าได้รับข้อมูลช้า โทรไปทวงกับผมนะครับ

จาก : บรรจง - 06/12/2005 21:51

ข้อความ : หลังจากวันนี้ไปผมคงมีเวลาว่างมาก และทำกังหันตั้นแบบสำหรับเผยแพร่ ทั้งชนิดผลิตกระแสไฟฟ้า สูบน้ำ ส่วนใครจะนำความคิดไปต่อยอด ทำให้เกิดประโยชน์สำหรับส่วนรวมก็เชิญ ประเทศเราจะได้นำเข้าพลังงานน้อยๆหน่อยครับ

จาก : บรรจง - 06/12/2005 22:02

ข้อความ : ผมจุดประกาย บันไดขั้นที่ 1 คนไทยอีก 67 ล้านคนช่วยกันก้าวทีละขั้น น่าจะประสบผลสเร็จ ไม่มากก็น้อย

จาก : บรรจง - 07/12/2005 00:25

ข้อความ : แก้ไข คนไทย 1 ล้านครอบครัวที่มีความเห็นเหมือนผม หรือ คนที่พร้อมที่จะผลิต( กองทัพมด ) เก็บเล็กผสมน้อย น่าจะมีส่วนในการช่วยลดการใช้พลังงานให้กับประเทศได้ จริงไหมครับ นอนหลับฝันดี มีกินไม่มีอด กินง่าย ถ่ายคล่อง สุขภาพแข็งแรง ทุกๆท่านครับ

จาก : บรรจง - 07/12/2005 00:34

ข้อความ : ขอบคุณมากครับ เดี่ยวจะลองไปเดินหาดู ถ้ามีชื่อร้านเยี่ยมเลยครับ ตอนนี้ผมมีโครงการที่จะทำกังหันอยากได้ข้อมูล40ตัวอย่างมาประกอบความรู้จะได้ไหมครับ มีโครงการภาคสนามไหมครับ อยากร่วมขอความรู้ด้วย


จาก : ณรงค์ชัย - - nongnarongchai@hotmail.com - 07/12/2005 08:24

ข้อความ : คุณ ณรงค์ชัยครับ วันเสาร์ที่ 10 เรามีกิจกรรมที่ จ.นครราชสีมาครับ ข้อความเดิม ( อาจารย์ธีรัชพงษ์ จ.บุรีรัมย์ ได้รับแบบการสร้างกังหันลม สูบน้ำ ซีดี 40 กว่าตัวอย่าง แล้วนะครับ
คุณนิติ จ. นครราชสีมา แบบการสร้างกังหันลม สูบน้ำ ซีดี 40 กว่าตัวอย่าง น่าจะถึงบ่ายนี้
คุณปิยะผมส่งให้ตอน 13.00 น. คงจะเป็นวันเสาร์เย็นหรืออังคารเช้า

ผมนัดคุยรายละเอียดเรื่องการทำกังหันลมกับทั้งสามท่าน และทีมงานของคุณนิติ ลืมไปคุณนิติครับมีสมาชิกเพิ่มอีก 2 ท่านนะครับ วันที่ 9 เที่ยง ผมจะนัดทั้ง 3 ท่านอีกครั้ง

ส่วนท่านอื่นที่สนใจเรื่องกังกันลม สูบน้ำ ก็เชิญนะครับที่ จ. นครราชสีมา โทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 06 - 7049941 ( ฟรี ) กับผมก่อนส่วนสถานที่ๆจะนัดคุยในรายละเอียด คุณนิติ คงจัดการรับเป็นเจ้าภาพงานบุญครั้งนี้ ในวันที่ 10 ธ.ค. 48 )


จาก : บรรจง - 07/12/2005 08:50

ข้อความ : ไม่ทราบว่าคุณ ณรงค์ชัย ว่างไหมครับ ยินดีต้อนรับ

จาก : บรรจง - 07/12/2005 08:54

ข้อความ : น่าสนุกครับแต่คงไปร่วมด้วยไม่ได้ ตอนนี้ผมอยู่ภาคใต้ ฝนกำลังตกหนักช่วงนี้เดินทางลำบาก ที่จ. นครราชสีมา จะสร้างกังหันลมสูบน้ำอย่างเดียวหรือครับ น่าจะผลิตไฟด้วยเสียดายลม

จาก : ณรงค์ชัย - - nongnarongchai@hotmail.com - 07/12/2005 09:00

ข้อความ : คุณ ณรงค์ชัยครับ ถ้าไม่สะดวก วันไหนมาเที่ยวพักผ่อนชายทะเลบางแสน เสาร์ - อาทิตย์ ประมาณปลายเดือนธันวานี้เป็นต้นไป ชายหาดบางแสน แถวแหลมแท่น เป็นแหล่งท่องเที่ยว ตกปลา ถ้ามีโอกาศได้ไปเที่ยว ไม่แน่นะครับอาจจะเห็นผมนั่งจดข้อมูล ความเร็วลม กระแส แรงเคลื่อน พร้อมกับกังหันลมชนิดแปลกๆไม่ซ้ำกันแต่ละแบบ และถ้าใครทักผมว่าเคยอ่านบทความในเวฟนี้อาจโชกดีได้รับกังหันติดมือกลับบ้านไปด้วย (ต้องไช้รดกระบะมานะครับหรือรับแบบการสร้างกังหันพร้อมแผ่น ซีดี ตัวอย่าง เป็นที่ระลึก)


จาก : บรรจง - 07/12/2005 09:00

ข้อความ : คุยกัน เรื่องจะจัดอบรมให้ความรู้เรื่องกังหันลม ผลิตไฟฟ้า และสูบน้ำครับ

จาก : บรรจง - 07/12/2005 09:03

ข้อความ : ดีครับจัดเผยแพร่ให้เยอะๆจะได้พัฒนาไวไว เห็นด้วยอย่างยิ่ง จริงๆแล้วรัฐน่าจะให้การสนับสนุนในส่วนนี้(หมายถึงกังหันขนาดเล็ก)เพราะต้องพัฒนาของเล็กให้ดีก่อนเล่นของใหญ่ หรือรัฐให้การสนับสนุนแต่ผมไม่ทราบ ไม่เคยได้ยินข่าวนะ

จาก : ณรงค์ชัย - - nongnarongchai@hotmail.com - 07/12/2005 09:15

ข้อความ : เข้าไปที่เวฟนี้นะครับ เหมาะสำหรับทุกท่านที่สนใจ กังหันลม http://www.mini-eoles.com/auto-construction.htm

จาก : บรรจง - 07/12/2005 09:54

ข้อความ : น่าส่งเสริมโครงการนี้นะคับ..เป็นการอนุรักษ์พลังงานของชาติ แม้จะเป็นส่วนน้อย แต่ก็เป็นการจุดประกายให้เยาวชนได้ศึกษาเป็นตัวอย่าง เป็นตัวอย่างที่ดีคับ เห็นด้วยจิงจิง สู้ต่อไปคับ คุณบรรจง

จาก : แสนศักดิ์ - 07/12/2005 10:37

ข้อความ : ก็หน้าชื่นชมกับการประหยัดพลังงานอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อตอบสนองกับพระราชดำริของในหลวง เรื่องการประหยัดพลังงานในการใช้ใบโอดีเซล

จาก : ทำนูล - - tumnool411@hotmail.com - 07/12/2005 10:53

ข้อความ : รายละเอียดคำถาม : เครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้าที่มีสาระสำคัญในพลังงานกลที่จะมาขับ เคลื่อนไดนาโมแตกต่างไปจะจดสิทธิบัตรได้หรือไม่? ตัวอย่างเช่น เครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานลมใช้ลมเป้นตัวขับเคลื่อน และเขื่อนผลิตไฟฟ้าใช้น้ำขับเคลื่อน ถ้าสิ่งประดษฐ์ใหม่ ใช้สิ่งที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในการขับเคลื่อน และใช้พื้นที่ น้อยกว่าที่เคยมีน้อยกว่าเป็น 100 เท่า โดยให้กำลังไม่ต่างกัน และลดการทำลายพื้นที่ในแนวราบ จะสามารถจดได้หรือไม่
ผู้ถาม : Thanarit 5/1/2544 15:44:54

คำตอบ : จากตัวอย่างในคำถาม เครื่องผลิตไฟฟ้าที่ใช้ "ลม" กับ ที่ใช้"น้ำ"ในการขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะต่างกันที่อุปกรณ์ที่ใช้รับพลังงานกลซึ่งก็คือ กังหันลม กับกังหันน้ำ ซึ่งแตกต่างกัน ดังนั้น สิ่งประดิษฐ์ที่ท่านถามมาถ้าได้มีการประดิษฐ์แล้วจะจดสิทธิบัตรได้หรือไม่ ชอตอบว่าสิ่งประดิษฐ์ที่จะจดสิทธิบัตรได้จะต้อง 1. มีความใหม่ 2. มีชั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น(พูดง่ายๆ ก็คือมีการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นเช่น ในที่นี้ คือ มีขนาดเล็กลง ใช้เนื้อที่ในการติดตั้งน้อยลงเป็นต้น) และ 3. สามารถประยุกต์ใช้ได้ในเชิงอุตสาหกรรม นอกจากนั้นยังจะต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของบ้านเมือง / รวมทั้งไม่ขัดต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกด้วยครับ ย่อมสามารถขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรได้ครับว่าแต่ว่าจะไม่บอกหน่อยหรือครับว่าเป็นอะไร
ผู้ตอบ : สำนักสิทธิบัตร 12/1/2544 14:28:42


จาก : บรรจง - 07/12/2005 11:31

ข้อความ : ลองไปที่ http://www.otherpower.com มีข้อมูลเยอะ

จาก : ณรงค์ชัย - - nongnarongchai@hotmail.com - 07/12/2005 12:00

ข้อความ : ขอบคุณมากครับ ที่อนุเคราะห์

จาก : บรรจง - 07/12/2005 12:19

ข้อความ : ถ้าผมติดตั้ง กังหันลม บนยอดเสาไฟฟ้า ตลอดเส้นทางเข้าหมู่บ้าน คงได้พลังงานไม่น้อย

จาก : บรรจง - 07/12/2005 12:23

ข้อความ : ทำอย่างไรถึงจะให้คนรุ่นใหม่ สนใจเรื่องพลังงานทดแทน พลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน ดีครับ

จาก : บรรจง - 07/12/2005 12:26

ข้อความ : ถ้าติดตั้ง กังหันลม บนยอดเสาไฟฟ้าได้ก็ดีครับถ้าไม่มีปัญหากับการไฟฟ้าใจแคบ

จาก : ณรงค์ชัย - - nongnarongchai@hotmail.com - 07/12/2005 12:27

ข้อความ : ที่สำคัญ หน่วยงานของรัฐ น่าจะส่งเสริม ให้ความรู้ ฝึกเป็นอีกอาชีพหนึ่ง หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์

จาก : บรรจง - 07/12/2005 12:30

ข้อความ : คุณ ณรงค์ชัยครับ ไม่เกียวกับผมนะครับ (ยังไม่อยากถูกตัดไฟฟ้า)


จาก : บรรจง - 07/12/2005 12:32

ข้อความ : เราต้องช่วยกันจุดประกายให้เยาวชนหันมาสนใจพลังงานฟรี ผู้ใหญ่ต้องช่วยกัน

จาก : ณรงค์ชัย - - nongnarongchai@hotmail.com - 07/12/2005 12:33

ข้อความ : เปิดค่ายฤดูร้อนเป็นไงครับ หรือไม่ก็ค่ายอาสาพัฒนา ให้พื้นที่กันดาน อย่าหวังพึ่งโซล่าเซลล์อย่างเดียว แพง
พื้นไหนที่กันดานไม่มีพลังงาน เราก็หาพลังงานให้ กันดานแค่ไหนก็ต้องมีลมแน่นอน แดดไม่พูดถึงอยู่แล้วแพง แค่นี้ผมว่าเยาวชนคงสนใจบ้าง

จาก : ณรงค์ชัย - - nongnarongchai@hotmail.com - 07/12/2005 12:41

ข้อความ : ผมได้เพื่อนช่วยคิดแล้ว คือคุณณรงค์ชัย รวมกันจากกลุ่มเล็กๆๆๆแล้วค่อยเพิ่มจำนวนเป็นพลังงานทดแทนของประเทศชาติต่อไปนะครับ

จาก : บรรจง - 07/12/2005 12:41

ข้อความ : ได้เลยครับ เพื่อชาติ อย่าไปยอมเทคโนโลยีฝรั่ง ไทยทำได้

จาก : ณรงค์ชัย - - nongnarongchai@hotmail.com - 07/12/2005 12:44

ข้อความ : เริ่มจากเด็กเทคนิก ที่มีทักษะอยู่แล้วเพียงแต่เราให้คำแนะนำ ที่ถกต้องและดีแล้วจักออกค่าย ไม่เลวนะครับ

จาก : บรรจง - 07/12/2005 12:45

ข้อความ : ผมหิวข้าวแล้วครับ บ่ายเรามาช่วยประเทศของเรา เยาวชนของเราใหม่นะครับ

จาก : บรรจง - 07/12/2005 12:47

ข้อความ : หนังสือชุด พลังงานยั่งยืน เล่ม 5 กล่าวถึง การบันถึกข้อมูลและการจัดทำข้อมูล ดังนี้
3.1 ข้อมูลลม เกณฑ์ที่สำคัญ สำหรับพิจารณาสภาพของลม ณ ตำแหน่งที่ต้องการมี 2 อย่างได้แก่ ความเร็วลมและทิศทางลม
จุดประสงค์การเก็บข้อมูลลมเพื่อจะหราบถึง
1 แบบแผนลมรายวัน ราย้ดือน และรายปี
2 ช่วงเวลาที่ลมอ่อนและลมแรง
3 ความเร็วสูงสุดของพายุ
4 พลังงานลมที่จะผลิตได้ต่อเดือนและต่อปี

จาก : บรรจง - 07/12/2005 13:30

ข้อความ : การหาความเร็วลมในรายชั่วโมงหาได้ด้วยวิธี
1 ค่าเฉลี่ยความเร็วที่บันทึกทั้งชั่วโมง
2 ค่าเฉลี่ยจากกราฟทั้งชั่วโมง
3 ค่าเฉลี่ยจากกราฟ 10 นาทีสุดท้าย
4 เฉลี่ยจากการวัดความเร็วเป็นช่วงๆในหนึ่งชั่วโมง

จาก : บรรจง - 07/12/2005 13:36

ข้อความ : 3.2 วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
1 ประเมินค่าข้อมูลจากสถานีตรวจวัดอากาศ สนามบิน หรืออื่นๆ
2 ทำบันทึกเกี่ยวกับสภาพอากาศปกติ พายุและอิทธิพลทางอากาศอื่นๆ ด้วยการพูดคุยกับชาวบ้านในท้องถิ่นเจ้าหน้าที่สนามบินและนักอุตุนิยมวิทยา
3 การหาค่าเฉลี่ยความเร็วลม และค่าเฉลี่ยกำลังลมที่มีอยู่
4 ทำการตรวจวัดข้อมูลในพื้นที่ในระยะยาว ( อย่างน้อย 1 ปี )
หมายเหตุ ตามมาตรฐานระหว่างประเทศ การวัดความเร็วลม ควรกระทำที่ระดับ 10 เมตรเหนือฟื้นดินในที่เปิดโล่ง

จาก : บรรจง - 07/12/2005 13:50

ข้อความ : 3.3 เครื่องมือในการวัดลม
ในการวัดความเร็วลม ส่วนมากจะใช้เครื่องวัดลมแบบลูกถ้วย ( Cup anemometer ) หรือเครื่องวัดลมแบบกังหันลม ( Windmill - type anemometer )


จาก : บรรจง - 07/12/2005 14:01

ข้อความ : เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้บันทึกข้อมูลลมมีดังนี้
1 เครื่องมือวัดความเร็วลม ( anemometer ) ที่มีตัวอ่าน ( moment indicater ) ปกติเป็นการวัดด้วยมือ วิธีนี้ไม่เหมาะสมสำหรับการนำข้อมูลมาใช้เพื่อการออกแบบกังหันลม
2 เครื่องนับจำนวนลมที่พัดผ่าน ( mechanical wind - path counter ) ซึ่งจะให้ข้อมูลของทิศทางลมอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาทั้งหมด เหมาะสมสำหรับคำนวณหาความเร็วเฉลี่ยของลมตลอดช่วงเวลาที่สังเกต

จาก : บรรจง - 07/12/2005 14:15

ข้อความ : 3 เครื่องบันทึกลมที่พัดผ่าน ( mechanical wind - path recorder ) ซึ่งจะแสดงผลของทิศทางลมอย่างต่อเนื่องบนแผ่นกระดาษ โดยปกติมักจะใช้กลไกของสปริง ( เหมาะสำหรับการออกแบบกังหันลม หรือใช้ในขบวนการประเมินผลข้อมูลต่างๆ ภายใต้ขอบเขตที่จำกัด )
4 เครื่องบันทึกแบบอิเลคทรอนิกส์ ( electronic recoeding equipment )โดยจะให้ค่าความเร็วลมเฉลี่ยในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น 1 วินาทีถึง 1 ชั่วโมง รวมถึงให้ค่ารวม โดยแสดงความเร็วลมในช่วงต่างๆ เหมาะสมสำหรับการนำข้อมูลมาใช้เพื่อการออกแบบกังหันลม
5 สถานีอุตุนิยมวิทยา ( meteorological Stations ) แสดงผลและบันทึกข้อมูลต่างๆ อย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ ได้แก่ ความเร็วของลม ทิศทางของลมพายุและอื่นๆ เหมาะสมสำหรับการนำข้อมูลมาใช้เพื่อการออกแบบกังหันลม ( ขอข้อมูลได้ที่สถานีใกล้เคียง )

จาก : บรรจง - 07/12/2005 14:35

ข้อความ : 3.4 การประเมินอุปสงค์หรือความต้องการพลังงาน ( Energy Demand )
จุดมุงหมายของการประเมินค่าความต้องการพลังงาน คือ เพื่อคำนวนปริมาณพลังงาน ( ในหน่วย กิโลวัตต์ ) ต่อหนึ่งหน่วยเวลาที่จำเป็น ให้เพียงพอกับความต้องการเนื่องจากความต้องการใช้พลังงานบางครั้งสามารถผันแปรขึ้นลงได้อย่างมากจึงจำเป็นต้องมีการประเมินค่าความต้องการพลังงานตลอดช่วงเวลาหนึ่ง ( ปี เดือน หรือ วัน )


จาก : บรรจง - 07/12/2005 14:53

ข้อความ : การจัดหาของน้ำ ( water supply )
หากกำหนดให้จำนวนผู้ใช้น้ำคงที่ ความต้องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคจะเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน หรือฤดูกาล ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำในทางการเกษตรเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ( พืชแต่ละชนิดใช้น้ำต่าวกันในแต่ละฤดูกาล ) ในการคำนวนหาค่าพลังงานที่จำเป็นเพื่อการสูบน้ำ จำเป็นต้องมีข้อมูลเหล่านี้
1 ปริมาณน้ำที่ต้องการในหน่วยเวลา
2 ความสูงในการยกน้ำ ( total head ) และการเปลียนแปลงตลอดช่วงเวลาที่กำหนด
ตัวอย่าง

จาก : บรรจง - 07/12/2005 15:11

ข้อความ : ตัวอย่าง การสูบน้ำเพื่อจ่ายให้หมู่บ้าน
ข้อมูลสำหรับหาปรมาณพลังงานที่ต้องการในทางทฤษฎี
1 ความต้องการใช้น้ำในแต่ละวันของประชากร 500 คน ( จากข้อมูล WHO ) = 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
2 ปริมาณน้ำสำรองเพื่อสาธารณูปโภคสำหรับ 8 วัน = 120 ลูกบาศก์เมตร ( ซึ่งปริมาณน้ำสำรองนี้ใช้เวลาสูบ 10 วัน ดังนั้นปริมาณน้ำที่ต้องสูบต่อวัน = 120 หารด้วย 10 = 12 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน )
3 ปริมาณทั้งหมดที่ต้องสูบต่อวัน = 15 + 12 = 27 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
4 ค่าความสูงในการยกน้ำทั้งหมดโดยเฉลี่ย = 7 เมตร


จาก : บรรจง - 07/12/2005 15:27

ข้อความ : หากพลังงานลมใน 1 วัน ของพื้นที่นี้ สามารถใช้สูบน้ำได้เพียงช่วงเวลา 9 ชั่วโมง เครื่องสูบน้ำที่ใช้ต้องสูบน้ำให้ได้ปริมาตร ( v ) = 27/9 ลูกบาศก์เมตร / ชั่วโมง ( ค่าพลังงานที่ต้องการในทางทฤษฎีสำหรับการสูบน้ำใน 1 วัน = 0.52 กิโลวัตต์ชั่วโมง
หมายเหตุ ในรายงานฉบับนี้ไม่ได้กล่าวถึงการเลือกเครื่องสูบน้ำ ปัญหา ความเหมาะสมกับกังหันแต่ละแบบ

จาก : บรรจง - 07/12/2005 15:39

ข้อความ : 3.5 คำแนะนำในการเลือกกังหันลม
วิธีการสำหรับเลือกขนาดที่เหมาะสมของกังหันลมมีดังต่อไปนี้
1 ประเมินค่าอุปทานหรือความต้องการพลังงานตามทฤษฎี ( energy demand ) ในหน่วย กิโลวัตต์ชั่วโมง ในช่วงหนึ่งหน่วยเวลา ( เช่น ใน 1 วัน )
2 หาปริมาณอุปทานพลังงานลมทางทฤษฎี ( energy supply ) ในหน่วย กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อตารางเมตร ในหน่วยเวลาเดียวกับข้อ 1
3 หาค่าออกแบบบนฐานของรายเดือนจาก = energy demand หารด้วย energy supply

จาก : บรรจง - 07/12/2005 15:54

ข้อความ : ในการพิจารณาเพื่อให้ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงของพลังงานลมในแต่ละฤดูกาล ควรคำนวณจากทุก ๆ เดือน ตลอดช่วงเวลา 12 เดือนใน 1 ปี แล้วใช้ค่าที่มากที่สุดที่หาได้เป็นค่าออกแบบบนฐานของรายเดือน
ต่อจากนั้น สำหรับแต่ละกรณีย่อย ทำการประมาณประสิทธิภาพรวมของกังหันรวมถึงประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ โดยขึ้นอยุ่กับจุดประสงค์การใช้ ( เช่น เพื่อการสูบน้ำ หรือเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า แล้วจึงคำนวณหาพื้นที่ของกังหัน )

ด้วยข้อมูลเหล่านี้ก็จะสามารถเลือกกังหันที่เหมาะสมได้

จาก : บรรจง - 07/12/2005 16:08

ข้อความ : 3.6 การเลือกสถานที่
สถานที่ติดตั้งควรเลือกพิจารณาจากความต้องการ ( เช่น บ่อน้ำสำหรับน้ำอุปโภค ) การวัดความเร็วลมควรจะสามารถกระทำได้ที่ตำแหน่งที่เลือกหรือไม่ ก็ต้องได้รับข้อมูลที่ต้องการจากสถานีตรวจวัดอากาศ ข้อมูลพิเศษอื่น ๆ เช่น พายุหรืออื่น ๆ สามารถทราบได้จาก การสัมภาษณ์คนในท้องถิ่น การประมาณพลังงานที่ได้อย่างหยาบ ๆ ในตอนแรกนี้จะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจว่าสถานที่นี้เหมาะสมหรือไม่

จาก : บรรจง - 07/12/2005 16:20

ข้อความ : ขั้นตอนต่อไป คือ ตรวจสอบสภาพภูมิประเทศ ความลาดชันของพื้นที่ ลักษณะพันธุ์ไม้ ( ต้นไม้ หรือพุ่มไม้ต่าง ๆ ) เนื่องจากสิ่งเหล่านี้อาจเป็นตัวป้องกันไม่ให้ลมพัดอย่างอิสระ โดยปกติสำหรับกังหันลมขนาดเล็ก ( เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 10 เมตร ) ควรให้ลมบริเวณนั้นสามารถพัดอย่างอิสระ อย่างน้อยในระยะ 300 เมตร รอบตัวกังหันในทิศทางหลักของลมไม่ควรมีสิ่งกีดขวางใด ๆ กรณีกังหันความเร็วต่ำเพื่อการสูบน้ำในที่ซึ่งบริเวณนั้นมีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่น หากเป็นไปได้ศูนย์กลางของกังหัน ควรถูกติดตั้งที่ความสูงอย่างน้อยเท่ากับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวกังหันเอง โดยวัดจากระดับยอดของสิ่งกีดขวางขึ้นไป

จาก : บรรจง - 07/12/2005 16:36

ข้อความ : ขอพักเหนื่อย และแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจผมหน่อย ครับ เชิญ ฮับเพลงเพลงๆ นี้ไปก่อนนะครับ
กังหันต้องลม
คำร้อง จินต์ วัฒนปฤต
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕0๔ โดย เอื้อ สุนทรสนาน


กังหันต้องลมหมุนวน ไม่รู้กี่หนต่อวัน แต่ใจคนหมุนเวียนผัน ไม่รู้ว่าวันละกี่หน นี่แหละน้ำใจ เชื่อแน่อะไรกับน้ำใจคน
วันนี้ก็ยังรักอยู่ ทั้งคู่ก็สดก็ชื่น พรุ่งนี้รักอาจเป็นอื่น คู่ชื่นก็กลับชอกช้ำ วันนี้ยังรักกันอยู่ ทั้งคู่ก็ชื่นก็ฉ่ำ พรุ่งนี้ชื่นกลับเป็นช้ำ ทำให้ระกำใจ
วันนี้อาจเลิกรักกัน รุ่งอีกวันอาจรักใหม่ รักกันแล้วจืดจางไป ต่างก็ไม่รักกันจริง
แต่ครั้นแล้วผลสุดท้าย ทางฝ่ายชายก็โทษหญิง ต่างก็ไม่รักกันจริง ทางฝ่ายหญิงก็โทษชาย
กังหันต้องลมหมุนวน ไม่รู้กี่หนต่อวัน แต่ใจคนหมุนเวียนผัน ไม่รู้ว่าวันละกี่หนนี่แหละน้ำใจ ย่อมวนเวียนไปคล้ายกังหันต้องลม นี่แหละน้ำใจ เชื่อแน่อะไรกับน้ำใจคนนี่แหละน้ำใจ ย่อมวนเวียนไปคล้ายกังหันต้องลม

จาก : บรรจง - 07/12/2005 16:44

ข้อความ : พลังงานทดแทน กังหันลมเป็นทางเลือกที่สะอาด

จาก : บรรจง - 07/12/2005 19:03

ข้อความ : สนใจกังหันลมครับเพราะประเทศชาติจะมีพลังงานทดแทนอยากขอข้อสรุปและตัวอย่างการใช้งานที่เเท้จริงเพื่อต้องการมาใช้ที่หน่วยงานและที่บ้านครับ


จาก : ภูภาสศัก เสาธงไชยคง ( PV-KT) - - darkky_s007@hotmail.com - 07/12/2005 21:18

ข้อความ : สวัสดีครับ
ผม จ่าแม็ค เป็นนักกีฬาร่มร่อน(Paragliding) ซึ่งการบินร่มร่อนต้องอาศัยลมล้วนๆ เพราะฉนั้น...ผมจะมีอุปกรณ์ที่สำคัญอยู่ 1 อย่างคือ เครื่องวัดความเร็วลม (wind meter) เพื่อจะบอกเราว่าความเร็วลมว่า ขนาดใหนที่จะทำการบินได้หรือไม่ได้....ปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย...
นอกจากจะบอกความเร็วลมแล้ว....ตัวเครื่องบางรุ่น...ยังมีความสามารถหลายๆอย่างดังนี้ครับ..เช่น

1.Xplorer 1 บอกความเร็วลมอย่างเดียว ราคา 1,500 บาท
2.Xplorer 2 บอกความเร็วลม,บอกอุณหภูมิ ราคา 2,500 บาท
3.Xplorer 3 บอกความเร็วลม,บอกอุณหภูมิ,มีเข็มทิศ ราคา 3,500 บาท
4.Xplorer 4 บอกความเร็วลม,บอกอุณหภูมิ, มีเข็มทิศ.บอกความสูง ราคา 4,500 บาท

สำหรับราคาที่เห็นเป็นราคาที่ผมนำเข้าจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์..มาขายให้เพื่อนๆในชมรมในราคาดิลเลอร์ ผมมีความยินดีที่จะจำหน่ายให้กับท่านที่ทำงานเกี่ยวกับกังหันลมเพื่อนเป็นการอนุรักษ์พลังงานของชาติในราคาเดียวกับที่ผมจำหน่ายให้กับสมาชิกครับ

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://www.jdc.ch/engindex.html

ร้านค้าของผมในอินเตอร์เนต
http://www.tarad.com/maxparagliding/

เวปชมรมเครื่องร่อนแห่งประเทศไทย
http://www.thaiglider.com/

ขอบคุณมากครับ
จ่าแม็ค
โทร. 01-0128768

จาก : จ่าแม็ค - - thaibigdog@yahoo.com - 07/12/2005 21:55

ข้อความ : เป็น web bord ที่ให้ความรู้และมีความน่าสนใจมาก ถึงแม้ว่าในส่วนตัวแล้วไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนอีกท้งไม่ได้มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่พอมาได้อ่าน ได้มารู้ถึงประโยชน์ที่จะตามมา รวมถึงความตั้งใจที่ดีของหลาย ๆ ท่านในการที่จะช่วยส่งเสริมและเผยแพร่สิ่งประดิษฐ์ที่เราคนไทยสามารถพลิกแพลงหาวัสดุอุปกรณ์ในการทำ จนเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ ต้องขอชื่นชมไว้ ณ ที่นี้ด้วย ถ้ามีโอกาสก็อยากจะมีส่วนร่วมกับโครงการนี้เช่นกัน หากมีอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการจัดอบรม รบกวนช่วยส่งข้อมูลมาที่ e-mail ที่ระบุไว้จักเป็นพระคุณยิ่ง

จาก : หลาน-อุบล - - ae_pr@hotmail.com - 07/12/2005 22:33

ข้อความ : ราคาเริ่มต้นเท่าไรครับ พอดี ผมชอบมาก ทำให้นึกถึงภาพ แถวประเทศเนเธอแลนด์ ที่มีกังหันลมที่สวยงามและมีประโยชน์ต่อท้องถิ่น

จาก : Mr.Jakpetch - 08/12/2005 09:25

ข้อความ : น่าสนใจมากครับ ตอนนี้ยิ่งยุคพลังงานทดแทนด้วย

จาก : ก้องเกียรติ - - th9471@yahoo.com - 08/12/2005 10:15

ข้อความ : กังหันลมที่ผลิตกระแสไฟฟ้าหรือสูบน้ำก็เป็นการหาพลังงานทดแทนมาใช้อีกทางเลือกหนึ่งที่ดีและหน้าสนับสนุนเพื่อจะได้มีไฟฟ้าใช้กันทั้งประเทศและยังช่วยประหยัดพลังงงานหลักอีกด้วย แต่การใช้งานจริงหรึอการติดตั้งกังหันต้องเป็นพื้นที่ที่มีลมเกือบตลอดทั้งวันเพื่อจะให้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตลอดและสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเก็บไว้ใช้ได้ในเวลากลางคืนอีกด้วย ถ้าพูดถึงอุปกรณ์แล้วต้องมี 1 กันหัน 2 ไดนาโมรอบต่ำ
3 อุปกรณ์แปลงไฟฟ้ากระแสตรงเป็นการแสสลับ (DC to AC) และจะตัองมีแบตเตอร์รี่อีกด้วยเพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้ ถ้าทั้งหมดนี้มีครบหมดแต่ขาดลมที่จะมาหมุนใบพัดทุกอยางก็หมดความหมาย

จาก : คมสัน - - kom_psk@yahoo.com - 08/12/2005 10:21

ข้อความ : อยากเห็นรูปจริงๆ ว่า เป็นยังไง และ กะแสที่ได้ ด้วย ที่จริงถ้าเวปนี้เอารูปลงไม่ได้ ขอแนะนำให้ทำเป็น link ก็ได้ โดยให้คุณบรรจง นำรูปไปฝากไว้ที่อื่นครับ

จาก : Kongkiat - - th9471@yahoo.com - 08/12/2005 11:13

ข้อความ : อ่านดูรายละเอียดเเล้วเนื้อหาแน่นมากครับ น่าสนใจครับ จะเก็บไว้เป็นหัวข้อทำโครงงานครับ ตอนนี้เรื่องของการอนุรักษ์ พลังงานกำลังบูมมากๆ ครับ ถือว่าเป็นการนำพลังงานจากธรรมขาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และเป็นการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงในอนาคตข้างหน้าด้วยครับ เป็นแบบอย่างที่ดีครับ ขอให้กำลังใจครับ

จาก : เด็กเพชร - 08/12/2005 11:25

ข้อความ : ได้ฟังพระราชดำรัสของในหลวงเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมาเรื่องการใช้พลังงานทดแทน ... พอเปิดมาเจอเวบนี้....ก็ขอสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้กับความคิดดีๆ และเป็นประโยนช์ต่อสังคม ถ้าโครงการที่วัดอัมพวัน อ.เมือง จ.ชลบุรี เรียบสมบูรณ์ ช่วยกริ๊งกร๊างมาบอกตัวยนะค่ะ จะไปทำข่าวเผยแพร่ความดีที่ปิดทองหลังพระให้ค่ะ
ปอแก้ว

จาก : ปอแก้ว บ้านบางเขน - - kidsmoweb@hotmail.com - 08/12/2005 12:35

ข้อความ : เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ดีและน่าสนใจขอสนับสนุนฝีมือคนไทย เพื่อไม่ให้เงินตราใหลออกนอกประเทศ
เกษตรกรได้ใช้ของถูกแต่งมีคุณภาพ ขอเป็นกำลังใจให้คิดและทำสิ่งประดิษฐ์ที่ดี ๆ ต่อไป


จาก : อาจารย์สมทรัพย์ อินทร์พันธ์ นครราชสีมา - - Pisap@Thaimail.com - 08/12/2005 13:33

ข้อความ : ข้อมูลแน่นมากครับ เป็นประโยชน์มากๆเลยครับ

จาก : เล็ก - 08/12/2005 15:08

ข้อความ : น่าสนใจมาก ยินดีกับพี่จงด้วย ยอดเยี่ยมจริง ๆ ๆ ๆ


จาก : นพรัตน์ ( ปุ๊ก ) - 08/12/2005 15:54

ข้อความ : พี่บรรจงครับผมยังไม่ได้อ่าน ยังไม่มีข้อคิดเห็นนะครับ แต่เป็นกำลังให้คิดต่อเพื่ออนาคตของชาติครับ แต่เดียวผมจะรีบอ่านให้เร็วที่สุดครับ

จาก : สิทธิชัย - - tuey_2004@yahoo.com - 08/12/2005 17:00

ข้อความ : ก่อนอื่นขอขอบคุณนะคะที่แนะนำให้มาเยี่ยมชมเว็บเรื่อง "กังหันลม" ข้อมูลน่าสนใจมาก ๆ ไม่เคยคิดว่าจะมีคนให้ความสนใจเรื่องกังหันลมมากมายแบบนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้จัดทำ และ ผู้ที่สนใจเรื่องการหาพลังงานทดแทน อนาคตประเทศไทยคงจะไม่ขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าอย่างแน่นอน ถ้าตราบใดยังมีพวกท่านที่มุ่งมั่นคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ดีดีเหล่านี้ ขอให้คุณบรรจงรักษาสุขภาพด้วยนะคะ ทานข้าวเยอะๆ จะได้มีแรงมานั่งตอบคำถามและให้ความรู้พวกเราต่อไปนาน ๆ

จาก : ปูลม - บ้านปากน้ำ สมุทรปราการ - - poo_strawn@hotmail.com - 08/12/2005 23:08