|
หัวข้อ : ต้นตระกู ข้อความ : อยากปลูกต้น ตระกู จะต้องทำไง แล้วเราจะมีรายรับมากน้อยแค่ไหน ขายได้ต้นและกี่ บาท จาก : แวว - - chantana_meo@hotmail.com - 12/05/2008 09:26 |
|
ข้อความ : สวัสดีค่ะคุณ แวว
ทางเรามีจำหน่ายเมล็ดและต้นกล้าตะกู เพาะจากเมล็ดพันธุ์แท้ และให้คำปรึกษาข้อมูลการปลูกอย่างถูกวิธี พร้อมทั้งรับซื้อคืนในกรณีที่ลูกค้ามีความประสงค์จะทำสัญญา สนใจติดต่อได้ที่เบอร์ 084 - 7331 - 888 084 - 7332 - 888 084 - 7335 - 888 084 - 9297 - 888 ได้ตลอดเวลาค่ะ จาก : จอย - - contactus@taguluang.com - 13/05/2008 00:05 |
|
ข้อความ : ทางเรามีต้นตระกูจำหน่ายตั้งแต่ 2 นิ้วข้นไป 5-7 บาท สนใจติดต่อ 086-7361-328
จ.สุโขทัย มีขายจริงแน่นอน จาก : เยาวลักษณ์ - 31/05/2008 19:44 |
|
ข้อความ : ทางเรามีต้นตระกูจำหน่ายตั้งแต่ 2 นิ้วข้นไป 5-7 บาท สนใจติดต่อ 086-7361-328
มีขายจริงแน่นอน คุณ นิ จ.สุโขทัย จาก : เยาวลักษณ์ - 31/05/2008 19:46 |
|
ข้อความ : มีคนให้มาถามว่าแหล่งรับซื้อต้นตระกูมีที่ไหนบ้างครับ (ผมอยู่สุโขทัย) จาก : SoYo - - soyo2550@hotmail.com - 01/06/2008 07:00 |
|
ข้อความ : ข้อความพิเศษต้นตะกู
28-01-2008 Views: 3096 ในปัจจุบันสถานการณ์การขาดแคลนไม้ทั้งในเมืองไทยและตลาดโลกทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุมาจากการใช้ไม้จำนวนมหาศาลของประชากรโลก ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้จากอดีตจนถึง ปัจจุบัน มีการตัดไม้ธรรมชาติเพื่อนำมาสนองความต้องการ ในการใช้ประโยชน์จากไม้ของมนุษย์ตลอดมา จนเมื่อมาถึงจุดวิกฤติ หลายประเทศได้มีการห้ามตัดไม้ธรรมชาติเพื่อนำมาใช้งาน เช่น ประเทศไทยมีการออกกฏหมายห้ามตัดไม้ในปี พศ. 2532 , ส่วนประเทศในแถบยุโรป, สหรัฐอเมริกา ,แคนนาดา, และสแกนดิเนเวีย หลายประเทศออกกฏหมายห้ามตัดไม้มานานหลายสิบปี เมื่อการห้ามตัดไม้เกิดขึ้น ทางออกของการแก้ปัญหา ที่จะตอบสนองอุปสงค์จำนวนมหาศาลเหล่านี้จึงมีอยู่ทางเดียวคือการปลูกไม้ขึ้นเองเพื่อใช้งาน ซึ่งทำให้ในหลายประเทศมีการพัฒนาอุตสาหกรรมสวนป่าเศรษฐกิจขึ้นอย่างมั่นคง โดยได้รับการนับสนุนทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน มีการพัฒนากระบวนการการผลิตอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ทั้งในด้านสายพันธุ์พืชและในเรื่องกรรมวิธีการปลูกและดูแลรักษา ต่อเนื่องไปจนถึงเทคโนโลยีในการแปรรูป และการผลิตสินค้าและลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการใช้ไม้ในตลาดโลกได้ทันเวลานั้น หลายประเทศจึงศึกษาและเสาะแสวงหาพันธุ์ไม้โตเร็วที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตได้ดี เหมาะกับภูมิประเทศและสภาพอากาศในพื้นที่ประเทศนั้นๆ โดยเนื้อไม้สามารถตอบสนองความต้องการทางเศรษฐกิจได้ ตัวอย่างเช่นไม้สน, มะฮอกกานี,ไม้เพาโลเนีย,ยูคาลิปตัส เป็นต้น ในประเทศไทยนับจากมีการปิดป่าถานการณ์ความเดือดร้อนเนื่องจากการขาดแคลนไม้ใน ตลาดมีเพิ่มมากขึ้นและมีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการวิเคราะห์ตัวเลขการนำเข้าไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ไม้อื่น ๆ จากต่างประเทศที่มีมากถึงประมาณปีละ 50,000 ล้านบาท และเป็นตัวเลขการนำเข้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากคำกล่าวของ นายธานี วิริยะรัตนพร รองอธิบดีกรมป่าไม้ เมื่อหลายปีที่ผ่านมา กล่าวถึงสถานการณ์ไม้เศรษฐกิจว่าหลังจากที่รัฐบาลประกาศยกเลิกสัมปทานป่าไม้ในประเทศไทย ทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับไม้บางส่วนต้องนำเข้าไม้จากต่างประเทศมูลค่าสูงถึงปีละ 50,000 ล้านบาท ตัวเลขการนำเข้าไม้จากต่างประเทศ มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ถ้าเราไม่หาทางออกไว้แต่เนิ่นๆ เชื่อว่าในอนาคตไทยต้องเจอวิกฤติขาดแคลนไม้เศรษฐกิจแน่ และเมื่อพิจารณาไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ไม้ต่างๆ ที่มีการนำเข้ามาในไทย ส่วนหนึ่งจะนำเข้า จากประเทศที่ยังคงมีทรัพยากรป่าธรรมชาติหลงเหลืออยู่ แต่ก็มีจำนวนลดน้อยลงเรื่อยๆ โดยในอนาคตไม้ที่จะนำเข้ามาในประเทศจะมาจากกลุ่มประเทศที่มีการทำอุตสาหกรรมสวนป่าเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเพิ่มมากขึ้น เช่น สหรัฐอเมริกา, แคนนาดา, กลุ่มประเทศทางสแกนดินีเวีย เป็นต้น ในปัจจุบันการผลิตไม้เพื่อใช้แปรรูปในเมืองไทยมีเพียงไม้ยางพาราแปรรูปเท่านั้นที่มีปริมาณในตลาด ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการตัดโค่นยางพาราที่หมดอายุน้ำยางโดยสามารถผลิต ป้อนตลาดไม้แปรรูปในประเทศและส่งออกได้ระดับหนึ่ง แต่ก็เป็นปริมาณที่ไม่พอเพียงเมื่อเทียบกับตัวเลขการนำเข้าในแต่ละปี แม้ว่ามีการทะยอยโค่นตัดไม้ยางพาราจำหน่ายสำหรับแปรรูปเพื่อทำสินค้าและผลิตภัณฑ์,เครื่องเรือนและเฟอร์นิเจอร์ แต่ปริมาณไม้ยางพาราแปรรูปก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด สาเหตุมาจากไม้ยางพาราแปรรูปที่ผลิตได้ ส่วนมากจะทำการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศเช่น จีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด รองลงมาคือ เวียตนาม,ญี่ปุ่น เป็นต้น เนื่องจากราคาไม้แปรรูปที่ส่งไปยังประเทศดังกล่าว มีราคารับซื้อที่สูงกว่าในประเทศ แต่ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่ต้องใช้ไม้ในประเทศกลับประสบปัญหาขาดแคลนไม้ใช้งาน โดยอีก ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ปริมาณไม้ยางพารามีการขาดแคลนและมีความผันผวนก็คือถ้าราคาน้ำยางพาราในตลาดมีราคาสูง เกษตรกรจะชะลอการตัดโค่นไม้เพื่อแปรรูปในระยะที่กำลังจะหมดน้ำยางและหันมาขายน้ำยางแทน โดยในกรณีนี้เมื่อต้นยางอายุมากถึงจุดหนึ่ง จะถึงอายุที่ต้นยางพาราจะให้น้ำยางในปริมาณน้อยและจะลดลงเรื่อยๆเกษตรกรจะทำการตัดโค่นต้นยางพาราเพื่อขายไม้ แต่หากในช่วงดังกล่าวราคาน้ำยางในตลาดราคาดี เกษตรกรก็จะชะลอการตัดโค่น หันมาขายน้ำยางอีกระยะหนึ่งก่อน ทำให้จำนวนไม้ ที่ต้องแปรรูปเพื่อป้อนตลาดนั้นชะลอตัวและมีปริมาณลดลง จะเห็นได้ว่าแม้ปริมาณการ ปลูกยางพาราในประเทศจะมีมากก็ตาม แต่ภาวะการขาดแคลนไม้ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะไม้ยางพาราไม่ใช่ไม้สวนป่าโดยตรง แต่การแปรรูปไม้ยางพาราเป็นเพียงผลพลอยได้ของการปลูกสวนยาง เพื่อใช้น้ำยางเท่านั้นระยะตัดฟันที่แท้จริงต้องรอให้ไม้หมดน้ำยางประมาณอายุตั้งแต่ 25-30 ปีขึ้นไป ซึ่งใช้ระยะเวลาวงจรการโค่นตัดเป็นเวลานาน และให้ผลผลิตเนื้อไม้ต่อไร่ไม่สูงนัก สถานการณ์การขาดแคลนไม้ในปัจจุบัน มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตในวงกว้าง แม้กระทั่งสมาคมผู้ผลิตเครื่องเรือนและเฟอร์นิเจอร์ในประเทศไทย ที่เคยใช้ไม้ยางพาราเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับผลิตเฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือนส่งออก ยังพิจารณาการทำข้อตกลงนำเข้าไม้หลากชนิดจากสหรัฐอเมริกาแทน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนไม้ ส่วนไม้เบญจพรรณและไม้ชนิดอื่น ก็มีปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบสัดส่วนทางเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้ประกอบการไม่สามารถทำส่วนแบ่งการตลาดได้เพราะไม่มีปริมาณไม้ในมือ ปลูกแล้วรวยครับเนื่องจากไม้เมืองไทยหมดแล้วครับ การปลูกต้นตะกูแบบสมบูรณ์ครับ (ไม้เมืองไทยหมดแล้วครับพี่ ๆ ๆ เพื่อนชาวสวน) การปลูก ควรปลูกต้นฤดูฝน ระยะปลูก 4 x 4 ปลูกได้ประมาณไร่ล่ะ 100 ต้นหรือ 150- 170 ต้นครับ ปลูกเพื่อขาย หลุมปลูกมีขนาด 30×30 เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยอินทรีย์สูตรพิเศษ รองก้นหลุมๆละ 250-300 กรัม คลุกเคล้าให้ทั่วหลุม แล้วนำต้นตะกูลงไปปลูกในหลุม โดยให้ระมัดระวังขณะฉีกถุงอย่าให้ดินในถุงแตก หลังขากนั้นให้กลบดินให้แน่น อย่าให้เป็นแอ่งหรือน้ำแฉะขังบริเวณหลุมปลูก และใช้ไม้ค้ำขวางลมผูกเชือกยึดติดกับไม้ค้ำ การใส่ปุ๋ย ปีที่ 1 - หลังจากปลูก 1 เดือน ใช้ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 อัตราต้นละ 300 กรัม- ครั้งที่ 2 ปลายฤดูฝน (เดือนกันยายน - ตุลาคม) ใช้ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 หรือ 12-4-7 อัตราต้นละ 400 กรัม ปีที่ 2 - ครั้งที่ 1 ต้นฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม) ใช้ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 อัตราต้นละ 350-400- ครั้งที่ 2 ปลายฤดูฝน (เดือนกันยายน - ตุลาคม ) ใช้ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 หรือ 12-4-7 อัตราต้นละ 400 กรัม ปีที่ 3-5 - ครั้งที่ 1 ต้นฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม) ใช้ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 หรือ 12-4-7 อัตราต้นละ 500 กรัม - ครั้งที่ 2 ปลายฤดูฝน (เดือนกันยายน - ตุลาคม ) ใช้ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 หรือ 12-4-7 อัตราต้นละ 500 กรัม ปีที่ 6 ขึ้นไป ให้ตัดต้นเว้นต้น เพื่อให้ต้นตะกูมีขนาดที่ใหญ่ออกทางด้านข้าง และมีเนื้อไม้ที่แข็งแรงการใส่ปุ๋ยให้ใส่ - ครั้งที่ 1 ต้นฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม) ใช้ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 หรือ 12-4-7 อัตราต้นละ 1 กิโลกรัม - ครั้งที่ 2 ปลายฤดูฝน (เดือนกันยายน - ตุลาคม ) ใช้ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 หรือ 12-4-7 อัตราต้นละ 1 กิโลกรัม การดูแลรักษา นอกจากการใส่ปุ๋ยตามที่กำหนด สิ่งที่ควรระมัดระวังในระยะเริ่มปลูกปีที่1-2 ควรหาวิธีป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยง เช่น วัว ควาย แพะ และแกะ ซึ่งเป็นสัตว์กินพืช เข้าไปในแปลงปลูกต้นตะกู เพราะอาจเข้าไปกินใบต้นตะกูได้ และอาจทำความเสียหายได้ถึง 60% ส่วนโรคและแมลงที่ผ่านมายังไม่มีรายงานความเสียหายที่เกิดจากโรคและแมลงกรณีที่ต้นตะกูมีอายุได้ 5 ปี เพื่อให้ต้นตะกูมีคุณภาพควรตัดต้นเว้นต้น เพื่อให้ต้นตะกูที่เหลือมีการเจริญเติบโตในด้านความหนาของลำต้น และความแข็งแรงของเนื้อไม้ โดยเฉพาะคุณภาพเนื้อไม้ของต้นตะกูจะมีคุณภาพใกล้เคียงกับไม้สักทองคุณสมบัติต้นตะกู เป็นไม้ที่มีขนาดใหญ่ โตเร็วมาก มีเนื้อไม้ที่ละเอียดแน่นไม่บิดงอง่าย มีน้ำหนักใกล้เคียงกับไม้สักแต่จะเบากว่าเล็กน้อย อายุ 5 ปีขึ้นไป สามารถแปรรูปทำเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลาย เช่น เก้าอี้ โซฟา โต๊ะ พื้นกระดาน ฝาบ้าน ลังใส่ของคุณสมบัติพิเศษ คือ ปลูกง่าย โตเร็ว หากมีอายุ 1 ปีขึ้นไป จะทนต่อภาวะน้ำท่วมและไฟป่า สำคัญปลวกมอดไม่กิน ส่วนโรคและแมลงที่ผ่านมายังไม่มีรายงานความเสียหายที่เกิดจากโรคและแมลงกรณีที่ต้นตะกูมีอายุได้ 5 ปี เพื่อให้ต้นตะกูมีคุณภาพควรตัดต้นเว้นต้น เพื่อให้ต้นตะกูที่เหลือมีการเจริญเติบโตในด้านความหนาของลำต้น และความแข็งแรงของเนื้อไม้ โดยเฉพาะคุณภาพเนื้อไม้ของต้นตะกูจะมีคุณภาพใกล้เคียงกับไม้สักทองคุณสมบัติต้นตะกู เป็นไม้ที่มีขนาดใหญ่ โตเร็วมาก มีเนื้อไม้ที่ละเอียดแน่นไม่บิดงอง่าย มีน้ำหนักใกล้เคียงกับไม้ อ.ชอบ 081-906-5549 081-915-9209 จ.นนทบุรี มีกล้าพันธ์ขายครับก้านแดงต้นละ 9.50 บาทครับสูง 8-10 นิ้วครับสั่งครับ ผม ปลูกแล้ว 100 ไร่ครับ จ.เพชรบูรณ์ครับ เมื่อปลูกครบ 5 ปี ต้นตะกูจะต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ไม่ต่ำกว่าสามสิบเซ็นและสูงไม่ต่ำกว่าสิบเมตร จะทำให้ตะกูมีเนื้อไม้ 2.5 คิว ปัจจุบันราคาไม้ คิวละ 2,500 บาท ไม้ตะกูมีความหนาแน่นของเนื้อไม้อยู่ที่ 0.5 และไม้สักทองมีเนื้อไม้อยู่ที่ 0.56 ซึ่งใกล้เคียงกันมาก สีเนื้อไม้ก็ใกล้เคียงกัน ปลูก 1 ครั้ง ตัดได้ 3 เที่ยว ครับ จาก : อ.ชอบ - - chobservice@gmail.com - 11/06/2008 13:58 |
|
ข้อความ : ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นบริเวณที่มีความแห้งแร้งมากจังหวัดหนึ่ง ไม่ค่อยมีแม่น้ำสายหลัก อยากทราบว่า เราจะสามารถปลูกต้นตระกูให้มีความสมบูณร์ได้ เหมือนพื้นที่อื่นๆใด้หรือเปล่าครับ จาก : นายวีรพันธ์ สาสิม - - www.mickyj.@hotmail.com - 20/06/2008 18:19 |
|
ข้อความ : ขายต้นกล้าตระกู พันธ์ก้านแดงขายส่งทั้งปลีก อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์
จัดส่งให้ฟรีทั่วประเทศสนใจติดต่อ0869337699 ราคาเป็นกันเองน่ะครับ จาก : นาย รัตนกุล ทองบุญ - - boy069337699@homail.com - 22/06/2008 18:30 |
|
ข้อความ : ผมอยากรู้ราคาคับช้วยบอกบ้าง จาก : เด่น - - dan12@lenovo.com - 06/07/2008 12:22 |
|
ข้อความ : ผมอยู่ปราจีนจะซื่อที่ไหนบ้างคับรับประกันราคาป่าวบอกด้วยคับจะ
ซื่อ จาก : เด่น - - dan12@lenovo.com - 06/07/2008 12:26 |
|
ข้อความ : คุณเด่นมีปัญหาเรื่องตระกูสามารถโทรมาปรึกษาได้ครับ จาก : นาย รัตนกุล ทองบุญ - - boy069337699@homail.com - 07/07/2008 18:33 |
|
ข้อความ : ผมอยู่นครนายกจะซื่อต้นกล้าตระกูที่ไหนได้บ้างครับราคาต้นเท่าไรรับประกันราคาขายต้นเท่าไรบอกด้วยคับจะซื่อ
จาก : สถาพร - - bob111@sanook.com - 13/07/2008 14:10 |
|
ข้อความ : มีต้นกล้าตะกู(ก้านเหลือง-ก้านแดง)จำหน่ายครับ
ราคาเป็นกันเอง เพาะจากโรงเพาะชำที่มาตรฐาน ต้นกล้าแข็งแรงสมบูรณ์ มีหลายขนาดจำนวนมาก มีบริการส่งถึงที่ ซื้อจำนวนมากราคาพิเศษครับ สนใจติดต่อโดยตรง ที่ ไร่ชิตชาพันธุ์ไม้ครับ 086-7340787 089-9989701 หรือชมรายละเอียดและรูปภาพของทางไร่ที่ www.chitchapunmai.th.gs รับรองติดต่อเราแล้วท่านไม่ผิดหวังแน่นอน จาก : ไร่ชิตชาพันธุ์ไม้ - - chitcha_ket@hotmail.com - 22/07/2008 12:27 |
|
ข้อความ : อยู่ขอนแก่นอยากปลูกต้นตระกูหาซื้อได้ที่ไหน จาก : วาว - - baibav@hotmail.com - 23/08/2008 09:04 |
|
ข้อความ : ตอนนี้ต้นตระกูที่ปลูกพบการกินใบของแมลงแล้ว
จาก : ชารี - - Chariwan@thaimail.com - 26/08/2008 14:08 |
|
ข้อความ : รับสมัครตัวแทนขายประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 2 3 5 และ พรบ ค่าคอมฯสูง ซื้อใช้เองก็คุ้ม ติดต่อคุณพงษ์ 0879797214 .,0864144007 www.srikrungbroker.co.th จาก : ซื้อประกันภัย ขายประกันภัย พรบ. ประกันภัย - - ea_srimuang@hotmail.com - 09/09/2008 19:21 |
|
ข้อความ : อยากรู้จักต้นตระกูมากกว่านี้ จากนาวัง จาก : ลิขิต - 12/09/2008 10:28 |
|
ข้อความ : อย่าทราบว่าที่บ้านส่นมากเป็นดินร่วนปนทราย ไม่ทราบว่าปลูกไดหรือเปล่าะส่วนมากปลูกยู
จาก : อัย - - pa.dad@windowslive.com - 15/09/2008 00:37 |
|
ข้อความ : มีบริษัทหนึ่งแอบอ้างและชวนให้ลงทุนปลูกต้นตระกู โปรดระวังโดยมีข้อแม้ว่าพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 1,600 ต้นและเมื่อปลูกเสร็จภายใน 1 ปี จะตัดขาย ไร่ละ 1,200 ต้น ต้นละ 80 บาท และเหลือ 400 ต้นเลี้ยงไว้จนครบ ห้าปี จะรับซื้อคืนต้นละประมาณ 2,000-3,000 บาท โดยจะลงทุนปุ่ยและระบบน้ำให้ครบและจะหักค่าใช้จ่ายในปีที่ 5
ซึ่งต้อนนี้แอบอ้างว่าจะทะเบียนทุน 1 ล้านบาท และจะซื้อตึกเป็นบริษัทของตนเองในราคา 120 ล้าน และมีโรงงานรับซื้อที่จังหวัดในภาคอีสาน ทุกอย่างเป็นการหลอกลวง โดยขณะนี้ได้รวบรวมโฉนด ประมาณ 3,000-5,000 จากจังหวัด ลำปาง เชียงใหม่ และเชียงราย รวมที้งกำลังชักชวนเกษตรกรและผู้นำชุมชน รวมกันโอนโฉนดให้กับบริษัทโดยทำสัญญาหลอกลวง รายระเอียดต่าง ๆจำนำเสนอต่อไป จาก : อินทนนท์ - - - - 16/09/2008 12:21 |
|
ข้อความ : อยากทราบข้อมูลการปลูกต้นตระกู วิธีการปลูกที่ถูกวิธี
เพราะตอนนี้มีพื้นที่ว่างอยู่ แต่ยังขาดความรู้ กรุณาช่วยแนะนำด้วยนะคะ อยู่ จ.พิษณุโลก เบอร์ติดต่อ 089-9883009 จาก : นุช - - seen_uch_co@hotmail.com - 18/09/2008 16:14 |
|
ข้อความ : ที่ไหลขายเมล็ดพันธ์ตะกูบ้างครับช่วยบอกหน่อยครับ จาก : บอย - - thanongsakboy@hotmail.com - 25/09/2008 11:37 |
|
ข้อความ : สนใจซื้อต้นตระกูราคาถูกส่งถึงที่ เบอร์ติดต่อ0856372783 จาก : บอล - - bol@hotmail.com - 29/09/2008 15:24 |
|
ข้อความ : อยากทราบว่าถ้าผมไม่ได้ซื้อต้นกล้าที่ร้าน ทางร้านจะรับประกันราคาให้ใหมครับ
ช่วยตอบผมด้วย ข้องใจอย่างแรง 089 6786905 จาก : อาร์ท - 30/09/2008 20:02 |
|
ข้อความ : มีต้นตระกูจำหน่ายทั้งปลีก-ส่งราคาคุย กันได้good.12call@gmail.com จาก : เค - - good.12call@gmail.com - 02/10/2008 20:24 |
|
ข้อความ : รับจ้างแพะพันธุ์กล้าไม้ทุกชนิด ในราคาที่คุยกันได้
รับจ้างแพะพันธุ์ต้นกล้ายูคาลิปตัส โปรดติดต่อ ภิรมย์ 086-035-5314 จาก : จอส - - pirommee@hotmail.com - 03/10/2008 17:08 |
|
ข้อความ : จำหน่ายเมล็ดพันธ์ ต้นตระกูยักษ์พันธ์ก้านแดงแท้ โตเร็ว ราคาถูกกันเอง
จัดส่งฟรีทั่วประเทศ สนใจติดต่อ คุณสมชาย 083-8436683 จาก : คุณสมชาย - - myfatdon@yahoo.com - 11/10/2008 09:24 |
|
ข้อความ : สนใจมากครับ เห็นได้จากรายได้ที่จะได้รับมันมากจริง ๆ ถ้าปลูกกันมาก ๆ แล้วใครจะรับซื้อ..ใครจะประกันราคาได้ว่าราคาจะได้เท่านี้หรือมากกว่านี้ได้เมื่อถึงเวลาที่จะตัดขาย กลัวว่าจะถูกหลอกให้ซื้อต้นพันธ์เหมือนกับที่ผ่าน ๆมาจัง จาก : คุณหนูน้อย ch.315 - - ch135.hotmail.com - 16/10/2008 17:32 |
|
ข้อความ : มีบริษัทลงทุนให้หรือเปล่า พร้อมทำสัญญาซื้อขาย มีพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ กรุณาติดต่อ 089-6786905 จาก : กัญชภรณ์ - 21/10/2008 11:58 |
|
ข้อความ : ผู้นำตลาด "ระบบบริหารจัดการ ปลูกและดูแลสวนป่าเอกชน ระดับสากล ไทย ลาว เขมร"
Leading Private AgroForestry Management System * ไม้โตเร็ว ต้นตะกู (พันธุ์ก้านแดง) * ต้นประดู่ * ต้นชิงขัน * ต้นยางนา * ต้นตะเคียนทอง * ต้นพยุง รับจ้างปลูก ดูแล บริหารจัดการโครงการปลูกไม้โตเร็ว ต้นตะกู (พันธุ์ก้านแดง) ถ้าท่านมีที่ดิน และต้องการปลูกต้นตะกู ทางเรามีบริการปลูก และรับดูแลแทนท่าน เป็นระยะเวลา 5 ปี จนกระทั่งขายเนื้อไม้ได้ ขอบเขตงาน * เตรียมพื้นที่ปลูก ระยะปลูก 3 x 3 ม. (177 ต้น/ไร่ x 10 ไร่) = 1,770 ต้น * ปลูกต้นกล้าต้นตะกู พันธุ์ก้านแดง * ดูแลรักษา บริหารจัดการโครงการ เป็นระยะเวลา 5 ปี ประมาณเงินลงทุนปลูก และดูแลสวนป่า ไม้ตะกู (พันธุ์ก้านแดง) 10 ไร่ * ปีที่ 1 จำนวนเงิน 287,150 บาท * ปีที่ 2 จำนวนเงิน 112,000 บาท * ปีที่ 3 จำนวนเงิน 60,000 บาท * ปีที่ 4 จำนวนเงิน 60,000 บาท * ปีที่ 5 จำนวนเงิน 60,000 บาท * รวมเงินลงทุนทั้งหมด 5 ปี เป็นเงิน 579,150 บาท ผลตอบแทนจากการขาย 1,770 ต้น x 1,000 บาท/ต้น เป็นเงิน 1,770,000 บาท ตาราง การปลูกและดูแลสวนไม้ตะกู 10 ไร่ รายการ ประมาณการลงทุน รวม ปีที่ 1 ปีที่ 2 ปีที่ 3 ปีที่ 4 ปีที่ 5 1:เตรียมดินปลูก และค่าแรงปลูก 25,000 - - - - 25,000 2.ค่าต้นกล้า พร้อมปลูกซ่อม 168,150 - - - - 168,150 3ดูแลกำจัดวัชชพืช ปุ๋ย ทำแนวกันไฟ 94,000 112,000 60,000 60,000 60,000 386,000 รวม เงินลงทุน 287,150 112,000 60,000 60,000 60,000 579,150 เงินลงทุน สะสม 287,150 399,150 459,150 519,150 579,150 สนใจติดต่อ 1. คุณดายุทธ รักมะณี โทร 081 911 1764 2. คุณวรภัทร ทรวงแสวง โทร 084 0123451, 086 789 8845 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.agroforestrysystem.com www.forestryfarm.com จาก : ผู้นำตลาด "ระบบบริหารจัดการ ปลูกและดูแลสวนป่าเอกชน ระดับสาก - - agroforests@yahoo.com - 25/10/2008 09:27 |
|
ข้อความ : 1. จังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาข้าว สามารถที่จะปลูกต้นตระกู ได้หรือไม่
2. ต้นตระกู สามารถที่จะปลูกได้ในดินประเภทไหนบ้าง 3. พื้นที่นาข้าว ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เหมาะที่จะปลูกต้นตระกูชนิดใด ระหว่างพันธุ์ก้านแดง หรือ ก้านเหลือง จาก : คุณ พัฒน์ - - chairit_src@hotmail.com - 03/11/2008 14:52 |
|
ข้อความ : สอบถามข้อมูลเนื่องจากสนทำธุรกิจนี้แต่มีที่ดิน 3 ไร่ในกรุงเทพย่านหนองจอก ลักษณะที่ดินจะเป็นที่นา น้ำท่วม จะสามารถปลูกได้หรือไม่ และต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ครับ จาก : เริงศักดิ์ - - roengsak.p@windowslive.com - 06/11/2008 11:45 |
|
ข้อความ : มีต้นกล้าตระกูยักษ์หลายสายพันธุ์ ต้นกล้าแข็งแรง ราคาถูกสนใจสอบถามได้ที่ บอล 08 9973428 จาก : บอล - - marisa_enjoy@hotmail.com - 08/11/2008 11:09 |
|
ข้อความ : ผมคิดว่าจะปลูกต้นตระกูเหมือนกัน อยู่จังหวัดสกลนครแต่ตอนนี้ชักไม่มันใจแล้ง เนื่องจากกลัวปลึกแล้วราคาและผลผลิตมันจะไม่ได้ตามที่ให้ข้อมูลมา ยังไม่มีที่รับซื้อแน่นอน ใครรู้ช่วยบอกหน่อย จะได้มั่นใจ ตอนนี้เตรียมดินไว้แล้ว 10 ไร่ รอปลูกอย่างเดียว จาก : มะนาวหวาน - - anuwat.po@hotmail.com - 08/11/2008 12:42 |
|
ข้อความ : ตอนนี้แมลงลงระบาดที่ใบตระกูแล้ว จาก : pp - 25/11/2008 13:38 |