|
-=^x^=- สิ่งที่ดีที่สุด...ในชีวิตเรา... คือ ชีวิตเรา สิ่งที่มีค่าที่สุด...ในใจเรา... คือ หัวใจเรา อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิต...ไปยกให้ใคร อย่าเอาใจทั้งใจ...ไปยกให้ใครคนเดียว อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุด และ ดีที่สุดของเรา... ไปให้ใครดูแล เพราะไม่มีใคร... ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง อย่าปิดกั้นความรู้สึกของหัวใจ อย่าบอกว่าเกิดมาเพื่อรักคน ๆ เดียว คนใจแคบเท่านั้น... ที่เกิดมาเพื่อรักคนได้คนเดียว เราสามารถรักใครต่อใครได้มากมาย ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่...ของความรัก หน้าที่ที่จะปฏิบัติ...ต่อคนที่เรารัก รักต่างแบบ... ปฏิบัติในหน้าที่ต่างกัน แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่ง... คนบางคนไม่แยแส... กับความรักที่เรามีให้ เราก็ยังคงเหลือใครต่อใคร... อีกมากมาย... และไม่เห็นต้องเจ็บเจียนตาย... ถ้าเรามั่นใจ... ว่าเราทำหน้าที่ให้รักนั้น เต็มที่แล้ว อากาศ... ร้อนอบอ้าว ออกมายืนคุยกับแสงดแดด อากาศ... หนาวขาดใจ ออกมาหาอุ่นไอลมหนาว เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาว...ก็ต่อเมื่อเราได้สัมผัสกับมัน ก็เหมือนความรัก... อยากรู้ว่ารสชาดเป็นยังไง ก็ต้องไปสัมผัสกับมัน... แต่อย่าทรมานตัวเอง ด้วยการยืนตากแดดนาน ๆ หรือยืนต้านทานลมหนาว ถ้ารู้ว่าร้อนนัก... ก็หลบที่ร่ม ถ้ารู้ว่าหนาวนัก... ก็ก่อเตาผิง ความรักจะไม่ทำร้ายเรา... ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง ถ้าเธอรู้จักรัก... แสงแดดจะทำให้เธออุ่น ลมหนาวจะทำให้เธอหลับสบาย จาก : เมรี-มีเร - 30/09/2003 16:57 |
|
เพียง....ระยะห่าง
วันเวลาที่ผ่านมา... ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา บางคนผ่านมา... เพียงเพื่อจะผ่านไป แต่กลับบางคน...กลับไม่เป็นเช่นนั้น.. จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็น "คนรักกัน" เวลาเปลี่ยน... สถานการณ์เปลี่ยน สถานภาพทางความรู้สึกของเรา...ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า ยังรักษาระยะห่าง...ของการเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย หรือ คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่ บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนคุ้นเคย จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน .. ทำลายระยะห่างของความรู้สึก ให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้ และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น .. แต่ในทางกลับกัน.. ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไป จนสุดหูสุดตา จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น กลายเป็นแค่ คนเคยรู้จัก .. กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป .. แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่ แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ.. ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา พอ ๆ กับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก.. ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้ และระยะห่าง ในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึก ในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน.. เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน 1ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้ .. และในเมื่อการคบหากัน เป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน ... เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากัน ของคนสองคนได้เสมอ.. กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก เราก็จะพยายาม ที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่ . เราก็จะพยายาม ที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป.. แต่กลับบางคน เรากลับอยากจะรักษา ระยะห่างตรงกลาง ไว้ให้คงที่ ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด.. เคยรู้สึกใช่ไหมว่า .. ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม กับบางคน เราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน.. ขณะที่บางคนวิ่งตาม ล้มลุกคลุกคลานและเจ็บปวด กับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า และขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน.. เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา .. ไม่เคยหันกลับมามอง หรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน ไม่เคยรับรู้ว่า .. ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคน มันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน แต่ก็มีบางคน ที่เหนื่อยล้ากับระยะห่าง ที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ .. ต้องการเพียงเส้นขนาน ที่ไม่มีทางมาบรรจบ การทำลายระยะห่างของคนสองคน อาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนัก สำหรับอีกหลาย ๆ คน บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต.. ระยะห่างที่ว่า ก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม.. ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม ปล่อยทุกอย่าง ให้เป็นหน้าที่ของเวลา ไม่เรียกร้อง... ให้เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลย จนเหมือนชาเฉย ระยะห่างนั้น กลับขยับเข้ามาใกล้... ราวปฏิหารย์.. เอาใจช่วย สำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป เพราะวันหนึ่ง คุณอาจรู้สึกว่า ความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า ร้องขอ... สำหรับคนที่กำลังเดินหนี ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง เพราะบางที... คุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ ไปเพราะระยะห่าง...ที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน เห็นใจกับการรักษาระยะห่าง ให้คงที่สำหรับบางคน เพราะบางทีมันก็ทรมาน มากกว่าการพยายามเดินเข้าใกล้ หรือห่างหนี..เสียอีก.. แล้วคุณ ๆ ล่ะ เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่างของคุณ กับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม.. เคยรู้สึกไหมว่า บางที ความห่างไกล กับ ระยะห่างของความรู้สึก กลับเป็นตัวแปรผกผันกัน เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่าง... ทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ ๆ หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึก... ทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม.??? เคยคิดกันบ้างไหมว่า... ระหว่างคนพยายามเดินหนี คนที่พยายามเดินตาม และคนที่พยายามยังไง ระยะห่างกลับเท่าเดิม คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน..... จาก : แม้วรี - 04/10/2003 00:02 |
|
หนึ่งดอกไม้ กับ หนึ่งแจกัน
นานมาแล้วมีดอกไม้ดอกเล็ก ๆ ดอกหนึ่ง อาศัยอยู่ในแจกันอย่างมีความสุข ดอกไม้หลงรักแจกันมาเป็นเวลานาน ส่วนแจกันเอง ก็ผูกพันอยู่กับดอกไม้ดอกนี้ มานานพอดู ดังนั้นเราก็อาจพูดได้ว่า ทั้งคู่รักกัน... ต่อมาวันหนึ่ง แจกันเปรย ๆ กับตัวเองว่า " น่าเสียดายเหลือเกิน ฉันเกิดมาเป็นแจกันใบสวยทั้งที แต่ถูกประดับด้วยเจ้าดอกไม้ดอกเล็ก ๆ นี้ดอกเดียวเท่านั้น " เจ้าแจกันจึงคิดว่า ตัวมันเองควรจะออกไปตามหาดอกไม้ดอกใหม่ ที่สวยและงดงามกว่าดอกไม้ดอกเล็ก ๆ ที่มีอยู่... ในวันที่ดอกไม้ออกไปรับแสงแดดและปุ๋ย แจกันได้โอกาสจึงออกเดินป่าทันที... มันเดินวนเวียนไปมา จนไปพบกับดอกไม้ดอกหนึ่งเข้า..แจกันจึงตรงเข้าไปทักทาย และพูดว่า " ว่าไงเจ้าดอกไม้ดอกเล็ก สนใจจะมาประดับแจกันอย่างฉันมั๊ยล่ะ" เจ้าดอกไม้ตอบไปทันทีว่า " ได้จริง ๆ เหรอ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีสินะ ฉันจะได้มีที่อยู่กะคนอื่นเค้าซักที อยู่ในป่าเนี่ยเงียบเหงาเต็มทน เพราะเพื่อนๆของฉันน่ะ เค้าก็ถูกพวกมนุษย์ มาเก็บไปปักแจกันเหมือนกันน่ะแหละ แต่แหม....นี่ช่างเป็นเกียรติเสียจริง ที่แจกันอย่างเธอมาเชิญด้วยตัวเอง " ว่าแล้วเจ้าดอกไม่ก็ไม่รอช้า กระโดดเข้าไปอยู่ในแจกันทันที ...หลายวันผ่านไปแจกันกะดอกไม้ดอกใหม่ ผูกพันเป็นเพื่อนและรักกันในที่สุด จนวันหนึ่ง..ดอกไม้ดอกเดิม กลับมาจากการรับแสงแดดและปุ๋ย มันกลับมาด้วยความดีใจ ที่ได้พบแจกันอันเป็นที่รักยิ่ง แต่แล้ว..มันก็พบแจกันของมันมีดอกไม้ดอกเล็กดอกใหม่ปักอยู่.... ดอกไม้เสียใจ...แจกันเสียใจ...ดอกไม้ดอกใหม่ก็เสียใจ...ทุกคนนิ่งเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาซักคำ..แต่แล้วดอกไม่ดอกเก่าจึงวิ่งหนีหายเข้าป่าไป ดอกไม้ดอกใหม่ถามแจกันว่า " ทำไมเจ้าไม่บอกกับข้าล่ะ ว่าเจ้ามีดอกไม้ประดับเจ้าอยู่แล้ว ทำไมเจ้าถึงนำข้ามาประดับไว้กับเจ้าอีก ถ้าเจ้าทำอย่างนี้ ดอกไม้ดอกแรกจะเสียใจแค่ไหน เจ้าไม่รู้หรือ" แจกันนิ่งเงียบไปซักพักใหญ่ ๆ แล้วก็กล่าวว่า " แต่ข้าเบื่อ...แล้วก็เหงา เจ้าดอกไม้...ข้ารักเจ้าจริงๆนะ" " แต่เจ้าก็จะไม่ปฏิเสธมิใช่หรือ ถ้าข้าจะบอกว่า เจ้าก็รักดอกไม้ดอกนั้นเช่นกัน " "โถ่! เจ้าดอกไม้น้อย ความรักมันเป็นสิ่งที่ห้ามกันไม่ได้หรอกนะ มันไม่ได้แปลว่า เมื่อข้ารักเค้าแล้ว ข้าจะรักเจ้าไม่ได้" " ใช่ ไม่ได้แปลว่าเจ้าจะรักข้าไม่ได้ แต่ความรักของเจ้า มันผิดอยู่แค่เพียง ที่มันเป็นความรักที่ทำร้ายคนอื่น ให้ต้องเจ็บ และตัวข้าเอง ก็ไม่อยากจะมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการทำร้ายเจ้าดอกไม้ที่น่าสงสารดอกนั้น เพราะฉะนั้นจงออกไปตามหาเจ้าดอกไม้ดอกนั้นกับข้า คุยกันให้รู้เรื่อง เล่าเรื่องจริงทั้งหมดให้เค้าฟัง และให้คำมั่นสัญญากับเค้าว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก" " แล้วเจ้าล่ะ" " ข้าก็จะกลับไปในที่ ๆ ข้าควรจะอยู่ที่ๆเป็นของข้า และรอคอยแจกัน ที่พร้อมจะรับข้าไปประดับไว้ เป็นดอกไม้ดอกสุดท้าย ของการเป็นแจกัน" ไม่รอช้า แจกันกับดอกไม้ก็ช่วยกันออกตามหาดอกไม้ที่หายไป เมื่อทุกอย่างจบลงอย่างเรียบร้อย ดอกไม้ดอกน้อยก็กล่าวลา ดอกไม้และแจกัน " ข้าขอคืนแจกันให้กับเจ้า ผู้สมควรจะอยู่ประดับบนแจกันใบนี้ ขอให้เจ้าทั้งสองรักษาความเป็นดอกไม้ และแจกันที่งดงาม พร้อมทั้งอยู่ดูแลกัน และตราบเท่าที่ชีวิตของพวกเจ้ายังคงมีอยู่ ข้าเองก็ต้องขอโทษกับเรื่องที่ผ่านมา" พูดจบดอกไม้ก็เดินจากไปในที่ ๆ มันจากมาอย่างเงียบ ๆ ไม่เคยมีใครเห็นมันอีกเลย แต่ก่อนที่มันจะเดินจากไป เจ้าแจกันแอบเห็นบางสิ่งบางอย่าง ที่ทำให้มันรู้สึกสำนึกถึงความผิดอันใหญ่หลวง มันได้แอบเห็นหยดน้ำตา ของเจ้าดอกไม้ดอกเล็กที่ไหลรินออกมา ราวกับจะบอกมันว่า เจ้าดอกไม้น้อยเองก็เสียใจไม่น้อย ในการจากลาครั้งนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา แจกันคิดว่าตัวมันเองหลงรักดอกไม้ดอกน้อยซะมากมาย แต่แท้จริงแล้ว มันคือความเหงา เพียงชั่วคราวเท่านั้น " ข้าขอโทษ" แจกันคิดอยู่เงียบ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแต่เดินกลับไปเงียบ ๆ พร้อมกับเจ้าดอกไม้ดอกเก่า ที่ปักอยู่ในแจกันใบเดิม.... แล้วเรื่องของดอกไม้ กับ แจกัน ก็เอวังลง..ด้วยประการละฉะนี้ จาก : มารี-ไอคอร์น - 10/10/2003 17:50 |